ออกกำลังหนักจนเสียชีวิตที่ Paragon

http://doctorpiyawong.blogspot.com/2014/07/blog-post_8.html

มีคนตายคาลู่วิ่งที่ฟิตเนส..น่ากลัวมาก

มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า

ตอนนี้ผมนั่งเล่นคอมอยู่ที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ช็อค มาก ไปถามพนักงานขายน้ำ เขาเล่าให้ฟังว่าพี่คนนี้เทรนอยู่กับเทรนเนอร์ด้วย แล้วจู่ๆก็ล้มลงไปเลย ทีแรกก็นึกว่าเป็นลมเฉยๆ ก็เลยพัดๆไปซักครึ่งชั่วโมง ปรากดไม่ฟื้น พยาบาลกับเจ้าหน้าที่ของทางห้างก็เข้ามาปั๊มหัวใจ ที่น่าสงสารคือทางคลับโทรเรียกแฟนเขาที่เดินช้อปอยู่ให้มาดู สงสารมากครับ คืองงทางคลับมากตรงที่เกิดเหตุอย่างงี้ยังเปิดคลับปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิด ขึ้น กรณีอย่างนี้ต้องรีบชันสูตรหรือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรืออะไรก่อนมั้ยอ่ะครับ งงและช็อคมาก.

ที่มา:http://www.t-pageant.com/2011/index.php?/topic/112971-มีคนเป็นลมเสียชีวิตขณะออกกำ/page__st__40

จาก http://board.postjung.com/785648.html

=====================

ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นดี? โดยหมอเสก จุฬาฯ

สมมติว่า ตัวเราเป็นรถยนต์ เครื่องยนต์ของเราคือ กล้าม เนื้อ แขน ขา ที่จะทำให้เราเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนได้ รถยนต์ต้องการน้ำมัน เพื่อให้เครื่องยนต์ ทำงาน คนเราก็ต้องการอาหารเป็น พลังงานให้ร่างกาย เคลื่อนไหว ไปไหน มาไหนได้ โดยเฉพาะใช้ออกกำลังกาย ตื่นนอนเช้า รถยนต์และร่างกาย เรา

ไม่มีน้ำมัน ไม่มีพลังงาน จำเป็นต้องเติมน้ำมัน ก่อนหรือกินอาหารก่อน รถยนต์จะได้มีพลังงานวิ่งไปได้ คนเราจะได้มี พลังงานให้กล้ามเนื้อ แขน ขา ทำให้เราไปไหนมาไหนได้

รถยนต์ต่างกับร่างกายเรา ตรงที่ พอเติมน้ำมันเต็มถังแล้ว สามารถขับรถไปได้ ทันที แต่คนเราหลังกินอาหารอิ่มเต็มที่ ยังไปออกกำลังกายไม่ได้ เพราะหลัง กินอาหาร 2 ช.ม. จะมีเลือดมารอรับ อาหารที่จะถูกย่อยที่ กระเพาะและลำไส้เป็น จำนวนมาก

หลังจาก อาหารถูกดูดซึมเข้ามาในเลือดแล้ว เลือดจะพา สารอาหารแจกจ่าย ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าออก กำลังกายหนัก ๆ ตอนนี้ เช่น วิ่งออกกำลัง ซึ่งต้องการเลือดมาเลี้ยงที่ขาที่ใช้วิ่ง 20 เท่าตัว ของสภาวะปกติ

เมื่อเลือดมากองอยู่ที่ กระเพาะเป็นจำนวนมาก บวกกับ มาเลี้ยงที่ขาอีก 20 เท่าดังกล่าว ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้หน้ามืด เป็นลม หรือ ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ เท่ากับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ถึงชีวิตได้

จึงห้ามเด็ดขาด ห้ามออกกำลังหลังกินอาหาร 2 ช.ม. เมื่ออาหารย่อยหมดแล้ว ดูดซึมเข้าเลือดหมดแล้ว (2 ช.ม.) เลือดที่มารออยู่ที่กระเพาะ ก็จะกระจายไปหมด ถึงตอนนี้จะออกวิ่งก็ปลอดภัย

