[แนะนำ/เล่า] Quota — Com | โควตาสายคอม (dek60)

อยากแชร์ประสบการณ์ให้ลองอ่านกันดู + แนะนำเล็กๆน้อยๆใน style พี่เอง 55555 เเล้วก็เผื่อน้องๆอยากรู้ของปี dek60 55555 เเต่จะเป็นเเนวสำหรับคนอยากเข้าสายคอมนะ (IT , Com-sci , Com-en) จะหนักพวก สอวน. นิดนึงเเต่ที่พูดถึงก็รอบโควตานั่นเเหละเหมือนๆกัน + คอมเหมือนกัน

ก็ไม่รู้ว่าปีของ dek61 จะเป็นไงเพราะรอบนี้ ยังไม่ได้สอบ GatPat เกณฑ์พวกคะเเนนโควตาคงเปลี่ยนนิดหน่อยละมั้ง อาจจะหนักที่คะเเนนสัมภาษณ์เลยก็ได้เพราะปีพี่ส่วนใหญ่ตอนไปสัมภาษณ์เขาก็ให้กรอกคะเเนน GatPat กรอกเกรด ก็นั่นเเหละทางมหาลัยก็คงเอาไปคิดเป็นคะเเนนด้วย งั้นเรามาพูดถึงเรื่องเกรดกันก่อนเลยละกัน

เกรด — คุณสมบัติ / คะเเนน / โปรไฟล์

เกรดที่เอาไปใช้หลักๆก็คงเป็น

  • คุณสมบัติของผู้สมัครโควตา
  • คะเเนน
  • โปรไฟล์ที่อาจารย์ที่มาสัมภาษณ์เราจะดู

ถ้ามีน้อง ม.4 หลงเข้ามาอ่านก็ขอให้รู้ว่าอย่าเทคะเเนนในโรงเรียน สำหรับ Dek61 คงเหลืออีก 1 เทอม ที่ยังต้องทำอยู่ก่อนถึงช่วงรับสมัครโควตา (ใช่ป้ะ? ไม่เเน่ใจ) เอาเป็นเกรดจะเป็นตัวบอกว่าเรามีสิทธิ์ที่จะสมัครโควตารึเปล่า ไม่ต้องไปพูดถึงอย่างอื่นเลย บางคนเเม่งเทพมาก portเทพ กิจกรรมบาน เเต่เกรดไม่ถึงก็ .. อดนะ

อ่อสำหรับใครที่อยากจะเข้าที่ มจธ. (บางมด) ก็ขอให้ระวังเรื่องเกรดไว้มากๆ เพราะขั้นต่ำเกรดค่อนข้างสูง ไม่ใช่สูงในแบบเกรดเฉลี่ยเทอม เเต่จะสูงในแบบรายวิชาเพียวๆ เช่น ขั้นต่ำเกรดเฉลี่ยวิทยาศาสตร์ 3.00 (ก็จะคิดเเค่เฉพาะวิชาวิทย์ ของ ม.4–5–6 คิดตามนะ เอาแค่พวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มาเฉลี่ยเกรด … อื้อหืออ 55555)

ส่วนที่อื่นๆส่วนใหญ่จะเป็นเกรดเฉลี่ยเทอมนะ อาจจะมีแบบเจาะจงสองวิชาอยู่บ้าง เช่น ม.เกษตร ก็จะเป็น ขั้นต่ำเกรดเฉลี่ยวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ก็จะคิดแบบ 2 วิชามาเฉลี่ยกันอะไรประมาณนี้

จะต้องเเข่งกับใครบ้าง — เด็กแข่ง / เด็กค่าย / เด็กกิจกรรม / เด็กโอลิมปิก

เด็กแข่ง , เด็กค่าย , เด็กกิจกรรม , เด็กโอลิมปิก … คิดไม่ออกเเล้วมีอะไรอีก น่าจะไม่พ้นในนี้ต้องเป็นสักคนในนี้เเหละที่เราจะต้องเเข่งด้วย ใครเทพๆหน่อยก็ มีทั้ง 4 อย่างในคนเดียว เพราะชื่อก็บอกอยู่เเล้วว่าเป็นประเภทโควตา เขาก็จะระบุไว้ว่าต้องมีผลงานอะไรถึงจะสมัครได้ ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วเขาจะเขียนไว้ในไฟล์ประกาศสมัครแบบครอบจักรวาล เช่น คนที่มีผลงานด้านนี้ๆ … ในระดับเขต/ภาค/ชาติ … ประมาณนี้

