you have unlocked the badge “พี่สาว”

แต่ก่อนนั้น มีเด็กคนนึงโตมาแบบที่ทุกคนเลี้ยงให้สบายที่สุด ดีที่สุด อ่อนโยนที่สุด เป็นที่รักมากที่สุด

เราไม่เคยรู้หรอกว่าสิ่งที่ดีที่สุดเหล่านั้นมันดึงให้ภูมิคุ้มกันของเขาต่ำลงไปด้วย

แล้วก็เป็นพวกเราเองที่มองไม่เห็นว่าเมื่อไหร่มลภาวะของการเติบโตจะเข้ามาทำร้ายเขา ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

จนเขาตั้งกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเอง รวมถึงกันเราออกไปด้วย

ตอนน้องเรียนจบ เราสัญญาว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น

เราเคยอยากมีพี่ที่ทำตัวเป็นพี่ เราเองก็ต้องเป็นให้กับน้องเราได้เหมือนกัน

ตอนน้องหัดขับรถ เราทะเลาะกันไม่รู้กี่ที แต่เราก็รู้สึกปลอดภัยกว่าที่ได้สอนสิ่งที่น้องควรจะได้รู้

ตอนน้องรับปริญญา เราโวยวายที่ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยเตรียมตัว มีเบี้ยวบ้างบางวัน แต่ก็ชื้นใจที่ได้เห็นน้องมั่นใจกับทรงผมกับเมคอัพตัวเอง

ตอนน้องส่งงานประกวด เรากับแม่ขับรถไปบางขุนเทียนดึกๆ ส่งข้าว ส่งน้ำ จนมันทำโปรเจคแข่งไปไม่รู้กี่รอบ เหนื่อยแต่มั่นใจว่าน้องอิ่มและอยู่ในสุขลักษณะที่ดี

ตอนน้องเริ่มทำพอร์ตโชว์ผลงานตัวเอง เราแอบตั้งเพจที่สุดท้ายก็โดนน้องห้ามตั้ง แอบเปิดพับลิคงานน้องบางชิ้น แอบส่งผลงานให้คนอื่นดูบ้าง ติดต่อหางานกับพี่คนนั้นคนนี้ แต่น้องก็ยังไม่กล้าทำงานรับเงิน ยังขอฝึกงานกับบริษัทดังๆอยู่สามปี

ตอนน้องเรียนจบ เราเถียงกันทุกครั้งที่คุยเรื่องหางาน เราเห็นความไม่มั่นใจในตัวน้องที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เรากล่อมให้น้องทำเรซูเม่มาหกเดือน(ซึ่งแน่นอนว่าทะเลาะกันทุกครั้ง) เราบ่นทุกทีที่เห็นเขารับงานฟรีมาทำ แต่เราก็ได้เห็นฝีมือเขาพัฒนาไปอย่างช้าๆ จากเด็กที่วาดรูปในสมุดแล้วต้องซ่อนไม่ให้ใครดู ตอนนี้เขากล้าที่จะโพสต์รูปผลงานของตัวเองในที่สาธารณะได้

ตอนน้องเจองานที่อยากทำ เราพยายามที่สุดที่จะทำให้เขาเป็นตัวของเอง ไฝว้เปลี่ยนแม้กระทั่งสีเรซูเม่ที่เขาคิดว่ามันเหมาะสมกับการสมัครงานแต่เราทั้งคู่รู้ว่าไม่ใช่ตัวเขา พรูฟรีดความโลกสวยบางจุดที่จะเปิดให้คนเอาเปรียบและดูถูก เก็บความมั่นใจที่ขาดๆเกินๆให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น สอนให้ต่อรองและไม่คิดว่าน้องเป็นรอง ซัพพอร์ตให้เขาเป็นตัวเขา จนต่อมความมั่นใจเขาค่อยๆโต

ตอนที่บริษัทส่งเมลมาคุยด้วย ตอนที่บริษัทโทรมาสัมภาษณ์ ตอนที่บริษัทเรียกไปคุย ตอนที่น้องตื่นเต้นยันตีสองนอนไม่หลับ ตอนที่น้องวุ่นหาเสื้อผ้าสร้าง first impression (ที่เราไม่ค่อยเห็นด้วย :face_with_rolling_eyes:) จนถึงตอนที่น้องได้งาน…

— เราเก็บ check point ครบทุกจุดแล้ว ภายในเวลาปีกว่าๆ

แต่ก่อนนั้นมีเด็กที่โตมาแบบพึ่งตัวเองไม่ค่อยเป็น ขี้อาย อารมณ์ขึ้นๆลงๆ สื่อสารความเป็นตัวเองไม่ค่อยถูก แต่เป็นที่รักมากที่สุด

พรุ่งนี้เขาก็ยังจะเป็นเด็กที่ทุกคนรักมากที่สุดเหมือนเดิม แต่ทำอะไรด้วยตัวเองได้มากขึ้น รักในความเป็นตัวเองมากขึ้น กล้าพูดกล้าทำมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น

เขาอาจจะโดนดุ โดนบอกให้ทำงานหนัก เจอสภาวะเครียด เจอความกดดัน เจอคนเอาเปรียบหรือรังแกเหมือนที่เคยเจอมา

แต่เขาไม่ได้ภูมิคุ้มกันต่ำอย่างที่เคยเป็นแล้ว

หน้าที่พี่สาวที่เราเคยสัญญากับตัวเองไว้ ตอนนี้เราสามารถเติมเครื่องหมายในช่องว่างนั้นได้แล้ว

จอปอ จบ :)