บทสัมภาษณ์พี่มินหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไอเกียกีค

แนะนำตัวเองหน่อย

ชื่อเล่น มินครับ ชื่อจริง พงศธร อนุเวชศิริเกียรติ มีประสบการณ์ทำงานทางด้าน Software Developer มาประมาณ 8 ปีได้

ประสบการณ์ที่ผ่านมามีอะไรบ้าง

เริ่มจากหลังเรียนจบ สมัครงานที่แรกคือที่ ​THiNKNET ตำแหน่ง Software Engineer ได้มีโอกาสร่วมทีมพัฒนา MapMagic, JobThai Web และ JobThai Mobile ที่ THiNKNET ได้ให้โอกาสเราได้พัฒนาตนเอง และได้มีโอกาสทำ Product ที่มีผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆครับ

หลังจากนั้นรู้สึกว่าชีวิตต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถึงจุดค่อนข้างอิ่มตัว อยู่มาประมาณ 3 ปีคิดว่าก็เลยลองหางานใหม่ ซึ่งตอนนั้นเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากทำบริษัทต่างชาติ อยากฝึกภาษาอังกฤษให้คล่องดีระดับสื่อสารได้ ก็เลยคิดว่าทางเดียวที่จะพัฒนาให้ได้ก็คือเราต้องไปอยู่ในสังคมคนที่พูดภาษาอังกฤษให้ได้ ก็เลยลองสมัครงานโดยลองเขียน Resume ภาษาอังกฤษเลย อาทิตย์ต่อมาก็มีบริษัทโทรมาขอสัมภาษณ์ ก็เลยลองดู บริษัทนี้เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ (LHabitat) ซึ่งหัวหน้าเป็นชาวออสเตรเลียและอเมริกัน ได้ลองเปลี่ยนมาพัฒนาเกมส์ด้วย Unity และ Cocos2dx เน้นไปแนวเกมบนมือถือ และโอกาสดีมากที่ได้พัฒนาเกมส์ชื่อว่า Arrow Ambush ที่เป็นเกมส์ติด Top 5 ในหมวด Strategy ที่ App Store ในอเมริกายาวนานถึง 3 เดือน ทำให้ได้รับประสบการณ์มากขึ้น ทั้งเรื่อง Ads ฯลฯ และเป็นที่นึงที่ทำให้ผมได้ทำงานแบบ Remote-Working 100% ตอนแรกก็ปรับตัวค่อนข้างยาก แต่พอเราปรับตัวได้ทำให้ผมรู้ว่า Remote-Working เป็นรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างดีสำหรับผมเลย

หลังจากนั้น 1 ปี ผมก็ได้มีโอกาสไปทำงานกับทีมของบริษัทที่ไต้หวัน โปรเจคที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทำ Live streaming App ซึ่งช่วงนั้นที่จีนและไต้หวันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เราก็ทำพวก Live streaming App และ virtual gifts รายได้ก็มาจากการซื้อของในแอปส่งให้คนอื่น ซึ่งการที่ได้ไปทำงานต่างประเทศเนี่ยก็เปิดโลกพอสมควร ได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมอีกแบบนึง เราก็รู้ว่าคนที่ไต้หวันเค้าทำงานกันยังไง ภาษาที่เค้าใช้ก็ภาษาอังกฤษเหมือนเดิม แต่ว่าดีตรงที่เราได้เรียนภาษาจีนเพิ่มก็เป็นส่วนที่ชอบพอสมควร พอได้ประมาณปีครึ่งบริษัทก็ไปไม่รอด เนื่องจากมีคู่แข่งขนาดใหญ่ ที่เป็นเจ้าของบริษัท TV Cable อันดับ 1 ของไต้หวัน เป็นช่วงพี่เซตได้มาชวนให้ไปร่วมทำ Project กันพอดี ถึงเวลาคิดหนักระหว่างอยู่ที่ไต้หวันว่าสมัครงานใหม่ หรือกลับเมืองไทยดี เมื่อลองมาคิดถี่ถ้วนแล้วผมก็คิดว่าอยู่ใต้หวันเราอาจจะเป็นแค่พนักงานบริษัทไปเรื่อยๆ อายุก็เริ่มมากแล้ว คิดว่าลองกลับมาสร้างบริษัท สร้างทีมทำงานของเราเองดีกว่า

มาสู่ไอเกียกีค จุดมุ่งหมายแรกของเราคือจะขายพวก Gadget IT เพราะว่าปกติพี่เซทจะเก่งเรื่องการตลาด ละแกก็ชอบดูพวก Gadget ต่างๆมาขาย ซึ่งที่คุยตอนแรกจะให้มินมาดูแลพวก Platform E-Commerce ซึ่ง concept นั้นอยู่มาประมาณครึ่งปี ก็เริ่มรู้สึกว่ามันช้าไป เทคโนโลยีมันไปไวมาก และ e-commerce รายใหญ่ตีตลาดเข้ามา เช่น Lazada เราก็เลยเปลี่ยนแผน ลองมาคิดกันว่าจะทำอะไรดี เลยมาทำสตาร์ทอัพ แพลตฟอร์ม หรืออะไรบางอย่างที่เป็น Product ของเราเอง ซึ่งประจวบเหมาะกับที่เราลาออกจากงานที่ไต้หวันพอดี ก็เลยตัดสินใจไม่ต่อ Visa กลับมาไทย เริ่มทำที่ไอเกียกีคเต็มตัว

จุดเริ่มต้นของไอเกียกีคเกิดมาจากอะไร

เริ่มมาจากพี่เซตเลย หลังจากที่ได้ทำงานกับพี่เซตที่มาก่อน ผมประทับใจพี่เซตในหลายๆเรื่อง การได้ทำงานร่วมกันกับพี่เซตน่าจะเป็นสิ่งที่โอเคมากๆ จากนั้นวันที่ลาออกจากบริษัทที่ไต้หวัน ก็ได้มาร่วมเปิดบริษัทด้วยกันกับพี่เซต เราก็คิดว่าก่อนอายุ 30 เราต้องมีบริษัทอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง ซึ่งโดยส่วนตัวเราไม่ชอบบรรยากาศการทำงานที่มีแต่กฎเกณฑ์เต็มไปหมด ไม่ชอบให้ใครมาบังคับทำนู่นทำนี่ เราก็เลยมองว่าทำไมเราไม่ทำสภาพแวดล้อมการทำงานที่เราชื่นชอบขึ้นมา ก็เลยเป็นจุดนึงที่ทำให้เราได้มาทำที่ไอเกียกีค

ที่ไอเกียกีค คือเราได้ใส่ไอเดียของเรา ได้สร้างทีมและวัฒนธรรมองค์กรของทีมใหม่ ซึ่งเราพยายามให้ที่แห่งนี้เป็นบริษัทนึงที่ทำงานด้วยความสนุก และมีแรงบันดาลใจที่ดี มีกฎเกณฑ์ไม่เยอะ อยู่กันแบบสบายๆ มองว่าทีมจะทำงานได้ต้องมีความสุข สนุกก่อน ถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาถึงวันนี้ก็ประมาณปีนึงได้ละ ซึ่งที่ไอเกียกีคนี้ก็เป็นแบบที่เราคาดฝันไว้ เช่นทีมของเราก็ขยายเติมโตขึ้น เราเคยเริ่มจากออฟฟิศเล็กๆ ที่อยู่กันสองสามคน มิน เต้ย และน้องโจ๊ก ซึ่งเราก็คิดว่าเราจะอยู่สามคนไปจนถึงเมื่อไหร่ หลังจากผ่านไป 6 เดือนเราก้อเริ่มมีสมาชิกคนที่ 4 เข้ามา ทำให้เราเริ่มมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้นไอเกียกีค ได้เริ่มเข้าร่วมจัดงาน Code in the dark เข้าไปบรรยายตามมหาลัย ทำให้เดือนที่ 7,8 ก้อมีสมาชิกเพิ่มมากอีก 4 คน เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราต้องหาออฟฟิตใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมรองรับสมาชิกใหม่ของเราได้ครับ

อีก 3 ปีข้างหน้า อยากให้ไอเกียกีคเป็นยังไง

มองว่าอีกสามปีข้างหน้า ไอเกียกีคจะต้องเติบโตต่อไป ซึ่งจริงๆแล้วเป้าหมายของไอเกียกีคในสามปีนี้ เราคิดว่าเราจะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดกลาง ประมาณ 25–50 คน แต่คราวนี้มันจะมีแนวคิดนึงที่เรามองว่าการทำงานอาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ออฟฟิศ คือเราก็จะพยายามปรับการทำงานแบบ Remote-Working เข้ามา ก็คือทำให้ใครก็ได้สามารถร่วมงานกับไอเกียกีคโดยที่อาจจะ Remote ทำงานแต่ละพื้นที่ แต่ละคนก็เลือกสถานที่ๆชอบ หรือว่ามาเจอกันที่ Center Space ก็ได้

อยากให้ทีมงานรู้สึกยังไงกับบริษัทไอเกียกีค

  1. อยากให้มองว่าไอเกียกีคพยายามสนับสนุนทุกด้านให้กับทีมงานของเราทั้งเรื่อง Technical, Mindset, Career Path โดยมีผมเอง พี่เซต และเต้ยมาช่วยเสริมด้วย
  2. อยากให้ทีมงานรักการเรียนรู้ โดยตักตวงความรู้จากพี่ๆให้ได้มากที่สุด

3. อยากให้ทีมงานรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยมองพี่มิน พี่เซท และพี่เต้ยเป็นส่วนหนึ่งของทีม

เจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้างมั้ย

มีบ้างนะครับ อย่างตัวพี่เองก็ใหม่ในการบริหารงานองค์กร ช่วงแรกมันก็จะมีปัญหาว่าพอคนเยอะมากขึ้น Culture มันเริ่มเปลี่ยนแปลงออกไป เราเลยต้องพยายามมากๆที่จะรักษา Culture ขององค์กรให้ไม่ปลี่ยนแปลงไปมาก ก็ยังยืนยันว่าไอเกียกีคเป็นบริษัทนึงที่พยายามปลดล็อคและสนับสนุนทีมงานหลายๆด้าน ผมเองมีบริษัทเช่น Google, Netflix เป็นไอดอลเลยก็ว่าได้

อีกประเด็นก็จะเป็นเรื่องของคน ด้วยความที่บริษัทเพิ่งเปิด ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก เรื่องของการรับคนก็ค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ช่วงหลังๆคนก็เริ่มรู้จักไอเกียกีคมากขึ้น เนื่องจากพวกเรามีโอกาสได้ไปร่วมสร้าง Developer Community ของเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง เราสนับสนุน ริเริ่มจัดงานหลายๆอย่าง เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับบริษัท Dev อื่นๆ และคนในพื้นที่ ทำให้ไอเกียกีค เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ

เป้าหมายหลักที่สำคัญของไอเกียกีคคืออะไร

เราก็ยังยืนยันว่าเราเป็นบริษัทสตาร์ทอัพเพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังทำแน่ๆคือเราอยากมี Product เป็นของตนเอง และก็ฝันไว้ว่าภายในระยะเวลาไม่นานนี้เราจะ Launch Product หนึ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

อย่างที่สองเรามองว่าการที่ได้ตั้งบริษัทที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ก็จะช่วยให้เกิด Community กลุ่มใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ (เชียงใหม่) ไม่ต้องไปทำงานไกล ไอเกียกีคจะสนับสนุนการสร้าง Community เปิดโอกาส และร่วมพัฒนาคนในพื้นที่

สุดท้ายไอเกียกีคเราอยากจะทำให้องค์กรของเราเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วย เป็นอย่างน้อย 1 ใน 3 ตัวเลือกของ Developer ที่อยากทำงานที่เชียงใหม่ครับ


บริษัทไอเกียกีค จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบริษัท Software House ที่อาจจะเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่เราพยายามที่จะเข้าร่วมงานต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งใน Community เพื่อทำให้ไอเกียกีคเป็นบริษัทที่ใครๆก็อยากทำงานด้วย หากคุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไอเกียกีค สามารถติดต่อเราได้ที่ Facebook : I GEAR GEEK หรือสมัครงานโดยตรงได้ที่ https://jobs.igeargeek.com/