[Mini Review] เมื่อคุณยายผมอยากได้มือถือสำหรับอาม่า! (R’MA 3G)
วันหนึ่งอยู่ดีๆคุณยายก็ต่อสายตรงมาหาผม บอกว่ามือถือเครื่องปัจจุบันของแกได้ลาโลก(พัง)ไปเรียบร้อยแล้ว ซื้อเครื่องใหม่มาให้หน่อยสิหลานเอ๊ย โดยแกให้เงื่อนไขมาหนึ่งข้อ นั่นก็คือ “ไม่เอาสมาร์ทโฟน”

เอาหล่ะสิ ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ตอนนี้ จะไปหาฟีเจอร์โฟน (มือถือปุ่มกด) ได้จากที่ไหนบ้างหว่า เดินตามห้างก็เจอแต่สมาร์ทโฟนจอ 4 นิ้ว 5 นิ้วเต็มไปหมด ก็เลยลองหาที่พึ่งดู นั่นก็คือโทรศัพท์ยี่ห้อของค่ายมือถือในบ้านเรานั่นเอง
หลังจากหาข้อมูลดูซักพัก ก็พบว่าแต่ละค่ายต่างก็ผลิตฟีเจอร์โฟนออกมาด้วยแฮะ แต่หลังจากรวบรวมข้อมูลนำไปเสนอให้ท่านยายพิจารณา ก็ได้คำตอบกลับมาว่า “ปุ่มเล็ก” ทุกรุ่นที่มีเลย (แง…)
ก็เลยลองไปปรึกษาเพื่อนๆดูว่ามีใครเคยมีประสบการณ์หาโทรศัพท์มือถือให้ผู้ใหญ่ที่บ้านใช้บ้างมั้ย ถามไปถามมาก็เลยทำให้ได้รู้จักมือถือยี่ห้อหนึ่งขึ้นมา ชื่อน่ารักมาก นั่นก็คือโทรศัพท์จาก Infinity Mobile ซีรียส์ R’MA (อ่านมา อาม่า) นั่นเอง

พอรู้จักแล้ว ค้นหาข้อมูลแล้ว เห็นรูปเครื่องแล้ว เออเข้าท่าดีแฮะ งั้นสั่งเลยละกัน.. และก็พบว่า “ของขาดตลาด” ล๊อตใหม่จะมาเดือนหน้า แต่คุณยายจำเป็นต้องใช้แล้ว สุดท้ายก็เลยต้องไปเดินหาตามร้านตู้มือถือ
เดินทั้งห้างกาดสวนแก้ว เจออยู่แค่ร้านเดียวที่ขาย และโชคดีที่เขาลดราคาให้ได้เท่ากับราคาเดียวกับตัวแทนหลัก ก็เลยซื้อมาได้ในราคา 1690 บาท (แอบแพงนะ ถ้าเทียบกับมือถือสมัยนี้)
หลังจากซื้อมาแล้ว ก่อนจะนำไปให้คุณยาย (พร้อมสอนใช้) ในวันพรุ่งนี ้ก็ขอแอบเอามาถ่ายรูปก่อนละกัน อยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าตัวนี้จะทำอะไรได้บ้าง


รอบๆตัวกล่องก็จะมีข้อมูลพื้นฐานระบุไว้ครับ (ใช้ 3G ได้มั้ย? ใช้กับค่าย…ได้มั้ย? อ่านข้างกล่องก็รู้เลย) พร้อมกับบอกจุดเด่นของเครื่องไว้เช่น ปุ่มใหญ่, มีไฟฉาย, มีระบบ SOS, มีตารางกินยา.. etc ซึ่งส่วนมากสมาร์ทโฟนยุคนี้ก็ทำได้หมดแล้วครับ เพียงแต่รุ่น R’MA นำมาใส่กับปุ่มกายภาพเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเจออุปกรณ์ตามนี้ครับ
- ตัวเครื่องมือถือ
- แบตเตอรี่ขนาด 1000 mAh
- adapter ชาร์จไฟ
- สายชาร์จ
- หูฟัง




ตัวเครื่องวัสดุเป็นพลาสติกนะครับ มันวาวมาก รอบๆตัวเครื่องจะมีเล่นระดับพื้นผิวเพื่อทำให้ไม่ลื่นเกินไป ถือว่าจับได้ถนัดมือ ผู้ใหญ่ที่บ้านใช้น่าจะหลุดมือยากอยู่ ทำได้ดีเลยครับ


