#priwreadbooks The Last Lecture เดอะลาสต์เลกเชอร์

#amarin #howto

อะโหหหห เล่มนี้ดีมาก อ่านจบน้ำตาจะร่วงเป็นการเอา lecture ครั้งสุดท้ายของแรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน มาทำเป็นหนังสือให้พวกเรา(ซื้อ)อ่าน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนด้วยอายุที่ไม่ถึง 50 ปี

เมื่อแรนดีรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งตับอ่อน เขาก็ตัดสินใจตอบรับการบรรยายครั้งสุดท้ายด้วยหัวข้อว่า “ทำความฝันวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างแท้จริง”

ในหนังสือมีการเล่าสาระข้อคิดสอดแทรกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกนึกคิดของเขาและคนรอบตัว โดยเฉพาะภรรยาของเขาที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้

และนี่เป็นตัวอย่างเนื้อหาดีๆ ที่หนังสือเล่มนี้มอบให้เรา

  • ไม่ต้องรีบร้อนตัดสินใจจนกว่าจะจำเป็นจริงๆ
  • ถ้าเราอยู่ในฐานะได้เปรียบไม่ว่าในที่ทำงานหรือในความสัมพันธ์ใดๆ เราต้องยุติธรรม แค่เพราะเราอยู่ในที่นั่งคนขับ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องขับรถทับใครๆ นี่หน่า
  • ถ้าเราต้องการจะทำอะไรมากจริงๆ เราต้องหาวิธีข้ามกำแพงที่มากีดขวางให้ได้ แต่เราต้องมีสิ่งที่เราจะนำไปขึ้นโต๊ะ นำไปต่อรอง เพราะนั่นจะทำให้เราได้รับการต้อนรับดีขึ้น
  • เราต้องมีความเข้าใจในเรื่องข้อมูลพื้นฐานให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นข้อมูลพิเศษชั้นสูงต่างๆ ก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆ
  • เมื่อเราทำอะไรพลาดและไม่มีใครเตือนเราเลย นั่นแปลว่าเขาหมดหวังในตัวเราแล้ว
  • สิ่งที่เราต้องการให้ลูกเรียนรู้จริงๆ สำคัญกว่านั้นมาก สิ่งเหล่านั้นคือ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การรู้จักอดกลั้นจิตใจ น้ำใจนักกีฬา คุณค่าของการทำงานหนัก และศักยภาพในการเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้อย่างองอาจ การเรียนรู้ทางอ้อมเหล่านี้คือสิ่งที่พวกเรามักเรียกกันว่า การหันหัวหลอก
  • ไม่เชื่อในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเอาชนะได้
  • ความอดทนเป็นคุณสมบัติที่ดี แต่มันก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องมีคนมาเฝ้ามองว่าคุณพยายามอย่างหนักแค่ไหนเพื่อให้ได้สิ่งใดๆ มา
  • กําแพงอิฐถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหยุดยั้งคนที่ไม่ได้ต้องการสิ่งนี้อย่างจริงจังเพียงพอ กำแพงมีไว้เพื่อกันคนอื่นเอาไป เหตุผลที่กำแพงอิฐถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้โอกาสเราได้แสดงออกมาว่า เราต้องการสิ่งนั้นมากมายเพียงใด
  • เทพนิยายไม่ได้จบดีทุกเรื่อง
  • ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ต้องซ่อมให้สวยงามเสมอไป
  • เราแค่ทำภารกิจตรงหน้า เรารู้ตัวดีว่ามีสิ่งที่เราจะทำได้เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบวก และเราก็ลงมือทำเลย ไม่มัวแต่คร่ำครวญว่านี่มันไม่ยุติธรรมเลย
  • รู้จักความหมายของการเสียสละ และอำนาจของความอ่อนน้อมถ่อมตน
  • ความจริงจะปลดปล่อยคุณเป็นอิสระ
  • เวลาเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการให้ชัดเจนไม่ต่างกับเงิน
  • เราสามารถเปลี่ยนแผนได้เสมอ แต่แรกเริ่มเราต้องมีแผนการก่อน
  • ถามตัวเองว่าเราใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่ควรทำหรือไม่
  • พัฒนาระบบการจัดเก็บเอกสาร
  • คิดใหม่ทำใหม่เรื่องโทรศัพท์
