#priwreadbooks เด็กสาว

#แพรวสำนักพิมพ์ มินะโตะ คะนะเอะ เขียน กนกวรรณ เกตุชัยมาศ แปล

อัตสึโกะกับยูกิเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม ทั้งสองคนไปเรียนเคนโด้พร้อมกันเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยได้กลับด้วยกัน อัตสึโกะไม่ได้มีพรสวรรค์เรื่องกีฬาเป็นพิเศษแต่เป็นคนที่มีพลังในการออกตัวเร็วและมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวมาก อาวุธเด็ดคือการใช้ขายาวๆ ก้าวกระโดดไปตีหน้ากากคู่ต่อสู้จากนอกระยะปกติ ซึ่งเป็นระยะที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถเข้าประชิดได้ในก้าวเดียว อาจารย์ประจำสนามฝึกสอนเคยเรียกท่านี้ว่าก้าวกระโดดแห่งชัยชนะ ในฤดูร้อนปีที่พวกเราอยู่ชั้น ม.3 อัตสึโกะข้อเท้าพลิกตอนกระโดดในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศระดับจังหวัด นับแต่นั้นเป็นต้นมาอัตสึโกะก็เลิกเล่นเคนโด้ เลิกกระโดด เลิกวิ่ง เลิกทำทุกอย่างที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเต็มที่

ด้านยูกิ ที่เป็นคนมีสีหน้าไร้อารมณ์ และไม่มีอัธยาศัย ก็เก่งเรื่องการสรรหาคำพูดมาให้กำลังใจหรือปลอบใจคนในบางจังหวะเสมอ เธอต้องเลิกเล่นเคนโด้ เพราะแรงบีบมือซ้ายไม่เต็มร้อย หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในบ้าน ที่แม่เล่าให้ทุกคนว่าเธอซุ่มซ่ามโดนแก้วบาด แต่แท้จริงแล้วสาเหตุมาจากคุณยายของเธอที่ความจำเสื่อม ยูกิชอบเขียนหนังสือ เธอเขียนต้นฉบับหนึ่งไว้ด้วยลายมือความยาว 400 ตัวอักษร แต่ดันลืมไว้ในกระเป๋าที่โรงเรียน รุ่งขึ้นต้นฉบับก็ถูกขโมยไป โดยเนื้อหาในนั้น เป็นเนื้อหาที่คล้ายว่าจะเอาเรื่องของอัตสึโกะมาเป็นตัวเอกในการเขียน ต้นฉบับถูกหัวขโมยเอาไปเผยแพร่ ทำให้ทั้งสองไม่สนิทใจกันอย่างที่ควร

ช่วง ม.ปลาย นักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่สารภาพกับพวกยูกิและอัตสึโกะว่า เธอเคยเห็นศพของเพื่อนรักที่ฆ่าตัวตาย แม้จะรู้สึกว่าเป็นคำโอ้อวด ยูกิก็คิดว่าถ้าเป็นเธอ เธออยากเห็นชั่วขณะของคนที่กำลังจะตายมากกว่าเห็นร่างของคนที่ตายแล้ว ส่วนอัตสึโกะก็คิดว่า ถ้าคนเราได้เห็นศพก็จะเข้าใจความตายและกลายเป็นคนเข้มแข็งขึ้น เพื่อให้ได้เห็นชั่วขณะแห่งความตาย ยูกิจึงไปทำงานเป็นอาสาสมัคร ที่แผนกผู้ป่วยเด็ก ขณะที่อัตสึโกะไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่บ้านพักคนชราโดยต่างฝ่ายต่างไม่ได้บอกให้อีกฝั่งรู้

ในหนังสือเป็นการเล่าเรื่องสลับไปมา สิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนได้เจอ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออยากรู้จักความตาย เรื่องดำเนินคู่ขนานกันไป ทำให้ค่อยๆ เห็นความเชื่อมโยงในความสัมพันธ์ของคนที่ทั้งสองคนได้ไปเจอ ท้ายที่สุดของเรื่อง ทั้งสองได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ที่กำลังจะเห็นคนตายต่อหน้า เลือดสีแดงอาบร่างคน รวมถึงได้ปรับความเข้าใจกันในเรื่องของต้นฉบับที่สูญหาย (โดนขโมย) ไปในตอนต้น พออ่านจบเล่มแล้วลองมานับดูจะมีคนฆ่าตัวตายไปมากถึง 3 คนทีเดียว