ฝาหลังถอดได้นะครับ เป็นแบบเลื่อนลง ไม่ต้องใช้เล็บแกะครับ ใส่ได้สองซิม
มือถือรุ่นนี้มีสองสีนะครับ ก็คือสีขาวและสีดำ สำหรับสีดำ พวกปุ่มกดรอบๆตัวเครื่องจะเป็นสีส้มเด่นชัดเลยครับ ซึ่งหลักๆจะมีสามปุ่มด้วยกัน ก็คือ
- ปุ่ม เปิด-ปิด ไฟฉาย
- ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง
- ปุ่ม SOS (เดี๋ยวพูดเรื่องนี้อีกทีด้านล่าง)






บริเวณด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีสไลด์เลื่อน ขึ้น-ลง ได้อยู่ ตัวนี้จะเป็นปุ่ม ล๊อค-ปลดล๊อค เครื่องครับ เอาไว้กันเวลาเผลอกดโทรออกแล้วไม่รู้ตัว (ผมชอบตรงนี้มาก ทำออกมาให้ใช้ง่ายดี แต่ละปุ่มมีหน้าที่ของตัวเอง คุณยายจะได้ไม่ต้องงงกับปุ่มอื่นเยอะ)

ด้านบนของเครื่องจะเป็นไฟฉายนะครับ วิธีเปิดก็คือกดปุ่มสีส้มที่อยู่ด้านขวาค้าง และกดค้างอีกทีเพื่อปิดครับ ตัวไฟไม่ได้สว่างมาก (ก็แหงสิ ติดมากับโทรศัพท์นะ) แต่ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับฉุกเฉิน


ด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นปุ่ม SOS ครับ เราจะต้องเข้าไปตั่งค่าเบอร์ฉุกเฉินในเครื่องก่อนถึงจะใช้ได้ (อย่าลืมเข้าไปตั่งค่าก่อนนำเครื่องไปให้คุณตาคุณยายใช้กันนะครับ)
โดยเราสามารถตั้งเบอร์ SOS ในเครื่องได้ถึง 9 เบอร์ เมื่อกดปุ่มด้านหลังนี้ ตัวเครื่องจะโทรหาเบอร์เหล่านี้โดยอัตโนมัติ โดยจะเรียงจากเบอร์แรกก่อน ซักพักหากเบอร์แรกไม่รับ ก็จะโทรหาเบอร์ต่อไปทันทีเลยครับ (ดีมั่กๆ)


ฟีเจอร์อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรมากครับ ตั้งรายชื่อผู้ใช้ นาฬิกาปลุก ปฏิทิน เหมือนโทรศัพท์ปกติทั่วไป มีตารางเตือนกินยา ทำงานคล้ายๆกับนาฬิกาปลุก มีเว็บ Browser มาให้ แต่ก็คิดว่าไม่เหมาะสำหรับเล่นเน็ตเท่าไรครับ

สรุป
โดยรวมแล้วถือว่าพอใจครับ หลายคนอาจคิดว่าราคาเกือบสองพัน ได้มือถือแค่นี้อาจดูไม่คุ้มเท่าไร เพิ่มอีกพันเดียวก็ได้สมาร์ทโฟน (ที่เกือบดี) แล้ว
แต่เราอย่าลืมว่าพวกสมาร์ทโฟนมีความซับซ้อนในการใช้เยอะมาก ผู้สูงอายุหลายท่านคงไม่สะดวกในการใช้งานซักเท่าไร เขาใช้ไปก็ไม่มีความสุข ในขณะที่เครื่องนี้ตอบโจทย์พวกเขามากกว่า ใช้แค่โทรเข้าโทรออก มีไฟฉาย มีปุ่มฉุกเฉิน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว..
ก็ขออนุญาตจบบทความไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ ไหนๆก็ซื้อมาแล้ว เลยอยากเขียนรีวิวสั้นๆเก็บไว้เฉยๆ เขียนไปง่วงไป อาจอ่านกันไม่รู้เรื่องบ้างก็ขออภัยด้วยครับ (ไม่แก้ด้วย55555)
ซื้อมือถือให้ท่านแล้ว ก็อย่าลืมโทรไปหาท่านกันด้วยนะครับ สวัสดีครับ ^^
