เชียงใหม่ในมุมที่คุ้นเคย

หลังจากกรีนบัสจากเชียงรายมาจอดที่อาเขตเรียบร้อย เราก็แบกเป้ออกเดินทันที มาเชียงใหม่เราชอบเดินมากกว่านั่งรถ ช่วงเวลา 5 โมงแดดไม่แรงแล้วเดินสบาย ระหว่างทางก็จะได้แวะชิมขนมด้วย แต่วันนี้แปลก (วันเสาร์) ร้านขนมปิดหมด เดินต่อมาจนมาถึงสะพานนครพิงค์เก็บรูปแม่น้ำปิงสักหน่อย

เดินต่อมากาดหลวงแวะซื้อสามชั้นย่าง วันนี้แม่ค้าใจดีแถมไส้หวานย่างมาให้ด้วย ชิ้นละ 50 บาท เพิ่มคอลลาเจนกัน

ได้ของกินเติมพลังแล้วก็เดินต่ออีกนิดก็ถึงโรงแรมท่าแพอินน์ เราพักประจำ สะอาด สะดวก ปลอดภัย เรานอนห้องพัดลม 280 บาท

เก็บกระเป๋าเสร็จก็ออกซนทันที วันเสาร์มีถนนคนเดินวัวลาย ออกเดินมาได้ไม่นาน ครึ้มมาเลย

มาถึงถนนคนเดินวัวลายกันแล้ว เราตามหาร้านน้ำมันหอมระเหย 100% เขาหยุดอีกแล้ว ร้านอื่นใส่แอลกอฮอล์เยอะเกิน สิ่งที่ตั้งใจไม่มา เราก็เริ่มตะลุยกินกัน เริ่มที่น้ำใบบัวบก

ตามด้วยหม่าล่ารสเข้มข้น คุณป้าใจดีแถมให้เราอีก 1 ไม้

ยังคงไม่หยุดกิน ยังสนุกอยู่ ยำขนมจีน ที่นี่อร่อย รสจัดมาก ชอบรสไหนก็บอกได้เลย ปลาร้าไม่เหม็น

เดินจนไม่รู้ว่าจะกินอะไรอีกแล้วเราก็ย้ายตัวเองจากประตูเชียงใหม่ไปประตูสวนดอก ไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลไข่หวาน

กินร้านนี้ทีไรลืมของทุกที รอบก่อนลืมสตรอว์เบอรี่ไว้ 2 กล่องใหญ่ รอบนี้ลืมมือถือ ดีนะที่นึกได้แล้วกลับไปเอา ขากลับเดินผ่านประตูท่าแพ ชอบแบบนี้ที่บรรยากาศเงียบๆ ไม่วุ่นวาย ไม่มีขายอาหารนกพิราบ

ยังไม่อยากเข้าที่พักก็เดินต่อไปที่ขัวแขก สะพานนี้ข้ามจากกาดหลวงไปวัดเกตการาม

ออกจากขัวแขกไปที่ขัวเหล็กกันต่อ เราชอบร้าน bus bar วันนี้ดนตรีดีมาก


สุดสะพานด้านนี้จะเป็นโรงแรมมาวิน โรงแรมเปิดได้ไม่นาน ยังใหม่มาก ห้องดี ไม่มีทัวร์ลง นอนสบาย

ขากลับผ่านไนท์บาร์ซา มีดูแสงสีก่อนกลับที่พักเข้านอน

เช้าวันรุ่งขึ้น (วันอาทิตย์) เมื่อคืนซนมากไปหน่อยตื่นสายอีกละ ออกจากที่พักมาแวะจิบยาธาตุที่ร้านสล่ามองโอสถ แก้วละ 5 บาท

