พิชิตยอดเขา Fansipan ที่ซาปารีเวิลด์ (Day 1–3)

Hanoi, Fansipan, Sapa, Cao Bang (26 May-1 June 2017)

Pim: อาทิตย์หน้าว่างมั้ย ไปไต้หวันกัน

Rapi: ไม่เอาดิ เราพึ่งไปมา ช่วงนี้อยากเดินป่า

Pim: ไป Fansipan มั้ย

Rapi: (รีบค้นรูปFansipan) น่าไป เธอเคยไปยัง

Pim: ยัง

Rapi: นั้นเราไปกัน

คนบ้าเที่ยวกับคนบ้าเที่ยวคุยกันมักได้ทริปฉุกละหุกมาบ้าๆแบบนี้แหละ


วางแผนเที่ยว

  • มีเวลา 7 วัน จะทำอะไรก็ทำ
  • เป้าหมายหลักคือปีนเขา Fansipan เป้าหมายรองคือไปน้ำตก Ban Gioc ที่เมือง Cao Bang ซึ่งหาข้อมูลการเดินทางไปยากเหลือเกิน
  • เงินค่อยไปแลก ซิมการ์ดไม่ใช้ สำคัญคือเตรียมชุดอุปกรณ์เตรียมปีนเขาแบบเผื่อร้อนเผื่อหนาวให้พร้อม
ที่ว่าซิมการ์ดไม่ใช้ เราค้นพบว่ามันคือความสนุกอย่างหนึ่งของการเดินทาง การเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตนี่แหละ เราจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบมากกว่านั่งจ้องหน้าจอมือถือ พิสูจน์มาหลายทริปละ ถ้าอยากหาข้อมูลเดินทางหรืออัพรูปเดี๋ยวมันก็ต้องเจอ wifi ฟรีซักที่ที่เราไปนั่นแหละ หรือลองหาเรื่องคุยปรึกษาคนท้องถิ่นก็สนุกไม่แพ้กัน(มั้ง!?)

DAY 1: Hanoi

วันแรกในเมืองฮานอยเป็นเพียงการหาอะไรทำเพื่อรอให้เวลา 21.30 น. มาถึง (เราทั้งคู่เคยมาฮานอยแล้ว)

Noi Bai Airport to Hanoi City

  • ขึ้นเลย Free shuttle bus จาก T2(Terminal 2) ไป T1
  • จาก T1 ขึ้นรถเมล์สาย 17 เข้าเมืองโลด เพียงแค่ก้าวขึ้นรถเราก็ได้พบกับบ้องยาเส้น(คิดว่าใช่)ยาวเท่าแขนสูบโดยเฮียคนขับ เนื่องจากเป็นรถแอร์เราจึงได้รับพลังความเขียวอบอวลละมุนไปทั่วคัน

Money exchange

ก่อนออกจากสนามบินเราแลกเงินกันคนละ 1,000 บาทไทย ค่อยไปแลกเพิ่มในเมืองเอาทีหลัง (1 baht = 625 VND or 10,000 VND = 16 baht)

Activity 1: กินไปเรื่อย First meal must be good.

ร้านอาหารหรูร้านแรกตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ เห็นหน้าตาอาหารพอได้ มีที่วางกระเป๋า(ที่ตอนหลังขวางทางการกินพี่เวียดคนอื่นพอสมควร)

  • Bánh xèo — ขนมเบื้องญวน ที่ร้านแจกแผ่นแป้งให้เราห่อชิ้นขนมเบื้องญวน(แป้งห่อแป้งทอด) จิ้มน้ำจิ้มเข้าปากอร่อยใช้ได้
  • Bột Lọc Tôm Thịt — แป้งหนาไป ไม่ผ่าน

Activity 2: เดินไปเรื่อย Keep walking with your heavy bags and camera.

ระหว่างที่เดิน เราก็ลองฝึกอ่านภาษาบ้านเค้าไปด้วย

Activity 3: รอไปเรื่อย Have a cup of coffee. Waiting for 9.30pm.

Activity 4: ดูไปเรื่อย Enjoy watching Vietnam traffic.

Activity 5: กินไปเรื่อย Eat again.

Activity 6: นอนไปเรื่อย Bed Time.

เมื่อใกล้เวลา 21.30 น. เราเคลื่อนขบวน(2 คนถ้วน)มาที่สถานีรถไฟ เพื่อขึ้นรถไฟตู้นอนจากฮานอยไปสถานี Lao Cai จุดหมายปลายทางคือ ซาปา

เรื่องขนลุกก่อนขึ้นรถไฟ

เรามุ่งหน้าไปยังห้องน้ำของสถานีก่อนขึ้นรถไฟ ห้องน้ำหญิงที่นี่มีสองห้องบวกที่นั่งยองด้านนอกแบบไม่มีประตู รวมเป็นสาม กลิ่นห้องน้ำเรียกได้ว่า Women(วู้!เหม็นนน จริงๆ) เปิดประตูห้องแรก โป๊ะ! เด็กนั่งยองๆฉี่อยู่ ไม่ล็อคประตู เปิดประตูห้องสองไปต่อ โป๊ะ! เจอทองก้อน ฮือออออออออ T_______T เรารีบวิ่งออกมาทำใจข้างนอก แค่จะอ้วกตูยังไม่กล้าเข้าไปอ้วกในห้องน้ำเลย

รถไฟตู้นอนโบกี้หนึ่งแบ่งออกเป็นหลายห้อง โดยห้องหนึ่งนอนได้ 4 คน เพื่อนเรานอนล่าง ส่วนเราอาสานอนบน คิดว่าคงอารมณ์เหมือนตู้นอนรถไฟไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ไม่นะ สำหรับเราเตียงก็นุ่มดีหรอกแต่มันอึดอัดไปหน่อย บวกกับมีคนมาเคาะห้องเป็นระยะ ทำให้หลับๆตื่นๆตลอดคืน

จบวันแรกเราโดนแท็กซีโกงขับวนอ้อมโลกจ่ายราคาคูณสอง ลุงรับฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟลดราคาให้จาก 110.000 เหลือ 50.000 หลังเดินหนี นี่แหละน้อเวียดนาม


DAY 2: SAPA Town

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...เฮียประจำโบกี้เราเคาะเรียกอรุณสวัสดิ์ตอนตี 5 ให้รู้ว่าอีกครึ่งชม.จะถึงแล้วนะ ตื่นมาหันซ้ายไปเจอฝรั่งหนุ่มที่นอนข้างกัน(คนละเตียง) เข้าใจความรู้สึกแกมาก แกไม่อยากลุกสินะ Me too~

เราต่อรถตู้จากสถานีรถไฟไปถึงโฮสเทลในราคาคนละ 50.000 VND(ต่อจากคนละ 100.000)

แก๊งแถวสถานี

ระยะทางสามสิบโลขึ้นเขาทำให้เรานึกถึงแม่ฮ่องสอนที่ไปช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน วิ่งช้าๆ เลี้ยวไปมาชวนอ้วกนิดๆ

วิวข้างทาง

ลงรถ เก็บของ พวกเราเริ่มเดินสำรวจเมือง เดินได้ซักพักก็เริ่มไม่ค่อยถูกชะตากับฝุ่นควันและการก่อสร้างทั่วเมืองซักเท่าไหร่

โชคดีที่มีมุมธรรมชาติให้ลืมฝุ่น ลืมภาพพวกคอนกรีต นั่งร้านไปบ้าง

Thác Bạc (Silver Waterfall)

พวกเราเช่ามอเตอร์ไซค์ขับขึ้นเขาไปเองประมาณ 30 นาที

Thác Tình Yêu (Love Waterfall)

ขับขึ้นเขาต่อมาเรื่อยๆไม่ไกล จะถึงทางเข้าน้ำตกอีกที่ จากทางเข้าขอเตือนว่าเดินไกลพอสมควรกว่าจะถึงตัวน้ำตก ขากลับก็ต้องเดินกลับทางเดิม ใช้เวลาเยอะหน่อยแต่สวยคุ้มค่า

ขากลับเราแวะซื้อตุ๊กตาจากเด็กน้อย ไม่ได้อยากได้นะ แต่แพ้ประโยคอ้อนออเซาะในลำคอของสาวน้อย “ทิมมีกาหรี่ ทิมมีกาหรี่” ซึ่งน่าจะหมายถึงตุ๊กตาที่ขายนั่นแหละ

ขาลงเขาพวกเราจอดแวะไปเรื่อย พีคสุดคือเจอผู้หญิง(คาดว่าเวียดนาม)ซ้อนมอไซค์มา จอดปุ๊บ นางนั่งยองท่า squat ปล่อยทองในทันที โชคดีคนเห็นไม่ใช่เรา แต่ที่แน่ๆเราก้มมองพื้นที่ยืนอยู่และบริเวณโดยรอบทันควัน กลัวเจอทองแท่ง

Cát Cát Village

หมู่บ้านของหมู่ม้งใหญ่โตโอฬาร เปิดให้เข้าชมวิถีชีวิตพี่น้องชาวม้ง ถึงจุดนี้พวกเราล้ามากจากการไม่ค่อยได้นอนมาสองคืน เดินนิดหน่อยแล้วเลยกลับไปพักเอาแรงเตรียมปีนเขาวันพรุ่งนี้

ที่ซาปาเรียกได้ว่าไม่ต้องเปิดแอร์เลยล่ะ(เพราะไม่มี) ไม่มีพัดลมด้วย อากาศเย็นจริง เราเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มหลับสนิทอย่างสบายยาวจนตื่นอีกที 7 โมงเช้า

นอนโฮสเทลครั้งแรกก็ไม่แย่นะ

DAY 3: Hike up FANSIPAN

คนมารับเลทไปชั่วโมงนึง -__- เราเริ่มออกเดินประมาณ 10 โมง โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่ทางเข้าน้ำตก Love ที่พึ่งมาเมื่อวาน แต่เข้ากันคนละฝั่ง

สมาชิกในกรุ๊ปตอนแรกมี 5 คน ประกอบด้วยชาวไทยหน้าตาดี 2 คน แคนาดา 1 อังกฤษ 1 และไกด์ชาวเวียดนาม 1 คน ตอนหลังกลายมาเป็น 7 คน มีหนุ่มสิงคโปร์ที่จ้างไกด์เดี่ยวมารวมด้วย

เราคนไทยเดินกันไม่รีบ เน้นเก็บบรรยากาศ

วิวหลังเดินมาได้ชั่วโมงครึ่ง

เดินถึงจุดพักแรกเที่ยงตรงพอดี ไกด์ให้เรา 4 คน บวกหนุ่มสิงคโปร์เข้าไปนั่งพักรวมกันในบ้าน(หรือควรเรียกห้องเพราะทั้งหลังไม่มีอะไรเลย) ซักพักใหญ่ไกด์กลับมาพร้อมอาหารเที่ยงสำหรับทุกคน

เมนูขนมปังชิ้นใหญ่ยักษ์ เสิร์ฟมากับไข่ดาว ชีสก้อน มะเขือเทศ แตงกวา เน้นเพิ่มพลังงาน

เริ่มออกเดินอีกที 1.30 pm ระหว่างทางไกด์ให้แวะพักบ่อยและนาน ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่เริ่มเดินใหม่รู้สึกเหนื่อยกว่าเดิม

จุดหมาย คือ ยอดตรงโน้น
เดินผ่านกลุ่มเวียดนามมากลุ่มนึง
หันกลับไปมองเขาลูกที่เดินผ่านมาแล้วยิ้มเบาๆ
หลังๆไกด์เริ่มปล่อยให้เดินนำกันไปเอง ส่วนไกด์หันไปแวะตัดหน่อไม้ข้างทางแทน

ทางเดินเริ่มชันขึ้น ต้องระวัง มีทั้งพื้นดิน พื้นหิน แถมช่วงเดินผ่านเขาแต่ละลูกแดดงี้เปรี้ยง

คอยสังเกตไกด์ปีนท่าไหน เราจะได้ปีนตาม

ประมาณ 4.30 pm พวกเราก็ถึงที่พักสำหรับคืนนี้ ที่นี่ขายน้ำเปล่าขวดเล็กขวดละ 50 บาท ยังไงก็ต้องซื้อเผื่อไว้วันพรุ่งนี้ ขวดใหญ่ที่แบกมาเรากินไปเกือบหมดขวด

ห้องพักไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลม ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเตียง มีก็แต่แผ่นแบนๆแทนฟูกให้สามแผ่นสำหรับห้าคน ถุงนอนอีกคนละอัน ไม่มีไฟไม่เท่าไหร่แต่ดิฉันอยากกรีดร้องให้โลกรู้ถึงความหนาวเหน็บ หนาวจนต้องร้องขอชีวิต ไม่อยากออกจากถุงนอนเลยจริงๆ

แต่ความหิวก็ชนะความหนาว เรายอมออกจากถุงนอนดักแด้ไปดูชาวเขาทำกับข้าว ถือว่าตัดสินใจถูกมากเพราะในนี้อุ่นมากๆ

อาหารเย็นมื้อนี้ถูกเสิร์ฟบนที่นอนพวกเรา เรียกว่าเป็นห้องอเนกประสงค์ อย่างที่บอกว่าที่นี่ไม่มีไฟ กับข้าวเสร็จฟ้าก็มืดแล้ว ก็ต้องนั่งกินใต้แสงไฟฉายที่จะเอาไว้ส่องเดินตอนเช้ากัน

ก่อนนอนกรุ๊ปเราตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะออกตอนตี 3 เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดเขา เช่นเดียวกับกรุ๊ปเวียดนาม(คืนนี้มีมาพักกันสองกรุ๊ป)

พอกินข้าวเย็นเสร็จทุกคนก็ล้มตัวนอนเลย อะไรกัน เราทำไม่ได้ เดี๋ยวอ้วก นี่อะไรกินปุ๊บล้มตัวกันปั๊บ เราจำต้องนั่งเล่นมือถือที่ไม่มีเนตอยู่มืดๆที่มุมห้องคนเดียว

ก่อนจะนอนแว่บไปแปรงฟันมา น้ำเย็นจนอยากจะกรีดร้องให้ดังทั้งเขา พอไปฉี่ ก็กลัวอีก กลัวตัวเองจะฉี่ออกมาเป็นแม่คะนิ้ง

แล้วเราก็ทิ้งตัวไปตอนสองทุ่ม See you tomorrow Fansipan :)