#priwreadbooks บุพเพสันนิวาส

#happybanana รอมแพง

หลังจากที่ติดละครงอมแงม เลยต้องหาโอกาสอ่านหนังสือเสียหน่อย ขอบคุณน้องเกศที่ให้ยืมอ่าน เนื้อเรื่องย่อของหนังสือไม่ต่างจากในละครมากนัก

เกศสุรางค์ นักโบราณคดี ดีกรีปริญญาโทสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เป็นที่รักของยาย แม่ และคนใกล้ชิด ส่วนพ่อบวชอยู่ที่วัดป่าตั้งแต่เกษียณราชการ

เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่เกศสุรางค์แอบชอบมานาน แต่ไม่กล้าบอกเพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา

วันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์ เรืองฤทธิ์และเพื่อนๆ เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ส่งผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่

ขณะเดียวกัน ใน พ.ศ. 2225 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นเมื่อ แม่หญิงการะเกด สาวสวยแต่จิตใจร้ายกาจ สั่งให้ ผิน กับ แย้ม สองบ่าวผู้ซื่อสัตย์ไปล่มเรือของ แม่หญิงจันทร์วาด เหตุเพราะไม่พอใจที่เห็นจันทร์วาดชม้ายชายตาให้ หมื่นสุนทรเทวา หรือ พ่อเดช คู่หมั้นของการะเกด แผนร้ายครั้งนี้ก็ทำให้อีแดง บ่าวของแม่หญิงจันทร์วาดจมน้ำตายไปหนึ่งคน แต่แม่หญิงจันทร์วาดรอดชีวิต

ออกญาโหราธิบดี หมื่นสุนทรเทวาทำการร่ายมนต์กฤษณะกาลี ซึ่งเป็นมนต์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ สาปแช่งผู้ที่คิดร้ายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มีอันเป็นไป แล้วก็เป็นไปตามคาด มนต์กฤษณะกาลีทำให้การะเกดทุรนทุรายจนสิ้นใจตาย โดยมีผินกับแย้มเท่านั้นที่เฝ้าร่างไร้ลมหายใจของการะเกดอยู่ทั้งคืน เพราะไม่กล้าไปบอกใครว่านายของตนตายแล้ว ด้วยฤทธิ์ของมนต์กฤษณะกาลี เพราะนั่นจะทำให้ทุกคนรู้ว่านายของตนเป็นผู้วางแผนทำร้ายแม่หญิงจันทร์วาดจริง ๆ

วิญญาณของการะเกดได้ไปพบกับวิญญาณของเกศสุรางค์ การะเกดสำนึกในการกระทำเลวร้ายของตัวเอง เธอจึงอ้อนวอนขอให้เกศสุรางค์ทำดี แก้ไขความผิดที่เธอเคยทำเอาไว้แทนด้วยการให้ใช้ร่างของตัวเอง ก่อนที่วิญญาณของการะเกดโดนยมทูตลากไป

เมื่อเกศสุรางค์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างของแม่หญิงการะเกด การเปลี่ยนแปลงเหมือนเป็นคนละคนของแม่หญิงการะเกด จากวาจาผรุสวาทเป็นเนืองนิตย์กลายเป็นวาจาอ่อนหวานไม่ถือตัว

นับวันเกศสุรางค์ในร่างของแม่หญิงการะเกด ก็เป็นความเคยชินของหมื่นสุนทรเทวาที่จะพูดคุยด้วยที่จะพาไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในอยุธยา ที่จะตอบคำถามมากมายหลายเรื่องที่เกศสุรางค์สรรหาขึ้นมาถาม ความอยากรู้อยากเห็นของเกศสุรางค์ส่งผลต่อความกระตือรือร้นของหมื่นสุนทรเทวาที่จะตอบ และอธิบาย คำพูดเฉลียวฉลาดฉะฉาน ไม่มีทีท่าเอียงอาย หรือทอดสะพานอย่างที่เคยเป็น แววตาซื่อตรงที่จ้องจับ และคอยฟังคำตอบจากเขา หมื่นสุนทรเทวาไม่รู้ตัวว่าความเกลียดชังแต่ก่อนหายไปไหนหมด ความรู้สึกที่มาแทนที่คือความสนใจไยดี อาทรห่วงหา และร้อนรุ่มยามเธอมีใครอื่นมาสนใจใกล้ชิด ใครคนนั้นไม่ใช่คนเดียว ความหงุดหงิดจึงเป็นทวีคูณ คนแรก หมื่นเรืองราชภักดี เพื่อนสนิท ที่ดูจะสนใจแม่การะเกดเป็นพิเศษ และแม่การะเกดก็ดูจะมีไมตรีตอบ แต่หมื่นสุนทรเทวาไม่รู้สาเหตุว่าเพราะหมื่นเรืองราชภักดีนั้นหน้าตาเหมือนเรืองฤทธิ์ เพื่อนชายที่เกศสุรางค์หลงรักอยู่ คนที่สองคือหลวงศรียศ ที่เกศสุรางค์ไปเจอตอนที่แอบหนีเที่ยวตลาดบ้านจีน