สำหรับน้องที่ยังอยู่ ม.4–5 หลงมาอ่านเเล้วอยากมีสิทธิ์สมัครโควตาบ้าง อยากเรียนด้านคอมอะไรงี้ พี่ก็ขอแนะนำให้หารายการเเข่งหรือลองไปสอบ สอวน. ดูนะโควตามากมายรอน้องอยู่ มันยังทันอยู่ถ้าน้องตั้งใจ

ทำ portfolio เร็ว — ก็ดีในหลายๆเรื่องนะ

ปีก่อนพี่เริ่มทำตอนประมาณก่อนเปิดเทอม ม.6 เทอม 1 ก็ช่วงๆนี้เเหละ ทำก่อนมันดีมากเลยนะน้อง คือมันทำให้เรานั่งคิดนั่งออกแบบ ให้มันพรีเซนตัวเราได้เจ๋งที่สุดอะ แน่นอนว่าพอพี่ทำเร็วพี่ก็มีโอกาสได้เเก้หลายๆครั้งจนตัวเองพอใจ ก่อนสัมภาษณ์ ไม่ต้องมานั่งเครียดว่า port ยังไม่ทำด้วย ทำวันละหน้าสองหน้าตั้งเเต่ตอนนี้ เชื่อป้ะเเค่คิดออกแบบหน้าปกก็คิดหลายวันละ 555— port มันสำคัญมากนะสำหรับสายโควตา

แนะนำเล็กๆน้อย เผื่ออยากได้แนวทางการทำ portfolio สายคอม พี่จะเขียนเอาไว้ล่างๆหน่อย

เตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์

คือส่วนใหญ่โควตาคะเเนนมันก็ขึ้นอยู่ตรงที่สัมภาษณ์เนี่ยเเหละว่าจะดีไม่ดี เเต่ดีไม่ดีส่วนใหญ่อยู่ที่เราทำอะไรมาบ้างมากกว่า เเล้วจะถ่ายทอดไปให้อาจารย์ได้หมดมั้ย

เเล้วเเต่ดวงจริงๆ ว่าช่วงสัมภาษณ์จะได้เจออาจารย์แบบไหน เพราะเเต่ละครั้งก็ต่างกันไปตามอาจารย์เเต่ละท่าน ก็มีทั้งคุยสนุก-จริงจัง บางครั้งอาจารย์บางท่านก็ไม่ได้เครียดมากชวนเราคุยโน้นนี่นั่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับเราสักเท่าไหร่ หลากหลายกันไปล่ะนะ

> เตรียมคำตอบของคำถามไป

การเตรียมคำตอบไว้เป็นเรื่องที่ดีนะ ทำให้เราไม่ประหม่าในช่วงตอบคำถาม เเล้วก็ไม่เสียเวลากับคำถามที่เป็น basic ด้วย มันจะทำให้เราได้พูดคุยกับอาจารย์ในเรื่องอื่นได้เยอะขึ้น เช่น โปรเจค ชิ้นงาน กิจกรรม หรือสิ่งที่เราถนัด หรือจะพูดง่ายๆก็คือเราจะมีเวลาในการพรีเซนตัวเองให้อาจารย์อยากรับเรามากขึ้นนั่นเอง

คำถาม basic ที่ค่อนข้างเจอบ่อยนะก็เช่น

  • ทำไมถึงอยากเข้าคณะ / อยากเรียน ….
  • จบไปจะทำงานอะไรรู้มั้ย
  • ทำไมถึงเลือกที่นี่ (หมายถึง มหาลัยอะ)
  • มีคำถามอะไรอีกมั้ย (ให้เราถามกลับ คิดไปก็ดีนะ)
ของพี่ที่เคยคิดไปก็เป็นแบบ เรื่องของการเเข่งในระดับมหาวิทยาลัยเขาคัดเลือกกันยังไง ทำยังไงถึงจะได้ไปแข่ง ต้องทำคะเเนนให้ดีหรือสมัครใจ ไรงี้ 5555 ก็เเล้วเเต่ว่าเราจะคิดไปนะ เเต่ถ้าคิดไว้มันก็ดีเเหละ

> การเตรียมพร้อมในการพรีเซนตัวเองหรือผลงาน

ควรเตรียมไว้นะ เมื่ออาจารย์เขาถามมาเกี่ยวกับความสามารถเรา นั่นคือช่วงเวลาของน้องเเล้ว ใส่ไปได้เลยอย่ายั้ง เเต่ใส่ความจริงไปนะน้องอย่าใส่มั่ว เพราะถ้าเราเป็นเด็กสายเเข่งสายโควตา อาจารย์ต้องถามต่อเเน่ว่าเราทำผลงานนี้ได้ยังไง วิธีการเป็นยังไง เขียนยังไง

ตอนพี่สัมภาษณ์เมื่ออาจารย์เขาถามมาเชิงความสามารถของพี่ว่าทำอะไรได้บ้าง พี่ก็เล่าว่าพี่เขียนภาษาอะไรได้บ้าง แข่งงานอะไรมา ผลงานตัวอย่างของภาษานั้นๆที่เราเขียนได้ ซึ่งแน่นอนเราต้องมีภาพให้อาจารย์เห็นภาพได้ง่าย นั่นก็คือ portfolio นั่นเเหละเราก็เล่าพร้อมบอกหน้าใน port ให้อาจารย์ดู

ช่วงที่อาจารย์ถามว่าเรามีผลงานอะไร พี่ก็พูดถึงผลงานพี่เเล้วอาจารย์ก็ขอให้พี่เปิดชิ้นงานให้ดูตรงนั้นเลย มันคือ web-app นั่นเเหละ พี่ก็เปิดในโทรศัพท์ให้อาจารย์ดูชิ้นงานตรงๆ

> เขียนโปรเเกรมใส่กระดาษ — ภาษาอะไรก็ได้

ตามจริงก็แล้วแต่ดวงน้องด้วยล่ะอาจารย์บางท่านก็ไม่ทำบางท่านก็ทำ สำหรับเด็กโอลิมปิกคอมต้องระวังไว้หน่อย พี่เชื่อว่าหลายคนจนถึงตอนนั้นจะลืมพวก code กันเกือบหมดละ เพราะไม่ได้ใช้นาน ซึ่งการสัมภาษณ์ของรอบโอลิมปิกจะเจออาจารย์ยื่นกระดาษกับดินสอให้ เเล้วให้เขียนโปรเเกรมลงกระดาษ โดยโจทย์ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมายเเต่ถ้าพลาดก็กล่าว GG เลยน้อง — หยอกเล่นนะ พลาดก็ลบทำใหม่แค่นั้น

เท่าที่พี่เจอมากับตัวกับรุ่นพี่/เพื่อน เล่ามาก็จะเจออยู่ที่ 2 ที่นะ คือ วิศวะคอมของ สจล. เเละ ม.เกษตร

โจทย์ของ สจล. ที่เจอมาโจทย์คือให้ var มา 3 ตัว เเล้วให้หาค่า max ง่ายใช่มะล่ะ เเต่ตอนตื่นเต้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ เช่นให้ max=0 พี่เองก็เกือบเเก้เป็น max = var ไม่ทันเเหนะ 555555

โจทย์ของ ม.เกษตร อันนี้รุ่นพี่เล่ามา คือเอา programming มารวมกับ physics ก็ไม่ใช่ไรหรอก ต้องจำสูตรให้ได้อะ เหมือนให้เขียนโปรเเกรมพวกการเคลื่อนที่แบบ Projectile อะไรประมาณนี้

บางครั้งแอร์ก็หนาวนะ ตอนสัมภาษณ์
เป็นไข้เป็นหวัดก็ระวังให้ดีล่ะน้องๆ เตรียมเสื้อกันหนาวอะไรไปหน่อยก็ดีนะ คือโดนมาละโครตสั่น + ตื่นเต้น 5555

Portfolio — แนะนำเล็กๆน้อยๆ เป็นแนวทาง

พี่เองตอนเริ่มทำ port ก็ไปขอดูรุ่นพี่ของปีก่อนๆมาหลายคน เเล้วก็เอาแนวทางที่คิดว่าน่าสนใจมาใส่ใน port ของเรา ถ้าน้องมีรุ่นพี่ที่ผ่านสนามสอบมาเเล้วก็ลองไปขอดู

> แบ่งเป็น section เพิ่มความสำคัญให้กับผลงาน

ใน port เราอาจจะแยกผลงานแบ่งเป็นประเภทๆไป เพื่อให้อาจารย์ที่มาสัมภาษณ์เราดูผลงานเราได้ง่ายขึ้นเเถมมันจะเหมือนเป็นการเพิ่มความเเพงของผลงานด้วยเเหละ เช่น ผลงานแข่งด้านหุ่นยนต์ เเข่งเขียน web แข่งเขียนโปรเเกรม ผลงานการเข้าร่วมค่ายวิชาการ ค่ายกิจกรรม ก็แบ่งไปตามที่เราเห็นสมควรตามผลงานที่เรามีมากน้อยไป

ส่วนนี้ไม่รู้ว่าพี่คิดไปเองคนเดียวป่าวนะ เเต่พี่ว่าการแบ่งมันเพิ่มความเเพงให้ port จริงๆ 5555

> ควรใส่ผลงานทั้งหมดที่มีเลยมั้ย?