  • รู้จักการใช้งานและหาเวลานอก
  • ฝันให้ยิ่งใหญ่
  • เอาจริงเอาจังดีกว่าทันสมัย
  • รู้จักยกธงขาว
  • หาวิธีตกลงกันก่อน
  • อย่าบ่นและจงทำงานให้หนักขึ้น
  • รักษาโรคอย่ารักษาแค่อาการ
  • อย่าหมกมุ่นกับสิ่งที่คนอื่นคิด
  • เริ่มต้นด้วยการนั่งด้วยกัน
  • หาส่วนดีที่สุดในตัวทุกคน
  • จงมองสิ่งที่เขาทำ อย่าฟังสิ่งที่เขาพูด
  • โชคคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมตัวที่ดีเดินทางมาพบกับคำว่าโอกาส
  • ประสบการณ์เป็นสิ่งที่เราได้ เมื่อเราไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ และประสบการณ์มักเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดที่เราสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นได้
  • ศาสตร์แห่งจดหมายขอบคุณที่หายไป
  • ความจงรักภักดีเป็นถนนที่รถวิ่งสวน
  • การทำงานอย่างหนัก
  • รู้จักแสดงความขอบคุณ
  • ทั้งหมดที่เรามีคือสิ่งที่เรานำติดตัวไปด้วย
  • การขอโทษที่ไม่เต็มใจแย่กว่าไม่ขอโทษ
  • พูดความจริง
  • ไปเล่นสีเทียน
  • ไม่มีงานไหนต่ำต้อยเกินไป
  • รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน
  • อย่ายอมแพ้เด็ดขาด
  • เป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของสังคม
  • สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่ขอ
  • ตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นทิกเกอร์หรืออียอ
ถ้าคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี คุณจะสามารถทนทานต่อเคมีบำบัดที่โหดร้ายได้มากขึ้น หรือขวนขวายหาข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดใหม่ที่พึ่งมีในวงการแพทย์ ผมรักการที่ผมคิดว่าผมอาจเป็นผู้โชคดี 1 ในล้านที่เอาชนะมะเร็งระยะสุดท้ายได้ เพราะถึงที่สุดแล้วแม้ผมจะทำไม่ได้ แต่มันก็เป็นทัศนคติที่ช่วยให้ผมมีชีวิตผ่านไปได้ในแต่ละวัน
  • ถ้าคุณจ่ายเบี้ยประกันทางอารมณ์ของคุณในตอนนี้ เมื่อคุณยังรู้สึกดีอยู่ มันจะหนักหนาสาหัสน้อยลงในช่วงอีกหลายเดือนข้างหน้าที่จะมาถึง คุณจะมีความสันติสุขมากกว่า
ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลายคนกล่าวว่า มะเร็งได้มอบมุมมองใหม่และการมองเห็นคุณค่าในชีวิตอย่างลึกซึ้งให้พวกเขา บางคนถึงขนาดพูดว่าสำนึกบุญคุณของโรคมะเร็ง ผมเองไม่มีความรู้สึกถึงขนาดนั้น แต่ผมขอบคุณที่โลกนี้ได้ส่งสัญญาณเรื่องความตายของผม การรู้ตัวล่วงหน้านี้ทำให้ผมมีโอกาสเตรียมครอบครัวให้พร้อมสำหรับอนาคตที่จะไม่มีผมอยู่ด้วย ทำให้ผมได้มี lecture ครั้งสุดท้ายสิ่งนี้ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินออกจากสนามแข่งขันด้วยสองขาของตัวเอง

การหันหัวหลอกของการบรรยายครั้งนี้ คือ นี่ไม่ใช่เรื่องของการทำความฝันให้เป็นจริง แต่เป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต และหากคุณดำเนินชีวิตอยู่ในครรลองที่ถูกต้อง กรรมดีจะคุ้มครองคุณเอง ความฝันนั้นจะเดินทางมาถึงคุณ

และการหันหัวหลอกครั้งที่สองคือ lecture ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อผู้ฟังในห้องนี้เท่านั้น การบรรยายนี้เพื่อลูกๆ ของผม


เค้าเป็นคนที่เจ๋งมากจริงๆ นึกภาพตามว่าคนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อายุยังไม่ถึงห้าสิบ ลูกสามคนที่ยังไม่ถึงสิบขวบเลยซักคน ชีวิตที่ต้องต่อกับโรคร้าย สู้จนวินาทีสุดท้าย กับเรื่องราวข้อคิดดีๆ ที่ทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลังอย่างเรา ไม่ว่าจะกี่สิบปี เนื้อหาในเล่มนี้ก็คงไม่ล้าสมัยมากนัก ☺