แม่ฮ่องสอน หน้าร้อน ก็ไม่ร้อนหนิ

rapimoments
Feb 25, 2017 · 7 min read

May 24–28, 2016

แม่ฮ่องสอนตอนเที่ยงวัน(12.40 น.) ปลายเดือนพฤษภา

ขึ้นเหนือช่วงนี้ไม่ร้อนแย่หรอ? ถ้าจะไปรอไปหน้าหนาวไม่ดีกว่าหรอ? ไปแม่ฮ่องสอน อ๋อจะไปปายหรอ?

เช้าวันที่ 24 พฤษภา… ป๊า เดี๋ยวไปแม่ฮ่องสอนนะ

ป๊า: ห๊ะ ยังไง จะไปยังไง ไปกับใคร แล้วนี่จะกลับเมื่อไหร่

“เดี๋ยวบินไป ไปกับเมย์ กลับวันเสาร์”

ป๊า: แล้วไปเมื่อไหร่

“ตอนนี้แหละ!”

เรื่องแปลกสำหรับบ้านเราช่วงนี้คือ พ่อจะหงุดหงิดมากกับการที่ลูกสาวกลับบ้านดึกดื่นไม่ว่าจะไปทำงาน ไปกินข้าวกับเพื่อนหรือไปเที่ยวก็ตาม แต่ถ้าไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ พ่อจะปล่อยไปให้เที่ยวตามอัธยาศัย เป็นเพราะไปบ่อยแล้วก็คงรู้ว่าดูแลตัวเองได้(มั้ง คิดเอาเอง จนป่านนี้ก็ยังไม่กล้าถาม)

ทำไมต้องแม่ฮ่องสอน?

1. เห็นเค้าว่าอากาศดีทั้งปี

2. อยากไปก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่

3. อยากไปลองนอนที่ชุมชนบ้านจ่าโบ่ เห็นว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

4. อยากไปนอนที่ไร่ชาลีไวน์

5. อยากไปปางอุ๋ง

6. สุดท้ายคือ ลางานแล้ว มันก็ต้องไปเที่ยวไหนซักที่นี่แหละ

.

.

.

.

พอเที่ยวหน้าโลว์ เลยคิดว่าไม่จองอะไรเลยดีกว่า อยากไปไหนก็จะได้ไปเลย อยากนอนที่ไหนก็นอน แต่เพื่อความสบายใจของเพื่อนร่วมทริป เลยเลือกจองที่พักคืนสุดท้ายที่เชียงใหม่ไว้เพราะต้องบินกลับจากเชียงใหม่อยู่แล้ว และเพื่อให้รู้สึกว่า เฮ้ยแก นี่จองที่พักสำหรับทริปนี้แล้วนะ ไม่ต้องห่วง

ทริปเรามีความโชคดีตลอดทั้งทริป

บ้านจ่าโบ่ไม่มีการวอร์คอินเข้าพักHomestayไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น เราโทรไปหาตอนอยู่อาเขต(ท่ารถ)ที่เชียงใหม่ว่ากำลังจะไป วอร์คอินได้มั้ยคะ ปลายสายคงอยากจะปฏิเสธแต่โชคยังเข้าข้างแบบมากซะด้วย

วันนั้นที่หมู่บ้านมีพิธีกรรม ชาวบ้านทั้งหมดมีการรวมตัวกัน เค้าจึงอนุญาตให้พวกเราไปพักได้ เพราะโดยปกติชาวบ้านจะออกไปทำงาน ล่าสัตว์ ปลูกข้าวปลูกผัก แล้วแต่บ้าน จึงทำให้อาจจะไม่สามารถต้อนรับแขกได้

จุดแวะแรก: จุดแวะพักอ้วก

โค้งตลอดทางจากเชียงใหม่ นั่งอยู่แถวสุดท้ายของรถตู้ แถมโดนขู่จากป้าขายน้ำที่อาเขตว่าเมาแน่ๆ ก่อนขึ้นรถเลยซัดยาแก้เมาไปคนละเม็ด ซื้อกอเอี๊ยะแปะท้องมาเผื่อหนึ่งแพ็ค ยาดมอีกหลอด สรุปปลอดภัยดีทั้งคู่จนถึงปางมะผ้า รอด!