เดินต่อไปที่วัดอู่ทรายคำกราบพระสิงห์หยกกันก่อน

เดินต่อไปที่วัดดอกเอื้อง


เดินต่อมาที่ประตูช้างเผือก เจอบรรยากาศดีๆ แบบนี้

ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปรอคิวรถขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ มาคนเดียวก็โชคดีได้นั่งหน้า ทั้งคันเต็มไปด้วยฝรั่ง ไป-กลับ 100 บาท นั่งหน้าก็เลยมีโอกาสได้ถ่ายรูปจุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ระหว่างทางขึ้นพระธาตุ

คุณลุงรถแดงให้เวลา 2 ชั่วโมง ถือว่ากำลังดีเลย รอบก่อนให้เวลา 1 ชั่วโมง รอคิวขึ้นกระเช้าก็หมดละ มาถึงแล้วก็ต้องรอจังหวะถ่ายรูปกันเอง มีช่างภาพเยอะมากขึ้นจนจะเยอะมากกว่านักท่องเที่ยวแล้ว




หลังจากใช้เวลาพอสมควรกับการรอคอยก็เดินออกมาตรงจุดชมวิวเมืองเชียงใหม่



ขาลงก็แวะมาถ่ายรูปที่บันไดนาคสักหน่อย


พอลงมาจากวัดพระธาตุดอยสุเทพลุงแกมาจอดจุดเดิม เราก็เดินย้อนมาที่วัดราชมณเฑียร

เดินย้อนกลับมาผ่านวัดควรค่าม้า ชอบกำแพงมาก

เดินผ่านมาถึงพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา

ฝั่งตรงข้ามเป็นข่วงสามกษัตริย์

วันอาทิตย์มีถนนคนเดินแต่อยากกลับไปอาบน้ำก่อน ขากลับเราก็เดินมาเส้นช้างม่อยจนถึงวัดชมพู

ออกจากวัดก็แวะชิมขนมหวานช้างม่อยกันก่อน ทุกทีมาค่ำที่นั่งเต็มวันนี้มาตอนร้านเปิดเลยได้กิน

อาบน้ำออกมาเสร็จฟ้ามืดมาก วันนี้ไม่รอดฝนแน่ๆ แต่เราก็ยังออกมาถนนคนเดินประตูท่าแพ

ฝนลงจนได้ จากเบาๆ ก็หนักมากๆ คนหนีหายกันหมดเลย สีสันเสื้อฝนท่ามกลางถนนคนเดิน


เรานัดกับป้าร้านหม่าล่าวันนี้อยากกินเนื้อ พอไปถึงร้านป้าแกก็จำได้ เมื่อวานแถม วันนี้ลดราคาให้อีก

พอฝนหนักมากขึ้นก็แวะหลบฝนที่ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย (อย่าด่าแรงที่มากินที่เชียงใหม่ เราหาที่หลบฝน)

ฝนซาแล้ว ออกซนได้เลย เดินไปเดินมาก็แวะกินส้มตำโคราช ร้านนี้เด็ดมาก อร่อย คุยสนุก ใจดี

ออกจากร้านส้มตำก็เดินมาต่อที่ร้านยำ ร้านนี้เจอคนจีนแย่งที่นั่งแล้วกวนประสาทอีก ดีนะที่อีกโตกกินเสร็จพอดี

กินอิ่มแล้วก็เดินหาน้ำใบบัวบกอีก ร้านนี้เข้มข้นดี ไม่หวาน

จุดหมายปลายทางของคืนนี้คือการมาถ่ายรูปพระธาตุหลวงที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหารยามค่ำคืน


วันจันทร์วันสุดท้ายของการมาซนที่เชียงใหม่ในรอบนี้ เช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้ก่อนจะมาเติมคาเฟอีนที่ร้านอาข่าอาม้า

เสพกาแฟเสร็จก็เดินตรงเข้าวัดพระสิงห์วรมหาวิหารอีกครั้ง มาบ่อยหน่อย พระธาตุหลวงเป็นพระธาตุประจำปีเกิดเรา (ปีมะโรง) เข้าวิหารสักการะพระศรีสรรเพชร

