แม้ในปีนี้จะไม่มีการแข่งขันเทนนิส Wimbledon ซึ่งเป็นรายการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ติดตามชมกีฬาเทนนิส เนื่องจากทีมนักวิจัยปัญญาประดิษฐ์จากมหาวิทยาลัย Stanford ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาจำลองการแข่งขันเทนนิสรายการดังกล่าว

Image for post
Image for post
Photo by Shep McAllister on Unsplash

ทีมนักวิจัยได้ฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ข้อมูลวิดีโอฟุตเทจการตีของนักเทนนิสแต่ละคน เพื่อสร้างโมเดลทางสถิติของนักเทนนิสแต่ละคน ที่สามารถล่วงรู้ได้ถึงรูปแบบการตี สไตล์การเล่น เพื่อนำมาจำลองวิธีการเล่นของนักเทนนิส

โมเดลดังกล่าวนี้ อาศัยแบบแผนการเล่นโดยปกติและแนวโน้มในการเล่นของนักเทนนิสแต่ละคน ตัวอย่างเช่น ทำให้ทราบว่า Novak Djokovic ชอบตีลูกไปทางฝั่งที่ไม่ถนัดของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงโมเดลดังกล่าวสามารถระบุถึงตำแหน่งการยืนรอบอล จากการตีสวนของฝ่ายตรงข้าม ตัวอย่างเช่น Roger Federer มักจะยืนที่ตำแหน่งใกล้ baseline มากกว่า Rafael Nadal ซึ่งทำให้เห็นถึงรูปแบบการเล่นที่แท้จริงของนักเทนนิสทั้ง 2 คน

Vid2Player: Controllable Video Sprites that Behave and Appear like Professional Tennis Players

จากความสามารถของโมเดลนี้เอง ทำให้ทีมนักวิจัยสามารถสร้างสถานการณ์สมมุติแบบไม่มีจุดสิ้นสุด (Endless What-If scenario) โดยสามารถทำเป็นระบบสร้างวิดีโอฟุตเทจการตีเทนนิสระหว่างนักเทนนิสที่ต้องการได้ (เช่น Roger Federer แข่งกับ Serena Williams หรือ Roger Federer แข่งกับตัวเองอีกฝั่ง)

โดยโมเดลดังกล่าว ยังสามารถจำลองรูปแบบการตีแต่ละครั้ง ไปยังตำแหน่งบนสนามที่แตกต่างกันได้ รวมถึงยังสามารถใช้คนเพื่อควบคุมตำแหน่งการตีลูกเทนนิส และกลับมายืนตำแหน่ง ราวกับว่ากำลังเล่นเกมเทนนิสอยู่ (หากสตูดิโอพัฒนาเกมนำไปปรับใช้ คงจะส่งผลดีไม่น้อย)

อย่างไรก็ตาม แม้ระบบดังกล่าวนี้สามารถสร้างวิดีโอฟุตเทจการแข่งขันเทนนิสได้อย่างน่าประทับใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้านอื่น แต่วิดีโอฟุตเทจที่สร้างจากโมเดลนี้ยังไม่สมบูรณ์มากนัก การแสดงผลเกี่ยวกับแสดงเงาและเสื้อผ้ายังขาดสมจริงอยู่บ้าง รวมถึงผู้ชมและสิ่งแวดล้อมข้างสนามที่ไม่เคลื่อนไหว

Source: engadget

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้จาก itpoj.com


“Google เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในแอปพลิเคชัน Google ที่สามารถแสดงแบบจำลอง 3 มิติ จากการสืบค้นบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้มองเห็นแบบจำลอง 3 มิติของระบบร่างกายมนุษย์ รวมถึงโครงสร้างเซลล์และอวัยวะภายในเซลล์”

(Source: Google)

หลังจากในปี 2019 Google เปิดตัวความสามารถในการแสดงผลการค้นหาเป็นแบบจำลอง 3 มิติ ผ่านเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) Google ได้เพิ่มประเภทแบบจำลอง 3 มิติเพิ่มเติม โดยเป็นแบบจำลอง 3 มิติของระบบในร่างกาย รวมถึงโครงสร้างเซลล์และส่วนประกอบภายในเซลล์

Google ร่วมมือกับ Biodigital และ Visible Body ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แบบจำลอง 3 มิติที่โต้ตอบได้ ในการเพิ่มความสามารถในการแสดงผลระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์แสดงขึ้นมา

คุณสมบัติใหม่นี้ ช่วยเปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบเสมือนจริงในการศึกษาระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ เพิ่มเติมจากการศึกษาภาพ 2 มิติในตำราเรียน ยกตัวอย่างเช่น สามารถแสดงระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายผ่านการสูบฉีดเลือกจากหัวใจ หรือแสดงโครงสร้างกระดูกในร่างกายว่าเชื่อมต่อกันอย่างไร

การใช้งานคุณสมบัติดังกล่าว สามารถทำได้โดยค้นหาชื่อระบบที่ต้องการ ผ่านแอปพลิเคชัน Google บน Android และ iOS (จากที่ทดสอบ ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาติดตั้งในสมาร์ทโฟนก่อน ยังไม่สามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Chrome) แล้วพิมพ์ชื่อระบบในร่างกายที่ต้องการค้นหา เมื่อกดค้นหาเสร็จแล้ว ทำการเลื่อนลงไปในหัวข้อ 3D Model แล้วเลือก View in 3D (ดูในแบบ 3 มิติ)

Image for post
Image for post
การสืบค้นระบบไหลเวียนโลหิต (Source: Google)

จากที่ลองสืบค้น พบว่ารองรับการค้นหาด้วยภาษาไทยในบางระบบ จึงแนะนำให้ค้นหาด้วยชื่อระบบในภาษาอังกฤษ โดยโครงสร้างระบบในร่างกายที่แสดงผล 3 มิติ ได้แก่

  • Circulatory system (ระบบหมุนเวียนโลหิต)
  • Digestive system (ระบบย่อยอาหาร)
  • Endocrine system (ระบบต่อมไร้ท่อ)
  • Integumentary system (ระบบผิวหนัง)
  • Lymphatic system (ระบบต่อมน้ำเหลือง)
  • Muscular system (ระบบกล้ามเนื้อ)
  • Nervous system (ระบบประสาท)
  • Urinary system (ระบบทางเดินปัสสาวะ)
  • Respiratory system (ระบบทางเดินหายใจ)
  • Skeletal system (ระบบโครงกระดูก)

นอกจากนี้ยังสามารถแสดงผลแบบจำลองโครงสร้างและส่วนประกอบย่อย ภายในเซลล์พืช (Plant cell) และเซลล์สัตว์ (Animal cell)

ศึกษารายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับการค้นหาเพิ่มเติมได้จากที่นี่ https://developers.google.com/ar/discover/supported-devices

Source: engadget

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้จาก itpoj.com


“หากคุณคิดว่ามีใครบางคนที่สามารถเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของคุณ ให้รีบตรวจสอบโดยเร็ว เพราะยิ่งดำเนินการช้าเท่าไร บัญชีของคุณยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นร่องรอยจากการเข้าถึง และตรวจสอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว ก็สามารถแก้ไขและป้องกันความเสี่ยงในการถูกแฮ็กได้”

ตรวจสอบความเสี่ยงในการโดนแฮ็ก

เว็บไซต์ Have I Been Pwned? (https://haveibeenpwned.com/) ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบว่าบริการออนไลน์ใด ที่เคยมีรายงานข่าวว่าถูกโจมตี หากบัญชีของคุณถูกรายงานว่ามีความเสี่ยง นั่นหมายถึงบริการออนไลน์อื่นๆ เชื่อมโยงกับบัญชีดังกล่าว ก็จะมีความเสี่ยงตามไปด้วย (เพราะโดยปกติแล้ว คนปกติมักใช้ username และ password ชุดเดิมซ้ำหลายบัญชี เนื่องจากสะดวกในการจำ)

วิธีการตรวจสอบ ให้ทำการกรอก E-mail ลงในช่องตรวจสอบ แล้วคลิก pwned?

Image for post
Image for post

หากตรวจสอบแล้ว แสดงคำว่า Good news — no pwnage found! แสดงว่าบัญชีของคุณปลอดภัย

Image for post
Image for post

แต่หากตรวจสอบแล้ว แสดงคำว่า Oh no — pwned! นั่นหมายถึงบัญชีของคุณมีความเสี่ยง

Image for post
Image for post

โดยทาง https://haveibeenpwned.com/ จะรายงานว่ามีกี่บริการที่มีความเสี่ยง โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าถูกโจมตีเมื่อไร และมีข้อมูลอะไรที่หลุดออกไปบ้าง

หากมีการตั้งรหัสผ่านใหม่ ภายหลังจากวันที่ถูกโจมตีจากข้อมูลที่แสดงในรายงาน แสดงว่าบัญชีของคุณปลอดภัยแล้ว แต่หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านเลย ให้รีบทำการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านใหม่ให้ครบทุกบัญชีที่ถูกระบุในรายงาน

ตรวจสอบความผิดปกติของกิจกรรมการใช้งาน

ในแอปพลิเคชันและบริการออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Twitter สามารถตรวจสอบรายละเอียดของกิจกรรมการใช้งานบัญชีเมื่อเร็วๆ นี้ได้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการตรวจสอบมีการเข้าถึงการใช้งานบัญชีของคุณ เมื่อไร ที่ใด และจากอุปกรณ์ใด

Image for post
Image for post
Photo by Tracy Le Blanc on Pexels.com
  • Facebook ตรวจสอบกิจกรรมการใช้งานได้ ที่นี่
  • Instagram ตรวจสอบกิจกรรมการใช้งานได้ ที่นี่
  • Twitter ตรวจสอบกิจกรรมการใช้งานได้ ที่นี่ (เลือกหัวข้อ Apps and sessions)

Source: Popular Science

ติดตามเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้จาก itpoj.com

About

Pornpoj Pruksanant

Techno Gadget itpoj.com

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store