จุดแวะ 2: ท่ารถปางมะผ้า

เหมารถที่หมู่บ้านให้มารับ ประทับใจมาก

…สวัสดีค่ะ ตอนนี้อยู่ท่ารถ ช่วยส่งรถมารับทีค่ะ…

พี่ศร(คนที่บ้านจ่าโบ่): อ๋อ ถึงแล้วหรอครับ ได้ๆ รอแป๊บนึงได้มั้ยครับ พอดีชาวบ้านพึ่งจับหมูป่ามาได้ แล้วเค้าเอามาแบ่งให้ผมด้วย ขอเวลา 5 นาทีแล้วเดี๋ยวผมออกไปรับครับ

…อ่อ ได้ค่ะ…

พี่ศร: กินหมูป่ามั้ยครับ

… … … ไอเมย์ กินหมูป่ามั้ย …

เมย์: กินได้

…อะ เอ่อ กิน กินได้ค่ะ…

พี่ศร: นั้นเดี๋ยวผมเผื่อไว้ให้นะครับ

…ค่ะ ขอบคุณค่ะ…

…. ….. …….. ……. ..

เสียงในใจดังก้อง “หมูป่า พึ่งจับมาได้ เดี๋ยว จับ คือจับไงอะ กินมั้ยครับ กินมั้ยคือกินไง ไม่เคยกินหมูป่า”

จุดแวะ 3: บ้านพัก Mountain View อุณหภูมิ 17 องศา

ห้องนอนหลังซ้าย กางมุ้งนอน ห้องอาหารคละคลุ้งด้วยกลิ่นถ่านเบาๆห้องน้ำชั้นใต้ดิน ต้องลงบันไดไปพร้อมทั้งเพิ่มทักษะการไต่ลงเขานิดหน่อย

นี่เลยห้องน้ำ Mountain view แบบ outdoor ตักน้ำราดที สะดุ้งทุกขัน
ชักภาพซะหน่อย

ชุมชนบ้านจ่าโบ่เป็นชุมชนของเผ่าลาหู่ ซึ่งเค้าก็มีภาษาและวัฒนธรรมของเค้า ถ้าเค้าคุยกับเราเค้าก็จะคุยภาษาไทย แต่ถ้าคุยกันเองก็ภาษาเค้าล่ะ

หลังจากมาถึงพวกเราก็เพิ่งได้รู้ว่า พิธีกรรมที่ทำให้เราได้มานอนที่บ้านจ่าโบ่วันนั้นเกิดจาก มีคนในหมู่บ้านเสียชีวิต และชาวบ้านทั้งหมดจะมารวมตัวกันให้กับเค้าเป็นครั้งสุดท้าย

“ตึ่งโป๊ะ”

จุดแวะ 4: จุดรวมพลสำหรับพิธีกรรม

ทุกคนจะต้องอยู่ข้างในรั้วไม้ทั้งหมด ชาวบ้านจะช่วยกันสานอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในพิธี และเชื่อว่าถ้าอยู่ในรั้วนี้คนๆนั้นก็จะได้รับความโชคดีจากการมาร่วมทำพิธีกลับไปด้วย เราสองคนก็รีบเข้าเลยดิ รอไร

ช่วงค่ำพี่นารีเจ้าของบ้านหลังที่เราพักจัดดินเนอร์ใต้แสงไฟอ่อนๆให้อากาศเย็นที่นี่ชวนให้คัดจมูกเบาๆ

ถึงเวลาหมูป่าออกโรง!

อาหารจากเชฟพี่นารีวันนี้ได้แก่ ไข่เจียว ผัดผัก แกงหมูป่า ผักต้มกับน้ำพริกมูเซอ และข้าวที่พี่นารีปลูกเอง นุ่มมากกกก

จริงๆแล้วการจะได้กินหมูป่าคือชาวบ้านจะต้องออกไปล่า แต่วันนี้หมูป่าหลงเข้ามาแถวหมู่บ้าน พวกเราเลยได้ลองกินไปด้วย

ขอขอบคุณพี่นารีที่แบ่งหมูป่า ทำอาหารให้ และก็พยายามคุยภาษาไทยกับพวกเรา แล้วก็จ่าบูด้วยนะ มานั่งยิ้มแป้นเก๊กหล่อเนี่ย

จุดแวะ 5: พิธีกรรมการเต้นจะคึ (ไม่ได้มีทุกวัน)

ช่วงกลางคืนชาวบ้านยังมีการทำพิธีต่อ มีการจุดเทียน เป่าแคน เม้ามอยกันไป และเต้นไปเรื่อยๆ จนกว่าไฟที่เทียนจะดับลง เรียกว่า การเต้นจะคึ

ขำในใจเบาๆนะ เหมือนพี่ที่ชุมชนจะเข้าใจ เลยย้ำให้ชัดว่าชื่อเรียกแบบนี้จริงๆครับ

เอก อี้ เอ๊ก เอ๊กกกก….หมู่บ้านนี้ ไก่ เยอะมากมาก ขันทั้งเช้า

ล้างหน้า แปรงฟัน เดินไปดูวิวหน่อยซิ

6.30 น. หมอกโชว์ตัวเบาเบา

เช้าวันถัดจากการทำพิธีกรรม ตามธรรมเนียมแล้วชาวบ้านจะไม่ไปทำงานกัน จะใช้ชีวิตสโลไลฟ์อยู่แถวหมู่บ้าน กิจกรรมที่เห็นเค้าทำกันก็ เม้ามอยเป็นวงๆกันไป

มีตั้งแต่วงเล็ก
ไล่ไปถึงวงใหญ่
บางคนก็ใส่ชุดชนเผ่า
บางคนก็ไม่ใส่

ไปไหนต่อดี

.

.

..

จุดแวะ 6: ถ้ำปลา

ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร #วันฟ้าฟ้า

ทีมชมพูก็มา

ทีมชมพูก็มา

จุดแวะ 7: น้ำตกผาเสื่อ

ไปกันต่อ

ระหว่างทางเวลาประมาณเที่ยงสี่สิบ ซึ่งพระอาทิตย์น่าจะทำงานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ที่นี่พระอาทิตย์แกน่าจะลาพักร้อนแบบพวกเรา

..เฮ้ยยย หมอกลงจัดมาก อยากลงไปถ่ายรูปหมอก..

พี่ศร(จากบ้านจ่าโบ่): ลงมั้ยล่ะ จอดให้ตรงนี้เลย

แล้วพี่แกก็จอดแหมะแปะอยู่ข้างทางให้

เช็คอิน 8: ปางอุ๋ง มุมต่าง

ภาพที่เคยเห็นจากอินเตอร์เน็ต มันคือทะเลสาบ

ภาพที่ได้เห็นด้วยตาจริง นี่มันคือน้ำลดตอผุด

น้ำต้องสูงเท่าพื้นศาลาไม้ไผ่สิ หายไปไหนหมด งง

ตอนแรกตั้งใจว่าจะแวะนอนปางอุ๋งซักหนึ่งคืน แผนเปลี่ยนเลยทีนี้

จุดแวะ 9: ลีไวน์รักไทย

ลุยมาทั้งวัน มื้อบ่ายนี้กินเบาๆ

ถ้าใครเคยมาลีไวน์และกินอาหารที่นี่ จะรู้ว่าสั่งขนาดนี้ พวกเราก็จุกยันค่ำน่ะค่ะ

6.30 น. ตื่นเองแบบไม่งอแง ตื่นเช้ากว่าไปทำงานอีก

บรรยากาศรีสอร์ทร้าง สงบมาก ชอบ

ปั่นจักรยานเล่นกันไปเรื่อย

จุดแวะ 10: ภูโคลน

พอกโคลน แช่น้ำแร่

เกลียดหน้าเพื่อนตอนโคลนแห้งมาก หน้านางจิกเกร็ง อยากจะขำก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวโคลนที่หน้าตัวเองแตก

จุดแวะ 11: สะพานซูตองเป้

ซูตองเป้ เป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ

“…………………… เพี้ยง”

เอ้าพร้อม เริ่มเดินค่ะ

โน่น! เดินมาจากตรงสุดนู่นมายืนจุดนี่ แล้วก็ต้องเดินกลับจากจุดนี้ไปที่จุดเริ่มต้นโน่นเพื่อไปขึ้นรถ สบ๊ายย

จะเห็นว่าสะพานมีการตัดโค้งตรงกลาง ซึ่งจริงๆแล้วมันเคยเป็นสะพานทางตรงมาก่อนนะ แต่เกิดขาด เค้าเลือกจะไม่สร้างทับสะพานเก่า เก็บไว้เป็นร่องรอย

จุดแวะ 12: ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกชามโต

พี่ศรจากบ้านจ่าโบ่คุยโวว่าก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เด็ดมาก เจ้าถิ่นบอกขนาดนี้ก็ยิ่งอยากกิน ขากลับพวกเราก็ได้แวะตามที่โดนฝ่ายการตลาดแบบไม่ได้ตั้งใจของร้านโฆษณาไว้

ร้านนี้ถ้าขับรถมาเองผ่านคงไม่ได้แวะ ไม่ใช่ร้านใหญ่โต ไม่ได้ตกแต่งให้อลังการเพื่อนักท่องเที่ยว มีแค่ป้ายแปะว่าขายก๋วยเตี๋ยวน้ำตก

ร้านนี้มีก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อเปื่อยและหมู ลูกชิ้นโตๆสามสี่ลูก ชามใหญ่จนตะเกียบแทบจะวางไว้ไม่ได้ ไม่ได้ใหญ่แค่ชามแบบบางร้านที่กรุงเทพฯ ปริมาณก็ตามนั้นด้วย ที่ว่ามานี่ชามละ 40 บาท กินกับแคบหมูกรุบๆ ท้องนี่ตึงยาวถึงเย็น

*ไม่มีรูปก๋วยเตี๋ยว ไม่มีรูปร้าน มีแต่ความทรงจำ*

จุดแวะ 13: จุดชมวิวปางมะผ้า

ไม่ว่างพอจะตามหาบันไดขั้นสุดท้าย

ช่วงบ่ายแถวจุดชมวิวช่วงนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก การซื้อของที่นี่จึงมีความยากขึ้น คุณสามารถเลือกสินค้าโดยไม่มีใครสนใจ แม้กระทั่งตอนจะจ่ายเงินนั้นก็ยังคงไม่มีใครสนใจ ปฏิบัติการเดินล่าแม่ค้าจึงเกิดขึ้น และสุดท้ายก็พบว่ากลุ่มแม่ค้าส่วนมาก(95%)ได้รวมตัวนอนแผ่อยู่ที่พื้นของร้านขายน้ำ พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ รวมถึงเช็คข้อมูลข่าวสารการละครทางโทรทัศน์

เมื่อเจอตัวเราจึงต้องทำการเสียมารยาทยื่นเงินข้ามหัวลงไปให้แม่ค้าที่นอนรับเงินอยู่ พี่คะ ขอโทษนะคะ(ที่ต้องยืนข้ามหัว) ซื้ออันนี้ค่ะ

จุดแวะ 14: จุดชมวิวกิ่วลม

เริ่มได้เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นบ้างเพราะที่นี่อยู่ใกล้ปาย พอคนเยอะความสนุกเลยเกิด

…Hey! you guys wanna play that thing?