เข้าวิหารลายคำสักการะพระพุทธสิหิงค์เชียงใหม่หรือพระสิงห์

มาถ่ายพระธาตุหลวงในมุมมหาชน


ออกประตูหลังวัดพระสิงห์มากินข้าวร้านริมรั้ววัด ร้านนี้อร่อย รสจัดดี

อิ่มแล้วก็เดินผ่านประตูสวนดอกเพื่อตรงไปวัดอุโมงค์ เส้นทางนี้เราเดินทุกครั้งและเราก็เจอหมาจากร้านชำตามมาจะกัดทุกครั้ง โดยที่เจ้าของหมาไม่สนใจ เราเลยไม่เคยอุดหนุนร้านนี้เลย ไม่ไกลจากตรงนั้นก็ถึงวัดจุดแรกก็มาสระน้ำก่อน

นั่งให้เหงื่อแห้งก็ตรงมาที่อุโมงค์จุดที่ทุกคนต้องมา


เดินทะลุอุโมงค์ขึ้นไปตรงเจดีย์

สักพักฝนตกเราก็เลยต้องกลับลงมาหลบฝนในอุโมงค์ พอฝนหยุดก็ออกมาเดินรอบๆ วัด



ขากลับเราเลี่ยงเดินอีกทางถึงจะอ้อมแต่ก็ไม่ต้องเสี่ยงโดนหมากัด ขากลับเราย้อนมาที่วัดสวนดอก


ออกจากวัดสวนดอกก็ตรงมาที่วัดพันเตา มาสักการะพระเจ้าปันเต้า

เดินต่อมารั้วติดกันเข้ามาหออินทขิล สักการะเสาหลักเมืองเชียงใหม่

จากในเข้าวิหารหลวงวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และเดินรอบวัด




จากนั้นก็เดินไปรับกระเป๋าก่อนกลับก็เล่นกับรูบี้ก่อน หลังๆ เริ่มสนิทกันแล้ว

เดินแบกกระเป๋าจะไปสนามบินเดินผ่านวัดลอยเคราะห์ก็แวะสักนิด

ระหว่างทางก็มัวแต่สนุกสนานกับการเก็บดอกปีบจนเกือบไม่ทันเวลาโหลดกระเป๋า

เดินมาก็จะได้เก็บภาพแบบนี้ด้วย

ระหว่างรอ delayed ก็มานั่งชิมขนมเทียน ไม่ถูกปากเราเหมือนขนมใส่ไส้

ถึงเวลากลับบ้านแล้ว เราชอบนั่งฝั่งขวาเพื่อให้โดนเทมาเก็บภาพแบบนี้



สักพักก็ถึงเวลาอาหาร มื้อนี้ได้กินข้าวเหนียวไก่แดดเดียว อร่อยดี เราก็ใช้มือกินแบบไม่สนใจสายตาป้าข้างๆ ก็กินข้าวเหนียวจะใช้ส้อมพลาสติกเมื่อไหร่จะได้กิน ต้องมือเท่านั้น

ตลอดทางผ่านฝนหนักๆ เครื่องสั่นสนุกสนานกันเลย ป้าข้างๆ น่าจะกลัว เราเลยไม่กล้าถ่ายรูปฟ้าผ่ามากนัก ซนน้อยลงก็ได้ พอลงมารับกระเป๋ามาแล้วประทับใจที่ล็อคซิปกระเป๋าให้ เราลืมเงินในเป้ อยู่ครบ ไม่หาย

ความประทับใจ
- อาหารอร่อย ราคาไม่แพง
- แม่ค้าทุกร้านที่เราแวะ
- การใส่ตัวล็อคที่ซิปกระเป๋าของบางกอกแอร์เวย์ส
ความไม่ประทับใจ
- หมาดุร้านชำใกล้วัดอุโมงค์