เกศสุรางค์ยังได้เป็นสหายสนิทกับท้าวทองกีบม้า หรือ แม่มะลิ หญิงสาวลูกครึ่งแขก-ญี่ปุ่น ทั้งสองรู้จักกันเพราะฟานิก พ่อของแม่มะลิ ถูกหลวงสุรสาคร ข้าราชการชาวกรีก และฝรั่งคนสนิท ข่มขู่รังแก เกศสุรางค์เห็นจึงเข้าไปช่วยเถียง แค่ผู้หญิงอยุธยาเถียงกับฝรั่งก็เป็นเรื่องที่ผู้คนฮือฮาตกใจลือกันไปทั่วแล้ว แต่ยังโต้เถียงกันเป็นภาษาฝรั่งเศส ชื่อของแม่หญิงการะเกดเป็นที่โจษขานกันทั่ว นับว่าดังเพียงชั่วข้ามคืน

ด้านหมื่นสุนทรเทวาก็เนื้อหอมไม่ใช่ย่อย คนหนึ่งคือแม่หญิงจันทร์วาด ที่เกศสุรางค์ยกให้เป็น กิ๊ก ของคุณพี่หมื่น เนื่องจากแม่หญิงจันทร์วาดรู้ว่าหมื่นสุนทรเทวานั้นเป็นคู่หมายของการะเกด แต่ยังมีทีท่าทอดสะพานอยู่เนือง ๆ ส่วนอีกคนก็คือแม่มะลิ ที่ประทับใจตอนที่ท่านหมื่นไปช่วยพ่อเธอไว้ แต่ท้ายสุดก็ตัดสินใจรับปากจะแต่งงานกับหลวงสุรสาคร เกศสุรางค์ไปงานแต่งงานด้วย และในวันนั้นเองจึงได้รู้ว่าหลวงสุรสาคร คือ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ส่วนแม่มะลิคือ มารี เดอ กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า บุคคลสำคัญสองคนในประวัติศาสตร์ไทยนั่นเอง

เกศสุรางค์ได้เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของอาจารย์ชีปะขาว ได้พบเจอกับคนในอดีตอีกมากมาย เช่น พระยาโกษาธิบดี (เหล็ก, ปาน) พระเพทราชา หลวงสรศักดิ์ ปู่ของรัชกาลที่1ในวัยเด็ก ศรีปราชญ์ นอกจากแกนหลักของเรื่องจะเป็นบุพเพสันนิวาสชักนำให้ได้พบกันแล้วก็ยังมีการเล่าเรื่องราวที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ควบคู่ไปด้วย เช่น การส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ประเทศฝรั่งเศส

วันหนึ่งเกศสุรางค์เข้าไปในห้องทำงานของออกญาโหราธิบดีเพื่อไปหาหนังสืออ่าน แล้วเกศสุรางค์ก็เห็นพานอะไรบางอย่างอยู่บนหลังตู้จึงหยิบมาดู โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือบทสวดมนต์กฤษณะกาลี เกศสุรางค์แตะมือลงไปวิญญาณของเธอก็กระเด็นหลุดจากร่างของแม่หญิงการะเกดทันที วิญญาณของเธอได้กลับไปยังโลกปัจจุบันด้วยความช่วยเหลือของอาจารย์ชีปะขาว และได้รู้ว่าเธอตายไปตั้งแต่รถชนวันนั้น เรืองฤทธิ์ก็รักเธอมากเสียจนขอบวชตลอดชีวิต เกศสุรางค์ซาบซึ้งใจมาก แล้วขณะที่จ้องพระเรืองฤทธิ์อยู่นั้น เธอก็เห็นเงาสะท้อนของพ่อเดชอยู่ในร่างของเรืองฤทธิ์ เธอจึงเข้าใจแล้วว่า แท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่ แล้วไม่เพียงเท่านั้น เกศสุรางค์ยังได้พบกับแม่หญิงการะเกดที่มาในสภาพที่สวยงาม อันเป็นผลจากบุญที่เกศสุรางค์ทำให้อยู่เรื่อย ๆ การะเกดมาขอบคุณเกศสุรางค์ และมาอนุญาตให้เกศสุรางค์ใช้ร่างของเธอได้ เพราะเธอหมดบุญแล้ว ส่วนเกศสุรางค์นั้นก็ได้หมดบุญในชาติปัจจุบันเช่นกัน แต่กลับไปเกิดใหม่ในชาติอดีตแทน เพื่อที่จะได้ไปครองรักกับเนื้อคู่ของเธอซึ่งก็คือขุนศรีวิศาลวาจา หรือพ่อเดช นั่นเอง

เมื่อร่างของการะเกดฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พ่อเดชที่ร่างกายอิดโรยมากจากการนั่งท่องมนต์มาตลอดวัน ก็สวมกอดร่างของเธอเอาไว้แน่น จากนั้นไม่นานทั้งสองก็เข้าพิธีแต่งงาน มีลูกด้วยกัน 4 คน คือ เรือง ริด (ฝาแฝด) แก้ว ปราง


สิ่งที่ในหนังสือไม่เหมือนกับในละคร คือแม่จันทร์วาด ลูกของพระยาโกษาธิบดีเหล็ก แต่งงานกับหลวงศรียศที่สุดท้ายแล้วได้เป็นเจ้าพระยาจุฬาราชมนตรี

ส่วนที่ละครช่วงค่ำหายไปบางอย่างก็มีเรื่องการทำบาร์บีคิว หมูกระทะ เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นสีสัน รวมถึงชีวิตหลังจากที่มีเด็กๆ 4 คนแล้ว นิสัยใจคอ กิจกรรมที่เกิดขึ้น การพาไปเดินตลาด เป็นต้น