
#priwgoesscuba สอบทะเลแสมสาร Day1
เย็นวันศุกร์ที่ 14 เด็กดื้ออย่างเราได้วิ่งหนีออกจาก Office ก่อนเวลา 15 นาทีเพื่อไปให้ทันจุดนัดหมายขึ้นรถเวลา 18.30 น. ที่เซ็นทรัลพระรามเก้า แต่ทุกอย่างก็ดูผิดแผนไปหมด เพราะเมื่อขึ้น BTS จากอารีย์มาลงอโศกก็พบเจอกับฝูงชนจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับการลงไป MRT ที่ต้องต่อแถวซื้อเหรียญ และก็ยังไม่พีคเท่ากับการลงไปยืนรอขบวนด้านล่าง กว่าจะได้ขึ้นก็ปาไปขบวนที่ 5 ซึ่งแต่ละขบวนทิ้งห่าง 4 นาที เท่ากับรอไป 20 นาที (ขบวนแรกลงมาถึงมันก็ออกไปพอดี) แต่เราก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำงานผ่านมือถือวนไป ได้งานตั้ง 2 Projects เท่จะตาย
กว่าจะเดินทางไปถึง “ฮะจิบัง” ก็ปาไปทุ่มกว่า เราได้เจอกับ พี่ปุ้ม น้องพีท และพี่ตื้อ (ตัวละครใหม่) ที่มาถึงก่อน (รู้สึกผิด) ไม่รอช้า รีบสั่งอาหารมายัดลงท้องอย่างบ้าคลั่ง (เวลาหัวร้อนและหิวรวมกันจะน่ากลัวมาก) ขณะกำลังซดราเมน พี่บิ๊ก ก็เดินทางมาถึงอีกคน กว่าเราจะได้ออกจากเซ็นทรัลพระรามเก้า ก็เกือบสองทุ่มแล้วล่ะ พี่ตื้อเหยียบมิดมาจนถึงที่พักในคืนนี้ @home บ้านฉาง ในเวลาสี่ทุ่มนิดๆ งัวเงียกำลังดี พอมาถึงแล้วก็ยังไม่วาย “เกือบวอร์” กับป้าผู้ดูแลที่ให้กุญแจไม่ครบ ป้าก็ยืนยันว่า “ให้แล้ว” เราทั้ง 5 ก็ยืนยันว่า “ยังไม่ได้” สุดท้ายป้าก็หาเจอจากแถวๆ เคาน์เตอร์ของป้าเองนั่นแหละ (ตาขวางแบบปรือๆ) จากนั้นเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องพัก เก็บของเตรียมพร้อมลงเรือในวันพรุ่งนี้
Sat. 15 July
ครูบอยนัดพวกเราให้มาเจอที่ท่าเรือ 8 โมงเช้า เลยต้องออกจากที่พักกันตั้งแต่ 7 โมงนิดๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก็เดินทางมาถึง “วัดช่องแสมสาร” มีอาหารเช้าให้ซื้อรองท้องกัน ซึ่งพี่ตื้อเดินนำไปที่ร้านข้าวเหนียวหน้าหมูต่างๆ (หมูฝอย หมูเค็ม หมูหวาน หมูกรอบ ตับ ฯลฯ) ก็เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจากพวกเราทุกคน ซื้อตามกันไปค่ะ แล้วเราก็แอบแว๊บไปเข้าห้องน้ำที่วัด โอ้โห สะอาดเวอร์วัง ดีงามมาก ไม่เสียดายค่าบริจาคบำรุงวัดเลย พอออกมาก็เจอกับรถกระบะสีขาวมารอรับพวกเรา 3 คน (เรา พีท พี่บิ๊ก) ไปท่าเรือ The Shark ส่วนพี่ปุ้มกับพี่ตื้อไปเรืออีกลำ จะเจอกันอีกทีวันพรุ่งนี้ตอนเย็น เด็กซนๆ อย่างเราก็ต้องโดดขึ้นกระบะหลังสิ ถึงจะคูล (เรอะ)

ไม่ถึง 5 นาที เราก็ได้เจอกับเรือ The Shark แอบถามครู ครูบอกว่า ลำนี้ราคาเกือบ 5 ล้าน (โอ้โห อึ้งไปดิ) อายุ 1 เดือนนิดๆ เรียกได้ว่าเปิดซิงของใหม่กันเลยทีเดียว

เรือลำนี้มีสองชั้น ด้านบนเป็นโซนแห้ง เอาไว้นั่งพัก กินข้าว กินน้ำ กินขนม แล้วก็มีห้องกัปตันอยู่บนนี้ ส่วนด้านล่างเป็นโซนเปียก ก็จะมีอุปกรณ์ดำน้ำทั้งหลาย แทงก์เรียงกันยาวสองฝั่ง (แทงก์ใหม่มาก) แล้วก็มีห้องน้ำ 4 ห้อง (แต่เห็นใช้กันแค่ด้านซ้าย)
เมื่อขึ้นเรือไปก็ต้องถอดรองเท้าไว้ในตะกร้าชั้นล่าง ป้องกันการเดินบนเรือแล้วลื่น แต่ก็ยังไม่วายมีเด็กลื่นตอนที่ตัวเปียก (น้องพีทเรานั่นเองจ้า)
การเดินทางออกสู่ท้องทะเลของเราเริ่มต้นประมาณเก้าโมงเช้า เพราะว่ารอการขนอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นเรือ โดยเฉพาะ “เสบียง” (ขาดไม่ได้เลยนะจ๊ะ) วันนี้เราได้รู้จักกับ พี่บุ๊ง พี่เค้าสอนพวก SME ทำ Wordpress อยู่ แหม่ เด็กสาย IT กันทั้งน้าน

หลังจากออกเรือไปได้ไม่นาน ครูก็เรียกให้พวกเราลงไปที่โซนเปียก รื้อชุดออกมาจากกระเป๋าแล้วประกอบชุดของตัวเอง ขั้นแรกก็แยก ฟิน มาส์ก wet suit กองไว้ก่อน เอา BCD มาติดกับแทงก์ (แทงก์ต้องมี o-ring นะ) ต่อสายปลาหมึก โดยให้ที่ใช้หายใจอยู่ด้านขวามือ แล้วก็ทดสอบอากาศจาก regulator ขอบคุณพี่บุ๊งกับพี่ TA ของครูบอยที่มาช่วยดูแล เพราะตอนแรกเราต่อสายแล้วสูบอากาศไม่เข้า BCD ส่วน weight belt สายยาวกว่าตอนเรียนเยอะเลย แถมยังต้องใช้ 4 ก้อน (ตอนเรียนใช้ 3) พี่บิ๊กต้องมาช่วยประกอบ เพราะร้อยเข้าไปแล้วมันไม่ balance คือ เรากับน้องพีทเหมือนมี TA หลายคนมากที่มาช่วยดูแล (แกจะรอดใช่มั้ยเนี่ย? 55)
พอประกอบชุดเสร็จไม่กี่อึดใจ ครูก็เรียกให้ลงน้ำได้

ก่อนจะลง พี่บิ๊กก็เอากล้องมาถ่ายน้องๆ ระดับเราแล้ว…ทำเป็นยิ้มสู้ไปงั้นแหละ ข้างในตื่นเต้นและตื่นกลัวมาก รู้สึกร่างกายภายในปั่นป่วน กลัวจะไม่รอด กลัวจะสอบไม่ผ่าน วิตกจริต เครียด กังวลไปหมด ณ ช่วงเวลานั้นต้องขอบคุณพี่มากๆ ฮะ
และแล้วก็ถึงเวลาลงน้ำ…
Dive 1: หินหมู ความลึก 8–14 ม.
ตอนกระโดดลงน้ำไป (จับ mask และคาบ Reg แล้วนะ) น้ำทะเลมีเข้าหน้ากากนิดหน่อย ก็ว่ายไปเกาะเชือกตามที่ครู Brief จากนั้นก็สาวเชือกลงไป สาวมือไปได้ 2–3 ครั้ง
น้ำเข้าหน้ากาก เข้าจมูก ถอดหน้ากากออกมาเฉยเลย ตั้งใจว่าจะใส่ใหม่ แต่ไม่รอด ชู้ตตัวขึ้นมาสำลักด้านบน (สติเริ่มเสียละ) ครูบอยมาช่วยบนผิวน้ำ บอกว่าให้ใจเย็นๆ ถ้าน้ำเข้าหน้ากากก็ให้เคลียร์ mask ตามที่เคยทำ ถอดออกทำไม (มีเสียงดุเบาๆ) ฮือ หนูเสียสติ หนูขอโทษ T^T หลังจากลอยตัวอยู่ด้านบนสักพัก ก็ฮึบลงไปใหม่ ค่อยๆ หายใจเข้าหายใจออก ปล่อยลมในเสื้อ BCD ออก โดยครูบอยนำลงไป ทิ้งห่างจากเราครึ่งช่วงตัว เราก็เกาะเชือกสาวลงไปจนถึงพื้นทราย ซึ่งระหว่างทางต้องเคลียร์หูเป็นระยะด้วย
เมื่อลงไปถึงพื้นทราย ครูให้นั่งคุกเข่า จากนั้นก็หายใจเข้า หายใจออก ปรับสภาพ ปรับสติ แล้วก็เริ่มทดสอบสกิล

- หา reg ที่หลุดออกจากตัว 2 แบบ ต้องพ่นอากาศออกจากปากเรื่อยๆ (น้ำทะเลมันเค็มจริงๆ)
- ครูทำท่า low on air ให้เอา octopus ให้ครู (นึกว่าครูจะ Test ด้วยการมาดึง 2nd stage ออกจากปากด้วยซ้ำ)
- ถอดหน้ากาก 3 แบบ คือ น้ำเข้าข้างล่าง น้ำเข้าข้างบน แล้วก็ถอดทิ้งออกจากหัวแล้วใส่ใหม่ (ขนาดหลับตายังแสบตาเลยขร่า) ซึ่งแบบสุดท้ายครูมาช่วยปัดผมขึ้นจากหน้าผากรัวๆ ด้วย
- ลอยตัว

จากนั้นก็ว่ายตามครูไป น้ำก็เข้า mask มาเรื่อยๆ ก็เคลียร์ mask วนไปเรื่อยๆ (พอขึ้นจากน้ำมาแล้วถึงได้รู้ว่า mask เรามันหลวมมาก ปรับสายก็ไม่ได้อีก กรรมจริงๆ) แล้วก็จะมีบางช่วงที่รู้สึกคันคอ เพราะคอแห้ง ก็ไอรัวๆ ใส่ reg ไปนั่นแหละ

ขณะที่ว่ายไปมาใต้น้ำ เรามองเห็นปลา 2 ชนิดว่ายผ่านไปมาในระยะใกล้ๆ เหลือบไปด้านขวาแอบเห็นหมู่ปะการัง แต่ก็มัวเหลือเกิน (ก็เพราะพวกแกเอาฟินตีทรายไม่ใช่เรอะ!) เจอปลาจิ๋วๆ ในพื้นทราย โผล่หน้าออกมาแล้วก็มุดกลับไปอย่างเร็ว
ประเด็นคือที่นี่มี “หอยเม่น” เยอะมาก นี่ก็พยายามลอยตัวให้พ้นจากพวกมันสุดๆ ไม่อยากจะโดนทิ่ม
จากนั้นครูก็ทำสัญลักษณ์ถามว่า “อากาศมีเท่าไหร่” ตอบกลับไปด้วยสัญลักษณ์ครึ่งถัง คือ “100” จากนั้นไม่นานครูก็ทำสัญลักษณ์ให้ขึ้นสู่ผิวน้ำ นี่ก็ขึ้นตามคำบอก หายใจเข้า หายใจออก ตีฟิน แต่ทำไมมันยังพุ่งขึ้นมาอี๊กกกก หยุดทำ safety stop ไม่ทัน รู้ตัวอีกที ก็เห็นฟินสีชมพูของน้องพีทในระดับสายตา แล้วหัวเราก็แตะผิวน้ำ (ซวยแล้วววว)

จากนั้นก็เกาะเชือกของเรือเรา พี่คนเรือช่วยลากเข้ามาที่บันได ถอนฟินใต้น้ำโดยไขว้ขาเป็นเลขสี่ (ใส่ mask และคาบ reg ไว้เสมอ) เกาะราวบันไดไว้ให้แน่น แล้วยื่นให้พี่เค้าช่วยเก็บฟินให้ ปีนขึ้นมา วางแทงก์, ถอด BCD, weight belt, wet suit ออกมาแขวน
Dive นี้ใช้เวลาลงไปประมาณ 30 นาที ครูบอกว่าเราเตะลงไปกลางหมู่หอยเม่น ดีที่ฟินมันโดนแทนเท้า (ถึงว่าตอนอยู่ใต้ทะเลครูว่ายมาจับเท้าขวาพลิกดู นี่ก็ไม่เข้าใจว่าครูทำอะไร 555) เมื่อถอดอุปกรณ์เรียบร้อยก็เปลี่ยนเสื้อท่อนบนให้เป็นเสื้อแห้ง
กินข้าวกลางวันลงไปประมาณ 4 คำ รู้สึกจะอ้วก ทั้งๆ ที่อาหารจัดเต็มมาก แต่กินไม่ลงขร่า พะอืดพะอม พี่บิ๊กบอกให้กินลูกอมแล้วนอนลงไป โอเคค่ะ นอนราบแล้วดมยาวนไป

Dive 2: เรือจมสุธาทิพย์ (THE HARDEEP SHIPWRECK)
- ทยอยปล่อยตัวลงไปตอน 13.00 น.
- ซึ่งเรายังลงไม่ได้ เนื่องจาก OW ลงได้มากสุดแค่ 18 ม. ก็เฝ้าเรือกับน้องพีทไปก่อน นอนดมยาวนไปค่ะ
- ความลึกมากสุดคือ 28 ม. แต่เค้าลงไปกันแค่ 26 ม.

Dive 3: เกาะจาน ความลึก 10–15 ม.
เรามาถึงจุดนี้เวลาประมาณบ่ายสามโมง ได้เปลี่ยน mask ใหม่ เป็นของส่วนตัวของพี่กิ๊ฟ มีความดีงามมาก เป็นแว่น vader (ราคาแพงก็งี้) ตรงจุดนี้น้ำทะเลมีความเชี่ยวกราดมาก พอลงจากเรือมา ก็ต้องว่ายถอยหลังดึ๊บๆ ไปให้ห่างจากเรือ (ไกลมาก) จากนั้นก็ลงไปใต้ทะเลแบบไม่มีเชือกให้สาวลงไปแล้ว ซึ่งเราก็ไม่มีปัญหาการลงอะไร ลงไปก็เคลียร์หูไปด้วย พอลงไปคุกเข่าตรงพื้นเรียบร้อย ก็สอบสกิลต่อ
- ถอด ใส่ BCD
- ทำ Free flow (สกิลที่เคยสำลักในสระว่ายน้ำมาแล้ว) โดนให้ทำสองรอบ เนื่องจากรอบแรกไม่รอด ครูบอยแทบจะพุ่งตัวมากด reg กลับเข้าปากให้ 55 พอเคลียร์น้ำออกจากปากเรียบร้อย ก็ทำสกิลนี้ใหม่ ซึ่งรอบสองผ่านไปได้ด้วยดี

จากนั้นก็ว่ายๆ ไป น้ำขุ่นมาก ฝุ่นตะกอน ตะกรันเพียบ ให้ความรู้สึกเหมือน The Matrix ที่สามารถหยุดทุกอย่างรอบตัวได้ เคลียร์ mask น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การมี mask ดีมันทำให้ชีวิตดีอย่างนี้นี่เอง และเช่นเคย เรายังพบกับ Many หอยเม่น (จะเยอะไปไหนฟระ)
มองไปทางด้านขวาเห็นปลาสีขาวเหลืองดำในกล่องตะแกรงสี่เหลี่ยม ครูบอกว่าเค้าดักปลา เอาไปกิน ถ้าครูเอามีดลงไปด้วยจะตัดเปิดออกให้หมด จากนั้นก็มี Moment ได้อยู่ท่ามกลามฝูงปลาตัวจิ๋วๆ มากมาย ซึ่งพอว่ายๆ อยู่ บางทีก็ลอยสูงไป พี่บิ๊กว่ายมาช่วยกดปล่อยลมใน BCD ให้ตัวจมลง (กราบฮะ)
และเช่นเคย มีความไออีกสองรอบ (โอยยย ทำไมยังไม่ชินกับอากาศจากแทงก์ซะที) ขากลับว่ายทวนน้ำหนักมาก รู้สึกเหมือนจะหมดแรง ตีขาเท่าไหร่ก็ไม่ไป โดยครั้งนี้ได้ทำ safety stop ที่ 5 เมตร เป็นเวลา 3 นาทีแล้วนะ วิธีการขึ้นคือ ครูบอยจะปล่อย submersible marker buoy (SMB) หรือที่เราเรียกกันว่า “safety sausage” ขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วเราก็ลอยตัวกระดึ๊บๆ ขึ้นมา เนื่องด้วยเด็ก OW อย่างเรายังไม่มี DiveCom ไม่รู้เวลา ไม่รู้ความลึกอะไรเลย ก็มองครูเป็นหลัก พยายามลอยตัวอยู่รอบๆ ครู แค่นั้นแหละ 555 พอขึ้นมาบนเรือเก็บอุปกรณ์เรียบร้อย ก็เกิดความวิงเวียนเล็กน้อย กินน้ำเปล่า แตงโม ดมยาแล้วนอนราบ (อีกแล้ว) อาการไม่หนักเท่า Dive 1 แต่ก็รู้เลยว่าไม่ปกติ (ความคิด ณ ตอนนั้น: หรือเราจะเมาเรือแล้วจริงๆ)

16.30 กลับมาถึงท่าเรือ โดดขึ้นกระบะท้ายรถครู ตากแดดตากลมไปที่พักของคืนนี้
17.07 เข้าที่พัก อาบน้ำสระผม ตอนที่อาบน้ำพอหลับตาแล้วหัวโคลง มาเป็นคลื่นเลย (โอเค เมาเรือแล้วจริงๆ สินะ)
17.30 ออกมาหาข้าวกินที่ เจ๊รอดโภชนา ข้าวต้มโต้รุ่ง กม.10 ได้ keyword ใหม่จากร้านนี้คือ กู่ เก๋า กระพง คัง ช่อน อินทรีย์ (ปลาที่เค้ามีขาย) ระหว่างที่กำลังกินข้าวครูบอยก็ได้โทรศัพท์คุยกับครูอีกคน ทำการซื้อลูกฉลามทราย 5 ตัว (จาก 9 ตัว) จากร้านขายอาหารทะเลตรงตลาดริมเขา เป็นฉลามเด็กน้อยที่โดนลากอวนติดขึ้นมา ครูบอกว่าจะเอาไปปล่อยในทะเลพรุ่งนี้ (ว๊ายยยย ตื่นเต้น)
แล้วเราก็แวะซื้อของหวาน นม ไอติมจาก 7Eleven ฝั่งตรงข้าม และที่ลืมไม่ได้คือ “ยาแก้เมารถ เมาเรือ” พรุ่งนี้เราจะไม่ยอมหมดสภาพแบบวันนี้อีกแล้ว 555
จากนั้นก็กลับที่พัก พยายามถ่างตาเอาไว้ให้เลยสามทุ่ม เพราะถ้านอนเร็วกลัวว่าจะตื่นตอนเช้ามืดแล้วจะมีความอนาถตอนอยู่ในทะเลอีก… หวังว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้นะ :)
