Bitcoin and Block chain

Potae Eddy Lunna
Sep 5, 2018 · 1 min read

-หลายคนสงสัยว่าอะไรคือสิ่งหนุนหลัง Bitcoin เมื่อเทียบกับเงินทั่วไปที่รัฐบาลออกซึ่งมีทุนสำรองเป็นรูปแบบเงินสนุนอื่น หรือ ทองคำ ขอตอบเลยว่า “ Bitcoin ไม่มี “

-อะไรคือคุณสมบัติทำให้ Bitcoin มีค่าคือ ความหายาก

-ความหายากเป็นคุณสมบัติสำคัญของเงิน ในอดีตมีการใช้เปลือกหอยแทนเงินแต่ลองจินตนาการดูถ้า ชมชุนนั้นอยู่ใกล้ทะเลเปลือกหอยก็ไร้ค่าเพราะหาได้ง่าย สักพักก็เกิดภาวะเงินเฟ้อ

คริปโทเคอเรนซี และ Public Blockchain

  • BlockChain เป็นสภาปัตยกรรมข้อมูลแบบใหม่เกิดขึ้นพร้อมการสร้าง Bitcoin ในปี ค.ศ.2008
  • ผู้อ้างว่าเป็นผู้สร้างคือ Nakamoto Satoshi ซึ่งปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่าคือใคร

โครงสร้าง Blockchain แบ่งออกเป็นส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ (ทำไมมันเจ๋งจัง)

  • หนึ่ง โครงสร้างของข้อมูลภายใน Block ซึ่งหากจะเทียบก็เสมือนฟีลด์ข้อมูลในการออกแบบระบบฐานข้อมูลดั้งเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือหากจะเทียบเป็น Block เป็น Record จะพบว่าฟีลด์ข้อมูลใน Block นั้นจะมีการงอ้างอิงข้อมูล Block ที่อยู่ก่อนหน้า ดังนั้นหากมีการแก้ไขข้อมูลใดๆใน Block จะเกิดความไม่สอดคล้องทันที ยากต่อการ Hack เพราะเป็น Chain
  • สอง การสร้าง Block ใหม่ การสร้าง Block ใหม่ขึ้นอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ในเครือข่าย จะทำการตรวจสอบข้อมูลร่วมกันว่าถูกต้องไหม

สรุปเพิ่มเติม

  • มีลักษณะสำคัญ 2 อย่างคือ หนึ่งเชื่อมโยงของ Record ที่เรียกว่า Block ในฐานข้อมูล ในระบบฐานข้อมูลแบบนี้เราไม่สามารถไปแทรก Record ใดๆ ระหว่างกลางของ Block ที่ออกไปก่อนหน้านั้นได้นอกจากนี้การเชื่อมโยงยังใช้ค่า Hash Value ของข้อมูลในธุรกรรมก่อนหน้านี้ด้วย

สรุปคือ มีการตรวจสอบกันและกันตลอดเวลาทำให้ข้อมูลมีคุณค่าและเชื่อถือได้มันเป็นคุณสมบัติของอัตราแลกเปลี่ยนที่ดี

การสร้างเหรียญหรือที่เรียกว่าขุดเหรียญเป็นการล่อให้มีเครือข่ายมากขึ้น (ตัวตรวจสอบข้อมูล ยิ่งมีเครือข่ายมากจำนวน Block เยอะทำให้ยากต่อการ Hack

กติกาการขุดเหรียญ Bitcoin

กติกาคือการแก้สมการหาตัวแปร Nonce ที่สามารถให้ค่าออกมาตรงกับระดับความยากของโจทย์ ณ เวลานั้น ที่เรียกกันว่า Mining หรือการขุดเหมือง ในสมการนี้ยังมีตัวแปรประกอบอื่นที่สำคัญคือตัวแปรที่สะท้อนเนื้อหาของข้อมูลใน Block ใหม่นั้น นั่นหมายความว่าหากมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งในเครือข่ายสามารถแก้สมการได้ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นต้องหยุดการพยายามแก้สมการชุดเดิม หันมาตรวจสอบความถูกต้องของ Block ใหม่ที่ถูกค้นพบหากถูกต้องจะเอา Block ใหม่ที่ถูกค้นพบไปเพิ่มในฐานข้อมูลของต้นและกลับมาเริ่มแข่งขันกันใหม่

Process จะเป็นแบบนี้

ขุดเหรียญ → หยุดเพื่อช่วยกันตรวจสอบ → กลับไปขุดใหม่ → หยุดเพื่อช่วยกันตรวจสอบ

ดังนั้นการไปแก้ไขข้อมูลในระบบก็ทำไม่ได้ด้วยเช่นกัน และสองการสร้างคริปโทเคอเรนซีขึ้นเพื่อ “ล่อ” ให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยการวงกลไกกำกับการเกิดขึ้นของเงินใหม่ว่า คอมพิวเตอร์เหล่านี้ต้องแข่งขันกันแก้สมการที่ถูกออกแบบตามหลักสถิติไว้ว่าจะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเครื่องในระบบที่แก้โจทย์ออกในระยะเวลา 10 นาที การกำหนดเงื่อนไขแบบนี้นอกจากจะทำให้ “จำกัด” อุปทานของคริปโทเคอเรนซีแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหา Hacker ที่จะเข้ามาในระบบด้วย เพราะต้องใช้กำลังการคำนวณมหาศาลในการแข่งขันกับคอมพิวเตอร์อื่นๆในเครือข่าย

อย่างไรก็ดีคริปโทเคอเรนซีที่เข้ามาซื้อขายในตลาดทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ Bitcoin ยังมีแนวคิดต่างๆอีกมากมาย ทั้ง Ether Ripper จะมาเขียนในครั้งต่อไป

Credit : ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade