ICELAND #1 intro

: ไม่เคยเขียนรีวิวการเดินทางซักที แต่ครั้งนี้อยากเล่าเพื่อเป็นแรงกระตุ้นเล็กๆ ให้เพื่อนๆได้ไปเยือนICELAND ดินแดนที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแห่งนี้

Aurora Borealis at Seydisfjordur

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ Iceland เป็นจุดหมายที่มาแรงมาก ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ แทบไม่เคยได้ยินชื่อผ่านหูเลย ผมก็เป็นอีกคนที่บังเอิญได้มีโอกาสมาเยือนที่แห่งนี้เมื่อ3ปีก่อน โดยไม่ได้คาดหวังอะไร นับตั้งแต่นั้นมา เกาะเล็กๆแห่งนี้ก็กลายเป็น Top Destination เรียกได้ว่าไปทุกครั้งไม่เคยผิดหวังและตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง
( Iceland มีประชากร3แสนกว่าคนราวๆ2แสนคนอาศัยบริเวณเมืองหลวง ที่เหลือกระจายไปทั่วประเทศซึ่งมีพื้นที่ราวๆ1/5ของประเทศไทย)


When to go

ประเทศไอซแลนด์ สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี และในแต่ละช่วงเวลา ก็มีเสน่ห์ ต่างกัน
โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะเที่ยวในหน้าร้อน

skogafoss
Kirkjufell Mountain

SUMMER : เนื่องจากอากาศเย็นสบาย กลางวันยาว มีเวลาเที่ยวได้นานขึ้น สถานที่เกือบทั้งหมด ไม่มีเวลาเปิดปิด ไม่มีค่าเข้าชม 
เดินทางสะดวก มีทุ่งหญ้า เขียวๆ ทุ่งมอสเขียวๆ(ในหน้าหนาวทุ่งมอสก็ยังเขียว แต่อาจมีหิมะคลุม)
ในช่วงนี้จะมีช่วงที่พระอาทิตย์อยู่เรี่ยๆขอบฟ้านาน..ซึ่งนี่เป็นช่วงที่ถ่ายรูปสวยมากช่วงนึง อาจจะยาวทั้งคืน 
 ( high season เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม)

sunset at jokullsarlon ในฤดูร้อนกินเวลาหลายชั่วโมง

WINTER : -ในฤดูหนาวที่นี่จะไม่หนาวจัด เนื่องจากอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่น นอกจากความสวยงามของภูมิประเทศที่ปกคลุมด้วยหิมะ น้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็ง highlight ที่สำคัญคือ แสงเหนือ และ ถ้ำน้ำแข็ง (การเดินทางในฤดูหนาวต้องเผื่อเวลา หรือสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางได้ เพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย)

Aurora borealis : แสงเหนือ จริงๆแล้วแสงเหนือมีตลอดทั้งปี ทุกเวลา แต่จะเห็นได้ง่ายในบริเวณที่ใกล้ขั้วโลก แต่โดยธรรมชาติของแถบนี้ช่วงหน้าร้อนท้องฟ้าจะไม่มืดสนิท ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ 
 ในแถบ iceland จะเริ่มมืดสนิทหลังวันที่ 2 กันยายน จนถึง 9 เมษายน

Icecave : โดยทั่วไปจะเริ่ม เดือนตุลาคม ถึงมีนาคม( หลังจากกลางเดือนมีนาคมไป ไม่แนะนำเนื่องจาก โอกาสที่ถ้ำน้ำแข็งจะถูกน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้)


Duration

ระยะเวลา : ถ้าจะเก็บที่หลักๆ ไม่รอบเกาะ 5–7 วัน แต่ถ้าอยาก ขับรถรอบเกาะ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 7–14 วัน (นี่เอาจริงๆ ต้องข้ามที่ท่องเที่ยวบางแห่งไปด้วยซ้ำ)


Transports

เช่ารถขับเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด 
ถนนเส้นหลัก หรือ Ringroad ซึ่งวนรอบเกาะ และสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนถนนเส้นนี้ เปิดตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวอาจมีบางครั้งที่ปิดบ้างจากพายุหิมะ แต่ส่วนใหญ่มีการดูแลค่อนข้างดี

ส่วนบริเวณที่เป็น highlands ต้องใช้4WD แต่ในฤดูหนาวส่วนใหญ่จะปิด
 **ตรวจสอบสภาพถนน webcam ได้แบบ realtime**

การขับรถรอบเกาะใช้เวลาราวๆ17–20 ชั่วโมง (แต่ในความเป็นจริงจะใช้เวลานานมาก เพราะมีจุดสวยๆให้ถ่ายรูปตลอดทาง)

  • Google Maps ใช้งานได้ดีและสะดวกกว่า navigator อื่นๆ เนื่องจากจะมีปัญหามากในเรื่องของชื่อสถานที่ที่คล้ายๆกันหรือเหมือนกัน แต่อยู่คนละฟากของเกาะ
    ก่อนไปควรทำการบ้านและปักหมุดสถานที่ไว้ ซึ่งเราสามารถใช้งานแบบ offline
  • * สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง ทางเข้ามีป้ายเล็กๆ และเป็นถนนเล็กๆ เล็กเราอาจขับเลยไปได้ง่าย ควรเปิด google maps ควบคู่ไปด้วย

Program

ตัวอย่างแผนการเดินทาง
day 1 keflavik -bluelagoon -reykjavik
 อาจค้างที่นี่อีก1 คืน หรือย้อนกลับมาเก็บขากลับ
day 2 golden circle
day 3 vik
(detour- Vestman island อาจเพิ่มวันนอนค้างที่นี่อีก1 วัน)
day 4/5/6 Vatnajokull national park (ระยะเวลาปรับลดเพิ่มตามใจ)
ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง เช่น icecave, glacierwalk, jokullsarlon boat tour 
 มีจุดท่องเที่ยวเยอะมาก ที่พักในละแวกนี้หายากหน่อยและห่างกันมาก 
 เมือง hofn จะมีที่พักอยู่มาก และห้องค่อนข้างดีมาก แต่จะต้องขับรถย้อนกลับไปมา
day 7 seydisfjordur เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆแต่มีเสน่ห์มาก ที่พักราคาถูกและดี วิวสวย 
 (จากประสบการณ์ส่วนตัวทุกครั้งผู้ร่วมทริป จะถามว่าทำไมไม่นอนอีกคืน)
day 8 myvatn
day 9 akureyri
day10 snaellfellsjokul ที่นี่เป็นอีกจุดที่มี location ที่สวยมาก 
 แม้จะมีหรือไม่มีแสงเหนือ 
 (ที่พักที่ชอบคือ ติดเชิงเขาที่เป็น landmark แต่มี แค่2หลังเท่านั้น จองผ่าน airbnb)
day 11 reykyavik


รายละเอียดเพิ่มเติม เอาไว้ต่อตอน2นะครับ