ประวัติวัดสวนป่าน

วัดสวนป่าน อยู่ใกล้สามแยกหอนาฬิกา ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมแบบตะวันตกงดงามมาก เป็นผลงานของ แนบ ชินพงศ์ ผู้มีผลงานดีเด่นด้านศิลปของนครศรีธรรมราช สร้างเมื่อปี พ.ศ.2442 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2525 เดิมวัดสวนป่านเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งตั้งอยู่ในตำบลพระเสื้อเมือง ต่อมาทางการได้ยุบเข้ารวมกับตำบลในเมืองอยู่ในเขตเทศบาลนคร จ.นครศรีธรรมราช
ภายในวัดมีสถานที่สำคัญปรากฏเด่นเป็นสง่าอยู่2 อย่างคือ
1.ศาลาการเปรียญ(ศาลาพระหมิด) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ภายในมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัด คือ”พระหมิด”เป็นพระพุทธรูปสำริดปางประทับยืนที่ชาวบ้านแถบวัดสวนป่านทั้งใกล้ไกลเคารพนับถีอมานานร่วม 100 ปี สังเกตจากทองคำเปลวที่ปิดทับซ้อนกันมาชั้นแล้วชั้นเล่าปกติศาลาการเปรียญจะเปิดให้เข้าชมพร้อมฟังเทศน์ทุกวันพระและตลอดช่วงเข้าพรรษา
2.อุโบสถ ตั้งอยู่ทางทิศใต้เป็นศาสนสถานที่วิจิตรแห่งหนึ่งในตัวเมือง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม ผลงานของแนบ ทิชินพงศ์ผู้มีผลงานดีเด่นด้านศิลปะของนครศรีธรรมราช วาดเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 แสดงภาพพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภาพประวัติเรื่องราวแสดงถึงความเป็นอยู่ของชาวเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยนั้น โดยเฉพาะภาพสมัย รัชกาลที่ 5เสด็จมาประทับที่วัดสวนป่าน เมื่อครั้งเสด็จกลับจากประเทศ อินโดนิเซีย เมื่อปีพ.ศ. 2441 การเข้าสักการะ พระหมิด และชมความวิจิตรภายในอุโบสถต้องติดต่อทางวัดก่อน
ที่ตั้งเดิมของวัดสวนป่านเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณวังกษัตริย์ หรือเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมีสภาพเป็นเนินสูงมาก่อน อันเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศซึ่งเดิมเรียกว่า “กระหม่อมโคก” มีลักษณะเป็นเนินสูงคล้ายภูเขาเล็กๆที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อประมาณ 900 กว่าปีมาแล้วกษัตริย์ผู้ตั้งเมืองใหม่ได้ปรับที่เนินนี้ให้ราบเรียบเพื่อตั้งเป็นวังส่วนที่ตั้งของวัดไม่ได้ปรับที่เนินให้ราบเรียบ ยังคงรักษาให้เป็นเนินอยู่ตามเดิมเพื่อใช้เป็นที่เลี้ยงช้างหลวง มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มีโรงเลี้ยงช้างอยู่ 3 โรงจึงไม่มีผู้ใดแม้แต่ลูกหลานหรือเชื้อสายของกษัตริย์ ประสงค์จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพราะความเชื่อที่ว่า ที่นี่ช้างอยู่ ช้างเกิด ช้างตาย มาก่อนคนจะไปอยู่อาศัยไม่ได้ มักจะมีอันต้องเสียชีวิตหรือไม่ก็ทำให้เดือดร้อนต่างๆบริเวณเนินสวนป่านจึงถูกทอดทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าอยู่เป็นเวลานาน
ต่อมาท่านเจ้าคุณพระรัตนธัชมุนี(ม่วง เปรียญ) ในสมัยรัชกาลที่ 5 เห็นว่าที่ดินบริเวณโรงเลี้ยงช้างหลวงเป็นที่รกร้างอยู่และอยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัดและศาลจังหวัดดูไม่เป็นที่เจริญตา ประกอบกับทางราชการฝ่ายอาณาจักรก็มิได้คิดที่จะใช้ที่ดินบริเวณนั้นให้เป็นประโยชน์ท่านเจ้าคุณพระรัตนธัชมุนีจึงจัดตั้งวัดขึ้นเป็นวัดของธรรมยุตนิกายแล้วตั้งชื่อวัดที่ตั้งใหม่ว่า”วัดสวนป่าน”หลังจากที่เจ้าคุณพระรัตนธัชมุนี (ม่วง เปรียญ)ผู้ก่อตั้งวัดสวนป่านได้ถึงแก่มรณภาพไปเมื่อปี พ.ศ.2477 แล้วศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าคุณฯได้สร้างเจดีย์แบบลังกาย่อส่วนขึ้นไว้เป็นที่ระลึกถึงท่านเจ้าคุณด้วยความกตัญญูกตเวทีให้เป็นอนุสรณ์ของท่าน ซึ่งเจดีย์นี้ก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในวัดสวนป่านตลอดมาจนถึงทุกวันนี้
การเดินทางไปยังวัดสวนป่าน
วัดสวนป่าน อยู่ใกล้กับสามแยกหอนาฬิกาจากสนามหน้าเมืองผ่านตลาดท่าม้า ศาลากลางจังหวัดเมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ซอยวัดสวนป่าน
กิจกรรมที่น่าสนใจในวัดสวนป่าน
ชมวัด ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ ศึกษาธรรม ถ่ายภาพ
สิ่งน่าสนใจอื่นๆในวัดสวนป่าน
1.ศาลาการเปรียญ(ศาลาพระหมิด)
2.อุโบสถ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับการมาท่องเที่ยววัดสวนป่าน
ตลอดทั้งปี เวลาเปิด-ปิด 08.00–16.30 ทุกวัน
คำแนะนำในการท่องเที่ยว
การเข้าสักการะพระหมิด และชมความวิจิตรภายในอุโบสถต้องติดต่อทางวัดก่อน