ทีนี้คนตื่นนอนตอนเช้า แล้วมาออกกำลัง ส่วนใหญ่คิดว่า ตอนเช้าอากาศสดชื่น มลพิษก็น้อยอากาศเย็น ร่างกายยังสดชื่น เพราะได้พักมาทั้งคืน แต่คงไม่มีใครกินอาหารก่อนออกกำลังแน่ เท่ากับ รถยนต์ไม่ได้เติมน้ำมันรถยนต์ จะวิ่งได้อย่าง ไร

แต่คนออกกำลังกายได้ โดยไม่ต้องกินอาหาร เพราะตอนเย็นกินอาหาร เสร็จเข้านอน ไม่ได้ใช้พลังงานขณะ ที่นอนหลับ ตับจะปรับเปลี่ยนสารอาหาร เช่น น้ำตาล เปลี่ยนเป็นไกลโคเจน ไตรกรีเซอร์ไรด์ ไขมันเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน โปรตีนเปลี่ยนเป็นฟอสฟาเจน เป็นต้น แล้วนำไปเก็บไว้ในอวัยวะต่าง ๆ เมื่อตื่นนอน จึงไม่มีพลังงานหลงเหลืออยู่ใน ลือด เท่ากับรถยนต์น้ำมันแห้งถัง

สภาพนี้ คนออกกำลังได้ โดยตับจะดึงสารอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปเก็บไว้ในที่ต่าง ๆ ตอนนอนหลับ ให้กลับเป็นสารพลังงานในเลือดใหม่ จึงสามารถออกกำลังกายได้

มาลองคิดดู ตอนนอน ตับต้องทำงานหนักมาก เพื่อเอาสารอาหารไป เก็บ ตื่นตอนเช้าไปออกกำลังกายทันที ตับต้องดึงสารอาหารที่เอาไปเก็บไว้เมื่อคืนออกมาใช้ใหม่ ทำอย่างนี้ บ่อย ๆ ทุกวัน ๆ ตับจะต้องทำงานหนักแค่ไหน จะทนสภาพนี้ได้นานเท่าไร เพราะไม่ได้พักเลย เหมือนคนกินเหล้า แล้วไม่กินอาหาร ตับต้องไปดึงสารอาหารจากที่ต่าง ๆ มาให้แอลกอฮอล์เผาผลาญ มาก ๆ เข้า นาน ๆ เข้า ในตับมีแต่ไขมัน คนนั้นอาจกลายเป็นโรคตับแข็งได้

ทีนี้ ถ้าจะทำให้ถูกต้อง ก็ต้องกินอาหารเสียก่อน แต่ต้องรอถึง 2 ช.ม.จึงจะไปออกกำลังได้ เช่น กินอาหาร ตี 5; เจ็ดโมงเช้าจึงจะออกกำลังกายได้ จะมีใครทำอย่างนี้บ้าง ฉะนั้น ฝรั่งจึงมีแต่คำว่า morning walk ไม่เคยได้ยิน morning jogging เลย นั่นคือ ออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เช่น เดินออกกำลัง ก่อนเดินก็กินอาหารเบา ๆ เช่น แซนวิช 1 ชิ้นกับโอวันติน 1 ถ้วย ซึ่งจะใช้เวลา ย่อยอาหารสัก 1/2 — 1 ช.ม. ก็พอ ก็จะ ไปเดินออกกำลังกายได้ กินเล็กน้อยออก กำลังกายเบา ๆ ก็ใช้พลังงานน้อย ที่กินมา แค่นี้ก็พอไหว

ลองพิจารณา การออกกำลังตอนเย็นบ้าง เรากินอาหารเช้า อาหารกลางวัน ตกเย็นรับรองว่าพลังงานยังเหลือเฟือ ขณะทำงานใช้ไปไม่หมด สามารถออกกำลังกายได้เลย เหมือนกับรถยนต์ น้ำมันยังไม่แห้งถัง แต่จะให้ดีอาจเติมอาหาร เหมือนตอนเช้าอีกสักเล็กน้อย ก่อนไปออกกำลัง จะทำให้ไม่รู้สึก ระโหย ความจริงไม่ต้องไปกินอะไรเลยก็ได้

ข้อ สำคัญ เมื่อออกกำลังตอนเย็นเสร็จแล้ว ให้ดื่มน้ำ โดย ค่อย ๆ ดื่ม จนรู้สึกอิ่ม กลับถึงบ้าน ท่านจะไม่รู้สึกหิวและไม่อยากกินอะไรอีก และหลังออกกำลังกายตอนเย็นนี้ แล้ว เมื่อถึงเวลาเข้านอน จะเหลือสารอาหารน้อยที่สุด ตับไม่ต้องทำงานมาก สารอาหารไม่มีไปเก็บตามที่ต่าง ๆ จึงไม่ทำให้อ้วน และไม่มีสาร อาหารเหลือค้างในหลอดเลือด โดยเฉพาะ ไขมัน จึงเป็นวิธีที่จะลดไขมันในเลือดได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องกินยา

ถ้าพิจารณาตรงนี้ออกกำลังกายตอนเช้า หรือ ตอนเย็นจะเป็นการออก กำลังที่ทำให้สุขภาพทั่ว ๆ ไปดี ( แอโรบิก) เท่า ๆ กันทั้งคู่ แต่การออกกำลังกายตอนเย็น โดยไม่ไปกิน อาหารภายหลัง ยังจะช่วยให้สารอาหารที่เหลือจากการกินตอนเช้า และตอนเที่ยงน้อยลง จนไม่สามารถ ทำร้ายร่างกายได้ด้วย

การออกกำลังกายตอนเย็นจึงได้ 2 ต่อ

จากงานวิจัยต่างประเทศเร็ว ๆ นี้ พบว่า การออกกำลังกายตอนเช้านั้นจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง และ

การออกกำลังกายตอนเย็นจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น

ดูในแง่นี้ ถ้าไข้หวัดระบาด การออกกำลังกายตอน เย็นจะได้ 3 ต่อ มีกรณีเดียวที่ออกกำลังกายตอนเช้าได้ประโยชน์ คือ พวกที่มีภูมิต้านทานมากไป เช่น โรคภูมิแพ้ ได้แก่ หอบหืด แพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือ โรคพุ่มพวงดวงจันทร์ ออกกำลังกาย ตอนเช้า ช่วยลดภูมิต้านทาน จึงเท่ากับช่วยให้คน ๆ นั้น กินยาลดภูมิต้านทานน้อยลงได้

สรุปมาถึงแค่นี้ท่านคงทราบแล้วนะครับว่าออกกำลังกายตอนเช้า หรือ ตอนเย็นดี มีข้อเสนออีกข้อหนึ่ง คือ ออกกำลังกายแบบแอโรบิกก่อนนอน เช่น เดินบนสายพานหรือ ขี่จักรยาน 30 นาที — 60 นาที หรือ ยืนแกว่งแขน 20 นาที ก่อนนอน ไม่ต้องกลัวว่าจะนอนไม่หลับ เพราะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือ แกว่งแขน 20 — 30 นาที นี้ ร่างกาย ะหลั่ง “เอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งมีฤทธิคล้าย ๆ มอร์ฟีน ที่ใช้ฉีดให้คนไข้หลังผ่าตัด จะทำให้ง่วงนอนคลายความเจ็บปวด คลายเครียดได้ดี ฉะนั้นออกกำลังกายเสร็จ อาบน้ำแล้วเข้านอนเลย ท่านจะนอนหลับสนิท ชนิดไม่ฝัน การนอนหลับสนิทนี้ ท่านต้องการการนอน เพียง 5 ช.ม. ก็เพียงพอ จะทราบได้คือ ตอนทำงานช่วงกลางวัน จะไม่เพลีย ไม่ง่วง แสดงว่านอนหลับ สนิท 5 ช.ม. เพียงพอแล้ว นอกจากนี้มี งานวิจัยใหม่ ๆ ออกมา พบว่า คนนอน 5 ช.ม. มีอุบัติการโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันน้อยกว่า พวกนอน 7 — 8 ช.ม. ด้วยซ้ำไป ฉะนั้นการออกกำลังกายตอนเย็นหรือก่อนนอนดีกว่าออกกำลังกายตอนเช้า

===========================

การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี

ถ้าไม่สะดวกเรื่องเวลาตามบทความข้างต้น ก็ไม่ต้องกังวล

เพราะจริง ๆ แล้ว ขอให้มีเวลาได้ออกกำลังกายบ้างก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

เดินทางสายกลาง เหมาะสมที่สุด

ด้วยความห่วงใย

Dr. BOND

Email me when Dr. Piyawong Bond MD Setthawong M.D., Ph.D. publishes or recommends stories