คำถามที่อยากตอบ กับ 4 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเป็นเด็กฝึกงาน (ฝ่าย Content) ที่ Wongnai

Pumkinz's Area
Aug 23, 2017 · 2 min read
ฝึกงานแบบอิ่มหนำสำราญ

เราชื่อเฟิร์น เรียนฟิล์มที่ม.บูรพา นี่ก็ขึ้นปีสี่ล้ะ ฝึกงานในตำแหน่ง Content Editor (Food) อยากฝึกที่ Wongnai เพราะเราชอบทำคอนเทนต์ เห็น Wongnai ทำคอนเทนต์เยอะดี เลยลองสมัครมา โดยเราทำพอร์ทเป็น 4 ข้อที่พี่ๆ ควรรับเราเป็นเด็กฝึกงาน

หลังจากการสัมภาษณ์อันดุเดือด (เดือดจริง บอกเลย) เราก็ได้เป็นเด็กฝึกงาน Wongnai อย่างเต็มภาคภูมิ

แรก ๆ ก็ไปคนแรกของออฟฟิศทุกวัน 5555 / เธอเห็นชั้นวางขนมด้านหลังนั่นไหม? อิอิอิ

ชีวิตฝึกงานผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะเรามีเวลาแค่ 2 เดือนเท่านั้น เราได้ทำอะไรหลายอย่างมาก ทั้งจัดหน้าบทความ เขียนบทความเอง ออกไปทำคอนเทนต์ของตัวเอง จนไปถึงเขียนงานลูกค้า หลายๆ คนชอบแซวว่าอยู่ Wongnai แบบนี้ก็กินดีอยู่ดีเลยสิ คำตอบของเราคือ ‘ก็ดูน้ำหนักที่ขึ้นมา 2 กิโล กับอีก 500 กรัมของเราสิ’

ที่นี่จริงจังกับเรื่องกินมาก แม้กระทั่งเรื่องการดริ๊ปกาแฟ…
วันดีคืนดีก็ต้องหอบกลับไปกินต่อที่บ้าน หนักใจไม่พอ หนักขึ้นอีกค่ะ 5555
ออกไปถ่ายงานกับพี่ ๆ ก็ต้องกินอีก บางทีก็อิ่ม แต่เราก็กิน

ส่วนเรื่องที่คนไม่ค่อยถามกันแต่เราอยากเล่ามากก็คือ “สิ่งที่เราได้จากการเป็นเด็กฝึกงานที่ Wongnai” งั้นเราเล่าตอนนี้เลยแล้วกัน ขอสรุปเป็น 4 ข้อดังนี้

  1. Speed
    เราได้เรียนรู้ระบบการทำงานที่แท้จริงว่ามันต้องรวดเร็วแค่ไหน ได้ทำงานเหมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท ดังนั้นความว่องไวเป็นเรื่องสำคัญ เวลาเราคิดคอนเทนต์อะไรได้ ก็นำเสนอพี่ๆ ถ้าผ่านก็ได้ลงมือทำทันที ถ้ามีข้อผิดพลาดก็ต้องสามารถแก้ไขทันทีและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนั้นให้ได้เช่นกัน
  2. Impact
    วันที่ได้ออกไปทำงานของตัวเองครั้งแรก ตอนนั้นเจอปัญหาหลายอย่าง แต่สุดท้ายเรากับพี่แบงค์ (ช่างภาพฝึกงาน) ก็ได้ทำคอนเทนต์แรกของตัวเองออกมาได้สำเร็จ จากงานชิ้นนั้นเราได้เรียนรู้ถึงการทำงานภายใต้แรงกดดันและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และไม่กลัวที่จะทำงานใหญ่ด้วยตัวเอง แค่พยายามเรียนรู้และสนุกไปกับมัน เราก็จะทำทุกอย่างออกมาได้ดี
  3. Passion
    ตั้งแต่เข้ามาฝึกงานที่ Wongnai คำว่า Passion ในตัวเรามันลุกโชนมาก มันเป็นเพราะเราได้ลงมือทำงานจริงๆ ได้สร้างสรรค์งานของตัวเองขึ้นมาจริงๆ ทุกครั้งที่เรารู้ว่าเราได้โอกาสในการทำงานชิ้นต่อไป เราจะรู้สึกตื่นเต้นและอยากทำมันมาก อยากทำให้มันดีกว่าครั้งก่อนๆ เราจึงได้เรียนรู้ว่า Passion นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เราทำงานของเราให้ดีขึ้นทุกครั้ง
  4. Flexible
    Wongnai เราทำงานกันเป็นทีมนะ ถ้ามีคนใดคนหนึ่งทำตรงนี้ไม่ได้ แล้วเราช่วยได้ เราก็ไปช่วย ดังนั้นการฝึกงานที่ Wongnai สอนให้เรารู้จักความยืดหยุ่นทั้งในด้านของเวลาและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ถึงเราจะจัดองค์ประกอบภาพไม่ค่อยสวย แต่ถ้าคนในทีมต้องการความช่วยเหลือ เราก็เข้าไปช่วยได้ ดีซะอีก เหมือนเราได้ฝึกสกิลใหม่ๆ บางทีพี่ๆ ให้งานที่เราไม่คุ้นเคยมา เราก็ลองทำดูเพราะรู้ว่าพี่ๆ ไว้ใจและคิดมาดีแล้วว่าเราเหมาะสมกับงานนี้
บางทีก็ต้องเป็นช่างภาพบ้างไรบ้าง (โต๊ะยังอยู่ดี ไม่ต้องห่วงกันนะคะ ฮาาาา)
บางทีก็ต้องเป็นนางแบบบ้างไรบ้าง ให้งานออกมาสมบูรณ์ 555
เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วววว งานประกอบตู้แช่เย็นก้มา
ออกมาถ่ายงานข้างนอกก็พกโน้ตบุคมาส่งงานแก้งานนะจ๊ะ

เอาจริงๆ ก็ยังมีอะไรให้เมาท์มอยอีกมาก แต่เราว่าแค่ 4 ข้อนี้ก็น่าจะบอกได้เป็นอย่างดีแล้วว่าเป็นเด็กฝึกงานที่ Wongnai แล้วได้อะไรกลับไปบ้าง นี่ยังไม่รวมข้าวกลางวันฟรี ของกินฟรี ขนมฟรี น้ำฟรี กาแฟฟรี และอื่นๆ อีกมากมาย ให้เล่าไปก็เล่าไม่หมดหรอก ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นแหละ ถ้าใครอยากฝึกงาน (หรือทำงาน) ที่นี่ก็อย่าลังเลค่ะ ลุยเลย!! คุ้ม!!

กินเลี้ยงฉลองฝึกงานจบ อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ

)

Pumkinz's Area

Written by

Are you living your dreams?

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade