EATS MEET WASTE : กินอย่างอารีย์ อยู่อย่างประดิพัทธ์​

Image for post
Image for post

เรื่องขยะที่เกิดจากอาหารเป็นปัญหาที่ปัจจุบันกำลังมีการพูดถึงอย่างมาก กว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่เกิดขึ้นบนโลก ถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะและรอการเน่าเสีย หลายคนคิดว่าการกินเหลือเล็กๆน้อยๆของเรา ไม่น่าสร้างปัญหาอะไร เพราะอาหารน่าจะย่อยสลายได้ แต่ไม่เลย ขยะอาหารเหล่านี้เจือปนอยู่กับขยะชนิดอื่นๆ และส่วนใหญ่ถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ ขยะเศษอาหารผลิตก๊าซมีเทนจำนวนมาก ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง น่าเป็นห่วงที่หลายคนยังตระหนักและเข้าใจในเรื่องนี้น้อยมาก ครั้งนี้เราจึงพามาพูดคุยกับคุณโจ-ดลพร ชนะชัย แห่ง Cloud-floor ผู้ริเริ่มโครงการ EATS MEET WASTE ที่จะมาช่วยลดปัญหาขยะที่เกิดจากอาหารและทำให้คนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม​ตัวเองมากขึ้นๆ

คุณโจทำโครงการ EATS MEET WASTE ที่ย่านอารีย์-ประดิพัท​ธ์ เพราะสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบเชิงทดลองที่ดีได้จากความหลากหลายของย่าน ผู้ประกอบการหลายกลุ่ม และตัวแทนกลุ่มคนจากหลายอาชีพ บวกกับคุณโจมีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับย่านนี้มานาน จึงง่ายที่จะเก็บข้อมูล และเข้าใจปัญหาได้ครอบคลุมมากขึ้น เริ่มต้นเรามาทำความรู้จักกับคุณโจกันก่อน

Image for post
Image for post

อยู่อารีย์-ประดิพัทธ์มานานแค่ไหน และทำไมถึงเลือกมาอยู่ย่านนี้

“มาย่านนี้ตั้งแต่ปี 2015 ค่ะ มาถึงตอนนี้ก็ 4 ปีแล้วกำลังเข้าสู่ปีที่ 5 ต้องบอกก่อนว่าบ้านที่อยู่ปัจจุบัน ไม่ได้อยู่แถวนี้เลย แต่จะห่างจากนี่ไปประมาณ 20 นาที ปกติไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตในแถวๆบ้านตัวเองเท่าไหร่ ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์เป็นหลัก ทั้งกิน เที่ยว นัดเจอเพื่อน เวลาส่วนใหญ่เราใช้ที่นี่ เลยเริ่มคิดอยากใช้ชีวิตในย่านนี้ให้ครบมากขึ้น อยากให้ตัวเองมาทำงานในย่านนี้ เพื่อให้ชีวิตประจำวันใกล้กับสิ่งที่ทำอยู่แล้วมากขึ้น เลยตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ย่านนี้ เพราะส่วนตัวไม่ได้เป็นคนชอบความหนาแน่นมาก อารีย์อยู่ตรงกลางระหว่างบ้านกับความเป็นเมือง เริ่มต้นจากเรามีเพื่อนที่ย้ายเข้ามาทำงานในพื้นที่นี้ และเราก็ไปนั่งทำงานในออฟฟิศเพื่อนก่อน นั่งบ่อยมากขึ้นจนเริ่มประจำ เลยคิดอยากหาพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อจะได้อยู่กับเพื่อน และช่วยกันแชร์ค่าใช้จ่าย เมื่อก่อนอยู่ตรงประดิพัทธ์ซอย 10 และได้ยินว่าในซอย 17 มีพื้นที่ 33 สเปซ ที่มีคนอยู่เยอะ เราก็เริ่มมาดูก่อน และมานั่งที่ทำงานของเพื่อน จนรู้สึกอยากทำงานในนี้ เพราะเวลาที่นั่งทำงานในนี้รู้สึกเหมือนกับว่า เราได้เจอคนเยอะมาก คนที่คุยภาษาใกล้ๆกัน คนที่เราสามารถเชื่อมโยงการทำงานของเรากับเค้าได้ เลยตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ค่ะ”

อารีย์-ประดิพัทธ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไรบ้าง

“เปลี่ยนไปเอะค่ะ โดยเฉพาะช่วง 2–3 ปีหลัง ตอนแรกๆที่เข้ามา เราไม่ใช้คนในพื้นที่ เราก็จะรู้แค่กลุ่มของร้านที่เราอยากกิน จะมีความเฉพาะเจาะจง เช่น อยากกินกาแฟ เราก็จะสั่งแค่ร้านเดิมที่เราเคยสั่ง แต่พอเริ่มมีธุรกิจแบบใหม่เกิดขึ้น ไม่ใช้แค่เรื่องของการกิน มีการบริการอื่นๆ ด้านความงาม เสื้อผ้า นวด มีธุรกิจแบบใหม่เหล่านี้เกิดขึ้นเยอะมาก และเติบโตเร็ว เราเลยมีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากตามไปด้วย ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะสิ่งที่เราอยากกินเหมือนแต่ก่อน ตรงนี้มันทำให้เราได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดี สิ่งที่เหมาะกับเรามากขึ้น และมีทางเลือกที่หลากหลายค่ะ”

นิยามความเป็นอารีย์-ประดิพัทธ์

“คำแรกที่ขึ้นมาเลยคือคำว่า พลังงาน คือย่านนี้มีพลังงานของคนรุ่นใหม่ๆที่กล้า และใส่พลังงาน กับความตั้งใจทำอะไรบางอย่าง ในธุรกิจก็มีพลังงานของระบบเศรษฐกิจที่เข้ามาในพื้นที่ พลังงานเรื่องการออกแบบ พลังงานเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พลังงานการเชื่อมโยง เรารู้สึกว่ามันเป็นย่านที่มีพลังงานของคนรุ่นใหม่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งพลังงานเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้เรากระตือรือร้นที่จะรับพลังงานนั้นๆ และนำมาอยู่ในรูปแบบการทำงานของเรา กระตุ้นให้เราอยากทำอะไรบางอย่างขึ้นมาใหม่ๆ”

Image for post
Image for post

“EATS MEET WASTE” สะท้อนถึงการใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างไร

“ก่อนที่จะมาเป็นเรื่องของการกิน เราเริ่มจากการสำรวจเชิงพื้นที่ก่อนว่าเรามีอะไรในย่านบ้าง ซึ่งในอารีย์-ประดิพัทธ์ จะมีธุรกิจของอาหารค่อนข้างเยอะ มันเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราอยากสะท้อนความเป็นย่านนี้ออกมา แต่เราไม่ได้อยากพูดแค่ว่าการกินมันเกิดธุรกิจในย่านอย่างไร เราเลยมองไปข้างหน้าว่า การกินหรือธุรกิจอาหารมันส่งผลกระทบอีกด้านหนึ่งกับเราอย่างไรบ้าง เรากินแล้วมันเกิดอะไรขึ้นหลังกินเสร็จ การกินก็จะมีทั้งกินที่ร้านบ้าง สั่งมากินที่ทำงานบ้าง ซึ่งถ้ามานั่งสำรวจตัวเองจริงๆพบว่า การกินของเรามันเกิดขยะเยอะ โดยเฉพาะการสั่งเดลิเวอรี่มาที่ทำงาน เราเริ่มสังเกตเห็นผลกระทบมากมาย ที่เริ่มจากเราแค่ 1 คน ซึ่งถ้าคูณไปกับจำนวนคนในย่านที่ทำแบบเรา มันเป็นผลกระทบที่ใหญ่ เราเลยอยากคิดอะไรบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ค่อยๆดีขึ้น และหากเกิดความร่วมมือกันทั้งจากตัวเราเอง ผู้ประกอบการ และคนกลางที่เป็นผู้รับ-ส่งอาหาร ผลกระทบก็จะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ซึ่งนี้คือเป้าหมายที่ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมา อย่างน้อยครั้งนี้เราได้เริ่มอะไรขึ้นมาก่อน ถ้าทุกคนค่อยๆปรับพฤติกรรมตัวเองเรื่อยๆ หลายๆคนร่วมกันทำ เราเชื่อว่าปัญหาก็จะลดลงได้”

การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด คือเริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆบนจานข้าวของคุณเอง โดยการสั่งอาหารแค่ที่พอดีอิ่ม และกินให้หมดจาน เพียงทุกคนช่วยกันคนละเล็กละน้อย เรื่องเล็กๆในจานก็สามารถส่งผลขนาดใหญ่เท่าโลกได้

โครงการ Eats Meet Waste ประกอบด้วยต้นแบบเชิงทดลอง 3 โครงการ ได้แก่ Design on Waste, Waste-ponsibility และ Streetfood-Scape

สามารถพบกับทั้ง 3 โครงการได้ที่งานเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ​ประจำปี 2563 (Bangkok Design Week 2020 : ARI-PRADIPAT)​ 1–9 กุมภาพันธ์นี้

#Bangkokdesignweek #BKKDW2020 #BKKDW2020ARIPRADIPAT

#TINKERINGPOT #ANGLE #EATSMEETWASTE

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับขยะอาหาร

“ขยะอาหาร” ปัญหาใหญ่ที่ถูกมองข้าม

ขยะอาหาร…แค่กินไม่หมด โลกร้อนได้ยังไง?

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store