เหตุผลที่ฉันไม่ไปดูคอนเสิร์ต “Coldplay” Live in Bangkok 2017

“เพราะฉันฟัง Coldplay แทบทุกวันยังไงล่ะ” ฟังดูเป็นเหตุผลบ้าบอสิ้นดี

ฉันรู้จักเพลง “In my place” ของ Coldplay ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายและรู้สึกว่าไพเราะมากมาย โดยเฉพาะเมโลดี้ที่ฟังแล้วติดหูมากๆ สำหรับฉันตอนอายุ 18–19 ขวบ คิดเองเออเองว่า “เพลงเพราะ = เมโลดี้เพราะติดหู” ไม่เคยรู้ซึ่้งถึงความไพเราะของเพลงในแง่อื่นๆ เลย ให้ตายสิ

จนกระทั่งฉันได้มีโอกาสได้ทำงานกับนิตยสารดนตรี หูถึงกระดิกและถึงได้เข้าใจ(เฉพาะช่วงขอบๆ ของ) จักรวาลของเพลงในสากลโลกนี้ แม่งอันความไพเราะของเพลงนั้นมีหลายปัจจัยมาก ทั้งเนื้อเพลง ไลน์ดนตรี คอรัส เสียงร้อง แนวเพลงแต่ละแบบก็มีสไตล์ของตัวเองไปอีก เช่นเพลงอิเล็กทรอนิกส์หลอนๆ ถ้าเราไม่คุ้นกับแนวนี้เลย ฟังครั้งแรกคงมีเหวอแดก ราวกับถูกแสงวูบๆ หมุนติ้วๆ ในธีมวินโดวส์มีเดียเพลเยอร์กล่อมประสาท นอกจากนี้ ประวัตินักร้องหรือวงดนตรีก็มีส่วนทำให้เพลงไพเราะขึ้นมาซะอย่างงั้น

และส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ประสบการณ์ส่วนบุคคลก็มีส่วนในการซึมซับความไพเราะของบทเพลง วันนี้เพลงนี้ฟังยังไงก็ไม่ไพเราะแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปบทเพลงเดียวกันกลับไพเราะขึ้นมาซะนี่

ไม่น่าเชื่อว่าเพลง “Yellow” ที่เขาฮิตมาชาติกว่าๆ ฉันเพิ่งซาบซึ้งถึงความไพเราะในความเหลืองในวัยสามสิบนี่เอง

และ… มีน้องนักดนตรีฝีมือระดับเทพเจ้าแนะนำให้ฟัง เรื่องของเรื่องคือเนื่องจากฉันปลาบปลื้มในแนวทางการเล่นดนตรีของเธอมาก ฉันจึงถามเธอว่าวงดนตรี Top 5 ของเธอมีอะไรบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าอันดับต้นๆ เธอตอบ Coldplay เหตุผลที่ฉันจำได้คร่าวๆ คือ เธอบอกว่า Coldplay เล่นกับเมโลดี้เดิมๆ ย้ำ ตั้งแต่ต้นจนจบเพลงได้อย่างมีเสน่ห์และแน่นอนว่า

“ฉันไม่เก็ท” น้องเทพคนนั้นเลยค่ะ เมโลดี้ย้ำไปย้ำมาแล้วมันจะเพราะยังไงหว่า

และก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตาฟัง Coldplay อย่างตั้งใจไล่ไปตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยเปิดเพลง In my place เป็นการโหมโรงก่อน กลัวทำใจทนฟังจนจบไม่ไหว

Parachutes

> เหี้ย!! เพลง Yellow อยู่ในอัลบั้มนี้เอง เพราะสัสๆ ตามด้วย Trouble, Shiver, Spark, Spies อะไรๆ ดูไพเราะดีงามไปหมด จนจบทั้งอัลบั้ม บ๊ะ!!!! เข้าท่าเว้ย คุณได้ไปต่อ ที่อัลบั้ม 2

A Rush of Blood to the Head

>เลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นหัว โอ๊ยตายหลอนตั้งแต่ชื่ออัลบั้มยันหน้าปกซีดี และโดยเฉพาะ Title Track หลอนระดับสิบกระโหลก เวลาฟังทีไรมักนึกถึงภาพคนโดนไฟคลอก และนี่คือแมจิกของเพลง เพลงดีก็ไม่ต่างจากงานศิลปะที่พาเราตะลึงพรึงเพลิดไปกับจินตนาการ ถึงแม้จะฟังดูประหลาดๆ หน่อยก็เถอะ อัลบั้มนี้มีทั้งความหลอนและหนักอึ้งแต่ก็แทรกความโปร่งลงไปได้อยางลงตัวกับเพลง “Green Eyes” (ชอบสุดในอัลบัั้มเลยจ้า) มีเพลงเพลงป๊อบร็อคติดหูขั้นเทพอย่าง “In My Place” และ “The Scientist” บ้าจริง เพลงอะไรชื่อ “นักวิทยาศาสตร์” และบทสรุปของอัลบั้มนี้คือ ฉันชอบเพลง “In My Place” น้อยสุด และอัลบั้มนี้คืออัลบั้มที่เท่จัดๆ ของ Coldplay เขาเลยล่ะฉันว่า อย่างอัลบั้มแรกฉันว่าดูสดใหม่ และออกไปทางนุ่มนวลกลมกล่อมกว่า และแน่นอนฉันเริ่มหลงรักวงนี้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สองอัลบั้มนี้คือไม่ธรรมดา และไปต่ออัลบั้ม 3

X&Y

ให้ตายเถอะ เท่จัง ตอนฉันเป็นเด็กฉันได้ยินนักเขียนเขาคุยกัน เขาบอกว่าอัลนี้เพราะมากมาย และแนะนำให้กันฟัง ฉันได้ยินและไปแอบหามาฟัง ผลสรุปคือ “เพลงอะไรของมัน และมีความไพเราะยังไง ไม่เข้าใจ” ฉันในวัยยี่สิบต้นๆ รำพึงรำพันกับตัวเอง และเพิ่งเข้าใจว่ามันเพราะยังไงตอนอายุสามสิบ ให้ตายสิ แมจิกของศิลปะบางทีต้องใช้เวลานับทศวรรษกว่า(คนบางคน)จะเข้าถึง เป็นอัลบั้มที่มีความหนักเบาที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Parachutes และ A Rush of Blood to the Head ส่วนตัวอัลบั้มนี้ฉันชอบ “A Message” และ “Swallowed in the Sea”

Viva La Vida

อัลบั้มงานดี และถือได้ว่า Coldplay ได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดกับสาขาอาชีพนี้ ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง แมจิกในงานเพลงของ Coldplay ยังคงเป็นการเปิดฟังอย่างต่อเนื่องไล่เรียงจากแทร็คแรกถึงแทร็คสุดท้าย ห้าม Shuffle เด็ดขาด ไม่งั้นอารมณ์เพลงรวนไม่เป็นท่า ส่วนตัวฉันปลื้ม “Violet Hill” และ “Strawberry Swings” เป็นพิเศษ

วงจรของสื่อพาณิชย์ศิลป์เวลาขึ้นจุดสูงสุดแล้ว ผลงานชิ้นหลังๆ มักจะออกทะเล ขาดเสน่ห์อย่างแปลกประหลาด ไม่รู้ว่าทำไม

Mylo Xyloto

ยังคงกลิ่นอายของ Viva La Vida เบาๆ โดยเฉพาะเพลง “Charlie Brown” และโดยภาพรวม Coldplay ชุดนี้ออกไปทางป๊อปมากๆ ไม่เท่ ไม่เซอร์ อย่างที่แล้วๆ มา เพลงโปรดของฉันเป็นแทร็คเบาๆ อย่าง “Up in flames” และ “Us Against the World”

และหลังจากนั้น อัลบั้มยุคหลังๆ ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เพลงของ Coldplay แปลกแปร่งออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ จนไม่สามารถทำใจฟังได้ หลังจากฟังรอบแรกด้วยความลุ้นระทึก แต่ก็ไม่เป็นไร ภาพวาด งานเขียน ดนตรี ภาพยนตร์ ล้วนมีช่วงพีคและขาลงอันเป็นสัจธรรม อันนี้เข้าใจได้ ฉันจึงฟัง Coldplay เฉพาะ 5 อัลบั้มแรกก็เพียงพอแล้ว

พอมีข่าวว่า Coldplay จะมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยกับอัลบั้มล่าสุด “A Head Full of Dreams” ฉันกลัวว่าโอกาสที่พวกเขาจะเล่นเพลงโปรดของฉันอย่าง

“Green Eyes”

“Swallowed in the Sea”

“Up in flames”

“Us Against the World”

…… อะไรเทือกนี้

แทบจะเท่ากับโอกาสถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่หนึ่งของฉันและคนทั้งประเทศเสียอีก

แต่ถึงอย่างไรเสียคุณก็เป็นวงอันดับต้นๆ ในใจฉันเสมอเพราะ

“เพราะฉันฟัง Coldplay แทบทุกวันยังไงล่ะ”

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Rachel’s diary’s story.