#priwgoesscuba สอบทะเลแสมสาร Day2

Parima Spd
Jul 24, 2017 · 4 min read
cr: พี่ตื้อ

Sun. 16 July

หลังจากที่เมื่อคืนหลับไปตอนเกือบสี่ทุ่ม และมีสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ นาฬิกาที่ตั้งปลุกตอน 06.50 น. ก็ไม่ได้ใช้ เพราะตื่นก่อน 06.00 น. อีก #ชีวิ๊ตตต กลิ้งไปกลิ้งมา ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยลงมากิน Free Breakfast ที่ชั้นล่างตอน 06.45 น. ซะเลย เป็นข้าวต้มไก่ กับขนมปังปิ้ง กาแฟ โอวัลติน พอมีอะไรลงท้องเรียบร้อยก็ขึ้นไปที่ห้องเพื่ออาบน้ำ เก็บของ เตรียม Check Out

พอใกล้เวลานัดหมาย 8 โมงเช้าก็ลงมารอครูบอยที่ด้านล่าง ไม่ลืมกินยาแก้เมาเรือเข้าไป 1 เม็ด (เพราะเค้าบอกว่าให้กินก่อน 30 นาที) เลยเวลานัดไปเพียงแค่สามนาที ครูบอยก็โฉบรถกระบะสีขาวมารับพวกเราจากที่พัก

08.15 น. แวะมารับฉลามทรายเด็กน้อยที่ครูขอซื้อจากทางร้านเจ๊ปุ๊ปูเป็น มีรถกระบะของ พี่กอฟพี่กิ๊ฟ ที่เอาถังสีน้ำเงินใส่ท้ายรถมา เปิดน้ำใส่ลงไปในถัง แล้วคนงานของร้านก็ยกเหล่าฉลามน้อยใส่ตะกร้าออกมาจากหลังร้าน มันดีดตัวแรงมาก ฮืออ อย่าเพิ่งตายนะ ใช้เวลาเคลื่อนย้ายไม่นานก็ออกเดินทางไปท่าเรือกัน

08.48 น. เรือติดเครื่องเคลื่อนตัวออกจากท่า พร้อมฟ้าครึ้ม ลมแรงนิดๆ และสายฝนปรอย วันนี้มีแก๊งใหม่ 5 คนมาแจมเพ่ิมเติม ครูวิเศษ มี Brief เกี่ยวกับเรือด้วยเพราะเห็นว่ามีสมาชิกใหม่มา เนื่องจากวันนี้คนเยอะกว่าเมื่อวาน ครูบอกว่าเวลาหยิบแทงก์ให้เว้น 1 ที่ จะได้ไม่ชนกัน

ทำความรู้จักกับฉลามที่ถูกพาลงเรือมาด้วย cr: P’Bique

เมื่อฟัง Brief เสร็จซักพักก็ได้เวลาประกอบชุด วันนี้ไม่งงเท่าเมื่อวานแล้ว คนมีประสบกาณ์ก็งี้ (ถ้างงอีกก็ไม่ควรมาเรียนแล้วมั้ย) วันนี้มีคลื่นลมแรง เรือโยกหนักกว่าเมื่อวาน แต่สบายยย ร่างกายสมองเราปลอดโปร่งมาก ส่วนน้องพีทเราลงไปนอนราบแทน (อ้าว แล้วกัน) เลยเอายาแก้เมาอีกเม็ดให้น้องกิน (แผงนึงมีสองเม็ด)

09.45 น. Dive site 1 ของวันนี้: แหลมญี่ปุ่น ความลึก 10–14 ม.

ภารกิจแรกของพวกเราคือ ปล่อยฉลาม เฮ~~ ครูบอยบอกว่า ต้องเอาลงไปปล่อยที่พื้นทราย ตรงซอกโขดหิน มันจะได้มีที่อยู่ จะได้จำบ้านตัวเองได้ เพราะถ้าปล่อยจากบนเรือ ลงทะเลไปมันก็จะเอ๋อ เดี๋ยวก็โดนเรือลากติดอวนกลับมาอีก ตอนอยู่บนเรือ ครูสอนวิธีจับมันด้วย เราจับมันได้ไม่กี่วินาทีมันก็ดิ้น เลยคืนครู บอกว่าหนูขอไปดูเฉยๆ ดีกว่าค่ะ หนูกลัวจับผิดท่าแล้วมันตายคามือ T T (ตัวมันสากๆ ล่ะ)

ฉลามน้อยในตะกร้า cr: ครูบอย

หลังจากที่พวกเราลงไปใต้ทะเลกันเรียบร้อย ครูก็ให้พวกเรา Acting ถ่ายกับตะกร้าใส่เหล่าฉลามน้อยทีละคน ก่อนที่ครูจะทยอยปล่อยพวกมันทีละตัว เข้าทีละซอกหิน เราก็ว่ายตามครูดุ๊กๆ ไป รู้ตัวเลยว่ายังบังคับทิศทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาฟินถีบใครต่อใครไปหลายที (เราขอโทษ)

และเช่นเคย วันนี้เราก็เอาฟินตีหอยเม่นอีกครั้ง เห็นซากเข็มมันหักกระจายลอยฟุ้งเต็มพื้นทราย (รู้สึกผิด)

cr: ครูบอย

ได้เจอปลาหินหลายตัว (พี่บิ๊กบอกว่ามันชื่อนี้) ดูเหมือนว่ามันกำลังใช้หนวดกินทรายอยู่ จริงๆ แล้วมันคงกินอย่างอื่นที่ตาเรามองไม่เห็นมากกว่า

ขณะว่ายไปว่ายมา ก็ได้เจอกับแมงกระพรุนตัวเท่าหัวเรา อยู่ระดับสายตาเลย เรานี่พยายามว่ายถอยหลังสุดพลัง แขนที่เค้าบอกว่าไม่ให้ใช้ก็เอามาพายรัวๆ เพื่อให้ตัวถอยหลัง กลัวเอาหน้าไปโหม่งมันเข้า ไม่รู้มีพิษหรือเปล่า (ความรู้ใต้ท้องทะเลต่ำมาก)

ได้เห็นปะการังจำนวนมาก ปลาสีๆ ตัวจิ๋วๆ เยอะแยะไปหมดเลย แล้วครูก็ให้ไปนั่งคุกเข่าตรงพื้นทรายแป๊บนึง ดูน้องพีทสอบเข็มทิศ เห็นในกระดานครูเป็นรูปสี่เหลี่ยม เขียน “20” แล้วน้องก็ว่ายออกไป เราก็เลยไปว่ายเล่นดูนู่นนี่รอบๆ เห็นพี่บิ๊กแวะถ่ายฉลาม ก็ไปลอยตัวอยู่ใกล้ๆ แล้วพอพี่บิ๊กผละออกไปถ่ายอย่างอื่น เราก็ไปนอนราบกับพื้นทราย มีความสงสัยว่าทำไมมันนอนนิ่งจัง ดูสงบ ไม่ขยับอะไรเลย ไม่เหมือนตอนที่เค้ายกมันออกมาใส่ตะกร้าเมื่อเช้า มันจะรอดใช่มั้ยนะ (สารพันความคิดในหัว)

พี่บิ๊กตั้งชื่อตัวนี้ว่า “ฉลามพริ้วหลง” cr: P’Bique

หลังจากที่คิดได้ว่ามันคงเหนื่อย คงไม่อยากขยับตัว ก็ผละจากมันออกมา พอหันกลับมาแล้วพบว่า ทีมเราหายไปไหนก็ไม่รู้ (อ้าว กรรม) ข้าพเจ้าพบกับความหลงทาง 1st time แล้วค่ะ เนื่องด้วยวิสัยทัศน์ใต้ท้องทะเลมันค่อนข้างขุ่น เกินกว่า 2 เมตรก็มองอะไรไม่เห็นแล้วอ่ะ ได้ยินเสียงเคาะแทงก์ดังเป็นระยะ ตอนแรกก็ด้านหลัง ไม่นานก็เหมือนมาอยู่ด้านหน้า นี่ก็ไม่รู้จะว่ายไปทางไหนดี งง (เรียกได้ว่าเอ๋อ) ก็หมุนตัวอยู่รอบๆ หลายนาทีเลยแหละ และแน่นอนว่ามีความตกใจเกิดขึ้น (รู้สึกว่าตัวเองตาโตแบบเบิกตาโพลงอ่ะ)

cr: P’Bique

แต่ก็พยายามตั้งสติ ดูอากาศแล้วยังเหลือตั้ง 100 บาร์ ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร ก็เลยตัดสินใจว่ายไปทางแนวปะการังแล้วก็ลอยตัวให้สูงขึ้น โชคดีที่ว่ายมาเจอแก๊ง 5 คนของเรือลำเรา ก็เลยว่ายเกาะๆ เค้าไป เค้าก็คงสงสัยแหละว่าเด็กนี่มาทำอะไรตรงนี้คนเดียว ระหว่างที่พวกพี่เค้าถ่ายรูปตามแนวปะการัง เราก็รักษาระดับอยู่บนๆ เอาไว้ มีปลาเล็กๆ มาว่ายผ่านตัว ในความหลงทางก็ยังมีความดีงามอยู่ (555) ซึ่งตอนที่รักษาระดับก็ได้ยินเสียงเคาะแทงก์เป็นระยะนะ แต่จับทิศไม่ได้จริงๆ (มีปัญหาเรื่องการหาทิศจากเสียงแน่ๆ เลยเรา) สุดท้ายก็ตัดสินใจค่อยๆ พาตัวเองขึ้นมาบนผิวน้ำ ด้วยการหายใจเข้าเยอะๆ หายใจออกตีขาเบาๆ ให้มันขึ้นช้าๆ (พี่บิ๊กสอนไว้เมื่อวาน) จะทำ safety stop ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ความลึกเท่าไหร่ กี่นาทีก็ไม่รู้ ไม่มี DiveCom ดูอ่ะ เอาหน่า Dive แรกครูบอกว่าไม่เป็นไร หยวนๆ ได้ ไม่นานนักก็เอาหัวโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วก็เกาะเชือกที่พี่ลูกเรือโยนมาให้ ขึ้นเรือถอดอุปกรณ์เก็บให้เรียบร้อย ซึ่งไม่นานนักครูบอยก็ขึ้นมา ก็ยอมรับผิดแต่โดยดีกับครูว่า “หลงทาง” (555)

ครูบอยเคยบอกว่า ถ้าหมุนตัวไปรอบๆ ครบ 360 องศาเป็นเวลา 1 นาทีแล้วไม่เจอใคร ให้ขึ้นผิวน้ำ

ขึ้นเรือมาตอนประมาณ 11.00 น. วันนี้สนุก ไม่เครียด ไม่รู้สึกจะอ้วกละ กินข้าวได้ กินไก่ทอดไปสามปีกบนเรือที่โคลงๆ เนี่ยแหละ คลื่นสูงมาก ทำให้เราได้เห็นเรือดิงกี้ทยอยรับคนขึ้นเรือด้วย (ของเรือลำอื่น)

cr: ครูบอย

วันนี้ได้เทคนิคการอยู่บนผิวน้ำของตัวเองแล้ว คือเราเป็นคนที่หายใจเอาอากาศจากแทงก์บนบกไม่ได้ อาจจะยังไม่ชินหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่รู้สึกไม่โอเค ถ้าใช้มันบนบกจะรู้สึกมีอะไรอยากพุ่งออกมาจากปาก ต้องใช้อากาศจากแทงก์ตอนลงไปอยู่ใต้น้ำแล้วเท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาอยู่บนผิวน้ำ เราจะเปลี่ยนการคาบ reg เป็นคาบท่ออากาศของ snorkel แทนจะรู้สึกสบายกว่า

12.55 น. หลังจากที่อาหารยังไม่ทันย่อยดี (กินเยอะไปต่างหาก) เรือก็มาจอดที่จุดลงน้ำถัดไป

Dive 2: โรงโขน ความลึก 10–18.5 ม.

cr: P’Bique (แต่เราเป็นคนกดชัตเตอร์นะ :P)

หลังจากโดดลงจากเรือมา ก็ค่อยๆ ปล่อยตัวเองลงไปที่พื้นทราย ครูบอกให้คุกเข่ากับพื้น เด็กสองตัวนี่ก็มัวแต่ Selfie กับพี่บิ๊กอยู่ ครูคงแอบรำคาญ (หนูขอโทษ) หลังจากกดชัตเตอร์กันจนพอใจ (ใช้เวลาแป๊บเดียวหน่า) ก็ไปคุกเข่าเรียงหน้ากระดานต่อหน้าครู มองว่าครูจะเขียนอะไรลง board ครูเขียนว่า “ยินดีด้วย จบแล้ว” โอ๊ยย ชอบ จากนั้นเราก็เผลอทำท่ายกนิ้วโป้ง สองมือเลยด้วยซ้ำ แล้วก็คิดได้ว่า เห้ย นี่มันหมายถึงขึ้นข้างบน ก็เลยรีบเอามือลง (ตลก 555) ครูก็เข้ามา Shake hand ทีละคน แล้วก็พาว่ายไปดูสรรพสิ่งใต้ท้องทะเล

  • กระเบนจิ๋ว ตัวเป็นจุดๆ สีฟ้า ในโพรงถ้ำหิน ครูบอกให้ว่ายเข้าไปดูด้านหน้า เราไปส่องแล้วก็มองไม่เห็น ก็เลยว่ายไปดูฝั่งตรงข้ามแทน ซึ่งก็ได้เห็นแค่หาง (โถ ชีวิต)

มีช่วงนึงที่ครูถามพวกเราว่ายังโอเคอยู่มั้ย เพราะลงไปที่ความลึก 18.1 ม. ก็พบว่ายังปกติดี จริงๆ ถ้าเคลียร์หูได้เรื่อยๆ ก็น่าจะไม่เป็นไรแหละ ทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่า ถ้าเรียน AOW ที่ลงได้ 30 ม. ก็น่าจะไม่เป็นไรเหมือนกัน (ง่อวววว) วันนี้มีความไอและสำลักน้อยกว่าเมื่อวาน (อาจจะเป็นเพราะไม่เมาเรือแล้วด้วย) แต่ก็จะมีบางช่วงเวลาที่รู้สึกว่า ไม่โอเคแล้วอ่ะ อากาศที่เข้าไปทำปากคอแห้งมาก รู้สึกอยากสัมผัสน้ำ แต่จะคาย reg ออกมาที่ความลึกหลายสิบเมตรก็ไม่ใช่เรื่องอีก ก็ต้องตั้งสติวนไปว่า “ไม่เป็นไรหนอ แค่ระคายคอหนอ ไม่สำลักหนอ” (สะกดจิตตัวเองเนี่ยแหละ) ไปๆ มาๆ การเรียน scuba นี่ช่วยเรื่องการทำสมาธิได้เยอะมากเลย

cr: ครูบอย, P’Bique

โดยครั้งนี้ได้ทำ Safety stop ถูกต้องตามหลักการ แล้วก็ทำสกิลสุดท้ายคือ esa ขึ้นมาผิวน้ำ ก็อ้าปากร้อง “อ่าาาาาาาา” พ่นอากาศออกมา ตีฟินขึ้นรัวๆ พอขึ้นไปถึงผิวน้ำก็ต้องใช้พลังปอดตัวเองในการเป่าลมเข้าเสื้อ BCD เพื่อให้ลอยตัวอีก (อากาศในแทงก์ยังเหลือนะ แต่ห้ามใช้ 555) สำหรับ Dive site นี้ใช้เวลาลงไปประมาณ 45 นาที เรียกได้ว่าเต็มพิกัด!

และเนื่องด้วย Dive site หน้าเป็นที่สำหรับคน AOW เท่านั้น เราจึงทำการ

  • ถอดชุด wet suit, BCD, weight belt จุ่มน้ำตาก

แล้วก็ขึ้นมากินข้าวต้มมัด กล้วย น้ำ วนไปค่ะ มีการพักน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้คน Dive3 ได้ลงเรือจม

Dive 3: เรือจมสุธาทิพย์ (THE HARDEEP SHIPWRECK)

14.20 น. และแล้วก็ได้เวลาปล่อยตัว AOW ทั้งหลายลงเรือจม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการปล่อยตัวลงทะเลไป เรือต้องวนปล่อย 3 รอบด้วยกัน (วันนี้คลื่นแรงหนักกว่าเมื่อวานอีก) วันนี้มีเราเฝ้าเรือกับผู้ชายอีกคนที่มากับแก๊ง 5 คน เป็นเด็ก OW ทั้งคู่ก็เลยลงไม่ได้ (ไม่นับลูกเรือนะ)

น้องพีทโดดลงน้ำไปแล้วหันกลับมาทางเรือ ก็พบว่าน้อง “mask หลุด!” พี่กิ๊ฟก็รีบไปหา mask ใหม่มาให้แล้วเอาไปส่งใกล้ๆ ส่วนของตัวเองที่หลุดลงไป ครูบอยไปหาเจอใต้ทะเล (ถ้าอยากรู้ว่าทำไมน้องทำ mask หลุด สามารถขอดูท่าลงน้ำของน้องได้หลังไมค์นะ 555)

วิถีคนบนเรือวันนี้คือการเล่นไวกิ้งค่ะ คลื่นแรงไปอีก โยกหน้าโยกหลัง เดินไม่ดีมีสิทธิ์ลอยตกทะเลได้เลย ต้องหาที่เกาะระหว่างเดินไปเดินมาบนเรือ การอยู่บนเรือวันนี้มีข้อดีตรงที่ได้เห็นแมงกระพรุนตัวใหญ่เบิ้ม 2 ตัว และพี่เต่าตัวโตที่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ เห็นส่วนคอ หัว แล้วก็กระดองสีน้ำตาลๆ (ปกติพี่เต่าจะอยู่ที่เรือจม) ไม่นานเกินรอ ชาวคณะเราก็กลับขึ้นเรือ ซึ่งมีความลำบากมาก คลื่นสูงสุดอะไรสุด ถึงขนาดที่ท้ายเรือเวลาลงมากระแทกผิวน้ำแล้วน้ำทะเลสาดเข้ามาในตัวเรือรัวๆ (โหดมาก) น้องพีทเราก็แข้งเขียวเพราะกระแทกกับบันไดขึ้นเรือ

ก่อนส่งตัวประกันกลับเรือ cr: น้องพีท

ในขณะที่ท้องทะเลกำลังเกรี้ยวกราด ชาวคณะของเราก็ขึ้นเรือกันครบเรียบร้อย แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหัวคนอยู่ไกลลิบๆ กำลังโบก safety sausage และไฟฉายรัวๆ ครูบอยบอกว่า ให้วนเรือไปรับเลย เพราะเรือของคณะเค้าน่าจะมองไม่เห็น อีกทั้งดิงกี้ก็ไม่สามารถฝ่าคลื่นเข้ามารับได้ พอเรือเราไปถึงก็รับคนขึ้นมา 6 คน หนึ่งในนั้นมี พี่ตื้อ DM ของพี่ปุ้มด้วย (555) พี่ตื้อบอกว่าอยากมาดูความเป็นอยู่ของน้องๆ (เรอะ) แหม่ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เจอกันบนบกแล้ว ทำไมรีบ (555) เรือดิงกี้ของทางนั้นวนมา บอกว่าให้เอากลับท่าไปด้วยกัน แต่พอไปถึงจุดที่คลื่นค่อนข้างสงบ ก็มีความเทียบเรือกันแล้วให้ก้าวข้ามเรือกลับไป ซึ่งเราได้ทำการยื่นแตงโมให้พี่ปุ้มชิม (แตงโมลำเราอร่อยนะ หวานฉ่ำ อิอิ) พี่ปุ้มบอกว่า คนบนเรือพี่ปุ้มตกใจหมดตอนเรายื่นไป จะไม่รับจากเราก็เดี๋ยวเราหัวทิ่มตกทะเล (555)

ขนาดอยู่กลางทะเลยังมีดวงได้มาเจอกัน cr: P’ปุ้ม

เนื่องจากฝนสาดเข้ามาเรื่อยๆ ก็ช่วยกันเอาผ้าใบกันฝนลงมา เป็นการปิดการสนทนาระหว่างเรือสองลำ แหม่ ~

16.30 น. เรือของเราก็เทียบท่า The Shark ขณะที่ฝนยังลงเม็ดปรอยๆ พวกเราก็ทำตัวเอื่อยเฉื่อย ค่อยๆ เก็บของ จนกระทั่งพี่ปุ้มส่งสัญญาณมาว่าให้พวกเราไปรอที่ “วัดช่องแสมสาร” ได้ ก็รีบไปถ่ายรูปกับครูบอยเป็นที่ระลึก จากนั้นก็นั่งรถมอไซค์ที่ต่อเติมให้นั่งด้านข้างได้ ไปรอพี่ปุ้ม พี่ตื้อ ที่จุดนัดพบ

ก่อนจะอำลาครูบอย ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยค่ะ cr: น้องพีท

ไม่นานนักพี่ตื้อก็มาจอดรถที่ลานวัด แล้วบอกให้ไปหาซื้อของรองท้องกันที่ 7Eleven เพราะจะยิงยาวถึงกรุงเทพฯ เมื่อท้องอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน (จริงๆ คือเหนื่อย) ก่อนเวลาสองทุ่มนิดหน่อย พี่ตื้อก็มาปล่อยพวกเราลงที่ MRT ศูนย์วัฒนธรรม จากนั้นก็แยกย้ายกลับบ้านกันแบบง่วงๆ

เมื่อไม่มีความพะอืดพะอม (จะอ้วก) ไม่เครียด ก็รู้สึกติดใจ Scuba มากขึ้น (ถ้าเทียบกับเมื่อวานที่มีความคิดว่า สิ่งนี้น่าจะไม่เหมาะกับเราไปแล้ว) เราอยากลงเรือจมเหมือนคนอื่นเค้าบ้างแล้วล่ะ AOW เราจะได้เจอกันเร็วๆ นี้!

ปล. ขอบคุณหลายๆ คนที่ให้กำลังใจ ผลักดัน สอนสั่งให้เราเรียนจบ OW นะ :)

Parima Spd

Written by

Love to Read and Write; Interested in UX, UI, Travel, Photography, Trends, and etc.

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade