เบอร์เกอร์ Feedback … “อู้หื้อม่วน จ๋าหื้อหวาน”

สวัสดีครับ วันนี้เปิดประเด็นมาแบบของกินกันเลยทีเดียว วันนี้จะมาเล่าการให้ Feedback กัน “แล้วเจ้า Feedback มันคืออะไรละ ?

Feedback ถ้าแปลเป็นไทยแล้ว ก็น่าจะหมายความถึง การให้คำแนะนำ ติชม หรือ ข้อคิดเห็น ดังนั้นก็พอจะสรุปได้ว่าเจ้า “Feedback” นี้สามารถแบ่งแยกได้เป็น 2 ส่วนคิด

Positive Feedback คือ การให้ความเห็นในด้านที่ดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงจะชอบฟังนะครับ รวมถึงผมด้วยนะครับ (แฮ่ๆ … แต่ติได้นะครับ) ซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่มักจะชอบฟังในสิ่งที่เป็นบวก ใรความคิดผมก็คงไม่ผิดนะครับ แค่อย่าหลงไปกับมัน เก็บไว้เป็นกำลังใจก็พอเนาะ

Negative Feedback คือ การให้ความเห็นในด้านที่ต้องปรับปรุง ก็เป็นธรรมดาของคนส่วนใหญ่เช่นกันนะครับ ที่จะไม่ค่อยชอบฟังสักเท่าไร แต่ก็ไม่ผิดนะครับผม

แต่ถ้าการที่วันหนึ่งเราจะต้องเดินไปให้ Feedback ในด้านที่ต้องปรับปรุงกับใคร แน่นอนว่ามันเป็นการยาก ที่จะเดินเข้าไปพูดกับเค้าตรงๆ อาจจะด้วยความสัมพันธ์ เช่น

หากเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากเราก็ไม่กล้าให้ Feedback ตรงๆ เพราะกลัวเพื่อนจะเสียใจ

หรือ

หัวหน้างาน หรือ คนในทีม ไม่กล้าให้ Feedback กันตรงๆ เพราะเรื่องของอาวุโส เรื่องของกลัวจะเสียบรรยากาศภายในทีม

ผมว่าใครหลายๆ คนก็น่าจะประสบกับเหตุการณ์แบบนี้นะครับ หรือแม้กระทั้งคนภายในครอบครัว หรือคนรักของเราเอง

มาถึงจุดนี้เราจะให้ Feedback กับเค้ายังไงดี ดังนั้นคนส่วนใหญ่เลยมักจะ “นิ่งเงียบแล้วเก็บไว้เอง” สิ่งที่ตามมาคือ

  • ผู้รับสารก็ไม่ได้รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของเรา
  • ผู้รับสารเข้าใจผิดในท่าทางหรือสิ่งที่เราแสดงออกมา
  • ผู้รับสารไม่ได้รับฟังเพื่อนำไปพิจารณาหรือปรับปรุง

ดังนั้นวันนี้ผมจึงขอเสนอ Model ที่เรียกว่า “เบอร์เกอร์”

เครดิต https://workwithchantell.wordpress.com/2013/11/25/the-feedback-burger-how-to-give-proper-constructive-feedback/

น่ากินเลยใช่ไหมครับ อิอิ …. ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าธรรมชาติของเบอร์เกอร์เองมี 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 ขนมปัง แสดงถึงความนุ่มนวล
ชั้นที่ 2 เนื้อ แสดงถึงความแข็งแกร่งแต่ก็นุ่มนะ อิอิ
ชั้นที่ 3 ขนมปังอีกแล้ว นุ่มเลยทีเดียว

ก่อนจะเข้าใจกับเบอร์เกอร์ อยากลองให้เข้าใจธรรมชาติของคนรอบข้าง แน่นอนครับ “ไม่มีใครทำผิดมาทั้งชีวิต” หรือแม้แต่ตัวเราเอง ดังนั้นการจะให้ Feedback ไม่ควรนำพาเรื่องราวในอดีตมารวมกันนะครับ เช่น

“ตัวเองทำไมตัวเองไม่ทำ 1234 ให้เค้า เมื่อก่อนตอนคบกันใหม่ๆ 1234 มาถึงตอนนี้ตัวเองทำไมเปลี่ยนไป เมื่อตอนนั้น 1234 เมื่อตอนนี้ 1234 ตรงนั้น 1234”

ถ้าดูบริบทอาจจะเหมือนจะธรรมดา แต่จริงๆ ไม่ธรรมดานะครับกำลังบวกเหตุการณ์เก่าก่อนเข้าไป ดังนั้นถ้าลองมาดูตัวของโมเดลเบอร์เกอร์ เราจะปรับใช้ยังไง ขอยกกรณีเรื่องงานนะครับ

คุณแจ่มขอบคุณมากนะครับความตั้งใจ ในการทำงานชิ้นนี้ (Positive + Focus) ….. แต่ผมสังเกตุว่ายังมีตรงจุดนี้อาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่(Constructive + Direct) คุณแจ่มมีไอเดียตรงนี้ไหมครับ หรือ ว่าเราจะลอง ABCD(Solution) ขอบคุณคุณแจ่มมากๆ นะครับ หากต้องการให้ผมช่วยตรงไหน ก็แจ้งผมได้เลยนะครับ (Positive + Appreciate + Trust + Support)

Positive: สังเกตุจากบริบทข้างบนนะครับการจะให้ Feedback กับใคร ควรกล่าวเฉพาะเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยการพูดถึงสิ่งที่ดีที่ผ่านมา เหมือนที่บอกครับไม่มีใครทำผิดมาตลอดชีวิต

Constructive: หลังจากนั้นเราก็ต้องให้ Feedback กับงานหรือสิ่งที่เกิดนั้นๆ ตรงๆ แต่มีข้อแนะนำว่าให้ลงกับงาน กับสิ่งของ อย่าชี้ที่ตัวบุคคล พร้อมทั้งสอบถามมุมมองและให้วิธีการกับเค้า

Positive: เมื่อให้ Feedback กับเค้าตรงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณเค้า เชื่อใจเค้า และสนับสนุนให้เค้า เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้นต่อไป

ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมอง หรือหนึ่งโมเดลดีๆ ที่ผมคิดว่าเราน่าจะให้ Feedback กับใครได้ตรงๆ ทั้งในด้านที่ดี หรือด้านที่ต้องปรับปรุง โดยที่ลดแรงปะทะ หรือการให้ Feedback กันแรงๆ ผมมักตั้งคำถามเสมอ

“เราบอกว่าเราให้ Feedback กันตรงๆ บางครั้งก็แรงๆ กันไปทำไม”

หลายคนอาจจะว่าผมมีมุมมองในแบบทุ่งหญ้า Wonderland แต่ก็อย่าลืมว่าคนเราต่างจิต ต่างใจ ต่างการเลี้ยงดู ต่างสังคม ต่างวัฒนธรรม จุดรับได้ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

ดังนั้นผมว่าการให้ Feedback กับเค้าได้ตรงๆ โดยไม่กระทบกับความสัมพันธ์ด้วยน่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ….. “อู้หื้อม่วน จ๋าหื้อหวาน” …. กันเนาะเจ้า อิอิ