ขึ้นอยู่ว่าน้องมีผลงานเกี่ยวกับด้านคอมเยอะมั้ย ถ้าเยอะก็ควรเน้นไปที่ด้านคอมล้วนๆ ไม่ต้องใส่น้ำ (อะไรที่ไม่ได้โดดเด่นมาก) แต่สำหรับคนที่ไม่เยอะมากมีไม่กี่อย่าง ก็ใส่ไปเถอะให้ port มีงานเยอะเข้าไว้

ส่วน port ของพี่เองก็เเทบไม่ได้ใส่อะไรที่นอกเหนือจากด้านคอมเลย อาจจะมีงานอดิเรกบ้างที่คิดว่าโดดเด่นสำหรับตัวเราก็ใส่ไป ใส่ในสิ่งที่คิดว่าเป็นด้านดีด้านความสามารถของตัวเราเอง (ถ่ายรูป วาดภาพ ตัดต่อ บราๆๆ) รวมๆเเล้วก็เล่ม port พี่ก็มีประมาณ 35 หน้าได้ ไม่ใหญ่ไปไม่น้อยไปอะ

ตามจริงมันขึ้นอยู่กับน้องเองเเหละ อะไรที่คิดว่าดีก็ใส่ไปเลยครับ

> สำหรับสายคอมแบบเรา ทุกอย่างยัดใส่ port ได้หมดเเหละ

พี่เป็นคนนึงที่เอาผลงานที่ไม่ได้ขึ้นกับโรงเรียน ไม่ได้เป็นงานแข่ง ไม่ใช่งานวิชาการแต่เป็นงาน/โปรเจคที่ทำเองเล่นๆตอนว่างวันหยุด (งานอดิเรกในชีวิตประจำวัน) ใส่ใน portfolio เลยก็ได้

ตอนพี่ไปสัมภาษณ์อาจารย์เขาก็ให้ความสนใจนะกับโปรเจคที่พี่ทำ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นผลงานแข่งขันอะไร เป็นโปรเจคที่ทำเล่นๆ อาจารย์เขาไม่สนใจหรอกว่ามันเป็นจะเป็นเว็บอนิเมะหรืออะไร เขาสนใจแค่ว่าเราทำเว็บขึ้นมา นั่นเเหละที่เขาสน

> เมื่อคิดจะใส่โปรเจคลง Port — อย่าลืมใส่ Describe ของโปรเจค

แน่นอนว่าถ้าเราจะใส่โปรเจคใน port เราก็ต้องมีคำอธิบายต่างๆ เกี่ยวกับโปรเจคของเรา ว่าโปรเจคเกี่ยวกับอะไร เขียนด้วยอะไร ใช้ IDE ตัวไหน

อันนี้คือหัวข้อต่างๆในโปรเจค ที่พี่ใส่ใน port ตัวเอง

  • Project Name :
  • Languages / Scripts :
  • IDE :
  • OS :
  • Software :
  • Trouble shooting :
  • Describe :

> การทำให้ผลงานสามารถจับต้องได้

นี่คือจุดพีคของ port เลย ถ้าใน port ของเรามีผลงานด้านคอมที่เป็นพวก program Web App ผลงานที่มี source code พี่ขอเเนะนำให้เราทำให้นำผลงานพวกนี้ไปอัพลงที่ไหนสักเเห่ง อาจจะเป็น Github ที่เป็น Version Control ก็ได้ หรือถ้าให้ง่ายก็อัพลง G-drive เเล้วตั้งเป็น Public จากนั้นเราก็ Get-link มาใส่ใน port เรา

มันจะทำให้ผลงานที่เราใส่ไม่ใช่กระดาษโชว์ผลงานเฉยๆ อาจารย์จะสามารถเข้าไปดูได้ว่าเราเขียน code ยังไง ใชวิธีไหนภายใน code ตามลิ้งที่เราทิ้งไว้ ซึ่งจะเป็นการเปิดประเด็นในการคุยเกี่ยวผลงานเรามากขึ้นอีกด้วย

ตอนหลังพี่สัมภาษณ์เสร็จอาจารย์ก็ขอ port ของพี่เก็บไว้เลย อาจารย์บอกพี่ว่าขอเอาไปดูผลงานที่เราใส่ port มา โครตตื้นตัน 5555 ซึ่งส่วนของพี่ พี่ทิ้ง git clone เอาไว้

> การระบุความสามารถที่เรามี — เขียนย่อยออกมาเลย

เป็นอีกวิธีที่ดีมากๆ พี่ได้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง (พี่เบ้บ — oskr18 , jc7) เป็นการสรุปความสามารถของเราเเล้วภายใน 1–2 หน้า ว่าเราทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าสายคอมคงไม่พ้นของการระบุว่าเราเคยเขียนภาษาอะไรมาบ้าง (C , C++ , C# , Python , Vb.net , etc) เก่งการใช้ software ตัวไหนบ้าง (Photoshop , Illustrator , Premiere pro) เขียนย่อยออกมาเเล้วให้คะเเนน ให้เวลกับตัวเองซะหรือไม่ให้ก็ได้ เเต่ถ้าใส่ก็เพื่อบอกว่าเราถนัดมากน้อยยังไง เพราะถ้าไม่ใส่เเล้วอาจารย์ถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาน้องอาจจะหน้าซีดได้นะ 55555

พี่ใส่เป็นตัวเลข 1/10 , 9/10 ไปตามความคิดตัวเอง ตอนสัมภาษณ์อาจารย์ก็ถามพี่นะว่าคะเเนนวัดจากอะไร พี่ก็ตอบอาจารย์ว่าตัวเลขบอกถึงการใช้บ่อย ใช้มากน้อยเเค่ไหนหรือจับบ่อยมากมั้ยประมาณนั้น จากนั้นอาจารย์ก็ถามต่อไปว่าเราเขียนเจ้า script ตัวนี้หรือภาษาตัวนี้เอาไปทำโปรเจคเกี่ยวกับอะไร เราก็เล่าต่อไปเลย

มันเป็นดาบสองคม อย่าใส่มั่วนะใส่เเล้วเราต้องอธิบายได้ว่าเราเอาไปทำอะไร เขียนยังไง ถ้าอาจารย์ถามมาเเล้วบอกจำไม่ได้นี่เหมือนเทเครดิตตัวเองลงพื้นเลยนะ

> หนึ่งหน้าสรุปผลงานแข่งทั้งหมดทั้งชีวิตที่คิดว่าเด่นที่คิดว่าดี

อันนี้ก็ดีมากๆ อีกส่วนหนึ่งการเขียนสรุปโดยมีเเค่ text อย่างเดียวจะทำให้อาจารย์สามารถเห็นภาพรวมเราได้ว่าเราผ่านอะไรมามากน้อยขนาดไหน ไอเดียนี้พี่ได้มาจากเพื่อนคนนึง (นอต — posn2ku58 เคยมีคนส่งหน้าโปรไฟล์นอตมาลงกลุ่ม เห็นเเล้วต้องร้อง “กุนเชียง” โครตเทพ)

เราก็พิมพ์ลิสลงมาเลยว่าผลงานที่โดดเด่น ( กิจกรรมค่าย รายการเเข่ง สอบวิชาการ ) ที่เราผ่านมาทั้งหมดมีอะไรบ้างไม่ต้องมีรูปมีเเค่ตัวหนังสือพอ เเล้วหน้านี้จะทำให้คนอ่านรู้สึกว่าเราผ่านอะไรมาเยอะมาก

ไม่ได้เยอะมาก เเต่พอลิสมามันก็ให้ความรู้สึกเยอะเองเเหละ

โควตาโอลิมปิก — แนะนำสำหรับเด็ก สอวน.

ติดตามข่าวโควตาทางไหนดีที่สุด?

เว็บที่น้องๆจะติดตามประกาศรับสมัครหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องที่เร็วที่สุดมี 3 ทางตามลำดับนี้เลยครับ

  • เว็บของมหาลัยเอง
  • http://www.posn.or.th/
  • เว็บรวบรวมโควตาต่างๆ

ตัวพี่เองขอเเนะนำให้เข้าเว็บของ posn โดยตรงเลย เร็วเเล้วก็ง่ายในการรวบรวมโควตาโอลิมปิกโดยเฉพาะ

อย่าลืม !! ขอหนังสือรับรองการผ่านค่ายโครงการวิชาการ

ก็ตามหัวข้อเลย ควรขอไว้ก่อนไวๆเลย เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ใบรับรองมา ประมาณ 2 อาทิตย์อะ ดังนั้นถ้ารู้ตัวเเล้วก็รีบไปขอเลยจ้า อ่านรายละเอียดที่เว็บของ posn เลยนะ จะอยู่ในส่วนของ “สิทธิพิเศษ


ตอนเเรกว่าจะเขียนสั้นๆ ไปๆมาๆยาวขนาดนี้ได้ไงไม่รู้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับใครหลายๆคนที่หลงเข้ามาอ่านนะครับ :D
Like what you read? Give Poon Shotateerawasu a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.