Mimu Memu

จำไม่ได้ว่าตอนเด็กๆเรียนภาษาอังกฤษยังไง น่าจะเริ่มจากท่อง a, b, c, d ไปเรื่อยๆ แล้วก็มาเรียนเรื่องศัพท์ต่างๆ เช่น “cat” แปลว่า “แมว” แล้วก็เริ่มเป็นประโยค, ไปเรื่อยๆ

สมัยที่เรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ก็ประมาณนั้นคือเริ่มจากอักษรฮิราคานะ

あ、い、う、え、お

ต่อด้วยคำศัพท์, รูปประโยค ไม่ต่างกับการเรียนภาษาอังกฤษ. แต่ที่วิธีการสอนของเขาไม่เหมือนกับเราเรียนภาษาอังกฤษตรงที่ เขาสอนภาษาญี่ปุ่นด้วยภาษาญี่ปุ่น ไม่มีการแปลญี่ปุ่นเป็นอังกฤษ(ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่านักเรียนในห้องที่เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน ใช่ว่าทุกคนเป็น native English. ถ้าเป็นคนที่มาจากแอฟริกาล่ะก็ คงถนัดภาษาฝรั่งเศสมากกว่าอังกฤษ ถ้าจะสอนญี่ปุ่นแบบแปลอังกฤษคงจะไม่ดีแน่

แล้วจะรู้เรื่องหรือ? ถ้าไม่รู้เขาคงจะไม่สอนด้วยวิธีนี้กัน

จำได้ว่าคุณครูจะให้พูดตามบ้าง มีรูปภาพประกอบบ้าง สอนเป็นแพทเทิร์นบ้าง แต่เขาก็จะพูดอธิบายเป็นญี่ปุ่นเท่านั้น เช่น มีรูปการ์ตูนชี้ตัวเองแนะนำตัว พร้อมแบบฝึกหัด 私は xxx です。แล้วก็ให้นักเรียนพูดตาม ตัวอย่างอันนี้คือ ผมชื่อ xxx เป็นต้น เริ่มจากง่ายไปยาก ซึมซับไปเรื่อยๆ.

ระยะหลังมาจึงรู้ว่า ญี่ปุ่นเขานิยมวิธีสอนแบบนี้เรียกว่า Mimu Memu Method (ミムメム)เป็นการสอนภาษาโดยให้เลียนแบบคำหรือรูปแบบประโยค ทำซ้ำและให้จำ. Mimu Memu มาจากคำว่า Mimicry and Memorization.

เรื่องเกี่ยววิธีเรียนภาษาแบบ Mimicry and Memorization เห็นมีเขียนบ้างในเว็บว่า เป็นวิธีที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับทหาร(คงหมายถึงอเมริกัน)ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไม่รู้จริงเท็จประการใด.

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade