เด็กคนนี้เค้าสมาธิสั้นรึเปล่านะ … (1)

“สมาธิสั้น” (ADHD) เป็นกลุ่มอาการที่กวนใจครูอยู่ไม่น้อย เด็กมักจะยุกยิกๆ ให้ทำอะไรไม่ทำ กวนเพื่อน ทำงานผิด ไม่ตั้งใจ ลืมนู่นลืมนี่ ไอ้นั่นหาย ไอ้นี่หาย แป๊บๆ เพื่อนวิ่งมาฟ้องครูอีกแล้ว (ฯลฯ) ตีก็แล้ว ดุก็แล้ว ก็ยังไม่ฟัง

เวลาครูๆ เจอนักเรียนลักษณะนี้ก็มักจะสงสัยไปก่อนว่า เด็กคนนี้เค้าสมาธิสั้นรึเปล่านะ …

จริงๆ แล้วอาการสมาธิสั้นเค้าจะแบ่งอาการออกเป็นสามกลุ่ม คือ ขาดสมาธิ ซน (อยู่ไม่นิ่ง) และหุนหันพลันแล่น ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองที่หลั่งออกมาน้อยกว่าปกติ เกิดได้จากทั้งทางพันธุกรรมและการดูแลระหว่างตั้งครรภ์

ครูมักจะ “เห็นแวว” เด็กๆ ที่มีสมาธิสั้นมาตั้งแต่วัยอนุบาล เพราะน้องมักจะ อยู่ไม่สุข เล่นแรงกับเพื่อน ชอบรื้อค้น พลังงานเหลือเฟือ บางทีก็ไม่นอนกลางวัน พอเข้าประถมก็จะวอกแวก นั่งทำงานนานๆ ไม่ได้ การบ้านไม่เสร็จ คุมตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวเดินไปกวนเพื่อนบ้าง วิ่งไปข้างนอกบ้าง เด็กๆ มักจะรอไม่ได้ เวลาอยากยืมของของเพื่อนก็จะไม่รอให้เพื่อนใช้เสร็จก่อน ไม่พูดขอ แต่ดึงมาเลย ทำให้บางทีก็มีปัญหากับเพื่อนๆ เด็กๆ มักไม่ค่อยทำตามกฎ ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กไม่เข้าใจ ไม่เคยตั้งกฎชัดเจน หรือคุมตัวเองไม่ได้ … อาการต่างๆ เหล่านี้ของเด็กส่งผลกระทบต่อการเรียน ทำให้เขาเรียนตามเพื่อนไม่ทัน

เด็กๆ ส่วนใหญ่จะซนน้อยลงเมื่อเข้ามัธยม แต่เรื่องสมาธิสั้นกับขาดความยับยั้งชั่งใจจะยังอยู่ … เมื่อเข้าวัยนี้ เด็กที่มีอาการสมาธิสั้นส่วนใหญ่จะถูกมองว่าไม่ตั้งใจเรียน กวนประสาทครู ถูกมองว่าเป็นเด็กเกเร ไม่น่ารัก ทำให้สุดท้ายแล้วเด็กกลุ่มนี้อาจกลายเป็นเด็กเกเรจริงๆ ไปเลย

เด็กที่มีสมาธิสั้นส่วนใหญ่จะถูกด่าว่ามาตั้งแต่สมัยประถม เด็กๆ เก็บสะสมความรู้สึก ว่าเป็นคน”ไม่ได้เรื่อง” จดจำเรื่องราวความล้มเหลวต่างๆ (หรือสิ่งไม่ดีที่คนภายนอกบอกเกี่ยวกับตัวเขา) ทำให้เขาเชื่อว่าตัวเองเป็น “เด็กไม่ดี” ไม่มีใครชอบ มาตั้งแต่เล็กๆ พอโตเข้าวัยมัธยมอาจทำให้บางคนเริ่มหาเพื่อนที่ “คอเดียวกัน” และอาจพากันไปทำเรื่องที่สังคมไม่ยอมรับได้

อาการสมาธิสั้นทำให้เด็กต้องการความช่วยเหลือทั้งสิ้น 3 ด้าน

  1. ด้านการเรียน (เพิ่มความสามารถด้านการเรียนให้นักเรียน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง)
  2. ด้านสังคม (เพิ่มทักษะทางสังคม ทำให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้)
  3. ด้านพฤติกรรม (ลดพฤติกรรมที่รบกวนการเรียนรู้ของเด็กที่เกิดจากอาการสมาธิสั้น)

ครูๆ ที่ช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นมักจะท้อใจ หงุดหงิด หมดไฟ เมื่อเห็นว่าให้การช่วยเหลือเด็กๆ เท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น คุยก็แล้ว ดุก็แล้วก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่คุณครูต้องไม่ลืมว่าเด็กๆ มาอยู่กับเราที่โรงเรียนวันละ 8 ชั่วโมงเอง แถมใน 8 ชั่วโมงนี้เราก็ไม่ได้อยู่กับเขาตลอด เรามีเด็กอื่นต้องดูแลอีกสี่สิบกว่าชีวิต (หรือมากกว่า) อย่าเพิ่งโทษตัวเองนะคะให้เวลาตัวเองเรียนรู้และทำความเข้าใจเด็กๆ และให้เวลาเด็กๆ ได้พัฒนาตัวเองด้วย ช่วยกันไปช้าๆ แต่ต่อเนื่องนะคะ

โพสต์หน้าจะมาชวนคุยว่าขณะที่เด็กอยู่ในมือเรา เราจะให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างไรได้บ้าง

:)

อ่านเพิ่มเติม

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.