ชิงช้าที่เห็นนั่นสูงแต่ไม่เสียวมาก ที่รู้คือคนเล่นสนุกมากได้นั่งลอยชมวิวไปเรื่อยๆ คนหมุนชิงช้าให้เนี่ยสิลำบาก เพราะชิงช้าต้องรับน้ำหนักตัวคนสี่คนบวกกับน้ำหนักไม้ของชิงช้าเองด้วย

ยังไงก็ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ช่วยหมุนชิงช้าให้นะคะ ถือว่าต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติละกันเนาะ

จุดแวะ 15: อ.ปาย

เราไม่ได้ตั้งใจจะแวะที่ปายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่เคยมา แค่คิดว่าไม่ได้สนใจที่อยากจะมา แต่ว่าการไม่มีน้ำที่ปางอุ๋งทำให้ต้องเปลี่ยนแผน ไอจะให้นั่งรถจากแม่ฮ่องสอนยาวกลับเชียงใหม่เลยก็กลัวจะอ้วกแตกกัน

และสิ่งที่ได้จากการแวะนอนปายคือ ขนมจีนน้ำยาป่าเถื่อนกับน้ำยาป่าปายอร่อยมาก ราคาก็ไม่แพง

ได้มีโอกาสคุยกับพี่คนนึง แกจบเพาะช่าง เรียนภปร ไปต่อออสเตรเลีย ได้แฟนเป็นคนเหนือ แกมาขายงานฝีมืออยู่ที่นี่ ใครมาปายก็ลองมาดูงานพี่แกนะ คุยสนุก แกไม่ถนัดขายออนไลน์ แต่แกบอกปายมีไปรษณีย์นะ! ในรูปก็งานพี่กับแฟนเค้าทำเองทั้งหมด

พวกนี้แกะสลักไม้

เช้ามาก็โจ๊กซะหน่อย ใกล้ท่ารถ

จุดแวะ 16: จุดแวะพักอ้วก

วนมาเจอกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

ทั้งความรู้สึกที่ได้มาจากแม่ฮ่องสอนที่รัก และที่สำคัญที่สุด

อยากอ้วกมากกกกกกก

พี่คนขับรถตู้คันนี้มีทักษะเหยียบเบรคก่อนเข้าโค้งได้บิ๊วอ้วกมาก นี่นั่งหน้าสุดแล้วนะ ดีนะได้บ๊วยที่โอเคมาร์ทช่วยไว้ บ๊วยที่นี่อร่อยมากจริงๆ

จุดแวะ 17: Artel Nimman

ที่เดียวที่จองไว้ของทริปนี้ มีสไลเดอร์ให้ลงจากชั้นสอง ขาลงก็เร็วดี แต่ขาขึ้นเนี่ยดิ ขึ้นอย่างยาก

จุดแวะ 18: อาหารการกินแถวนิมมาน

วันสุดท้าย อรุณสวัสดิ์วันกลับบ้าน

จุดแวะ 19: SS1254372

คนออกแบบร้านคนเดียวกับที่ออกแบบ Artel

กินจานนี้แล้วคิดถึงฝีมือเชฟแจ็ค

จุดแวะ 20: สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

จุดแวะสุดท้าย: โครงการบ้านข้างวัด

อยากจะมาหลายทีแล้วก็ไม่ได้มาซักที โชคเข้าข้างวันนี้มีงาน Yard Sale พอดี งานละลายทรัพย์มาเลยจ้า

สิ่งที่คิด “เดี๋ยวขึ้นเครื่องจะหิว หาอะไรรองท้องหน่อยละกัน”

สิ่งที่เกิดขึ้น โอ้โห ทำไมมันอร่อยอย่างนี้ จะเลียจานกันอยู่แล้ว ไปครั้งหน้าจะสั่งลาบหมูคั่วซักสามจาน

กลับบ้านมากับ

ความสุขที่ล้นเอ่อออกมานอกตัว ถึงป่านนี้ก็ยังลอยคละคลุ้งอยู่

นั่นทำให้หยุดคิดถึงการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้จนต้องมานั่งเขียนถึงเป็นเรื่องเป็นราว

คิดถึง..homestay ที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เอาใจนักท่องเที่ยว

คิดถึง..บ้านพักวิวภูเขาหลังบ้านกับการอาบน้ำเย็นสะดุ้งเฮือก

คิดถึง..ตอนที่นอนในมุ้งกับอากาศเย็นๆ

คิดถึง..ของเล่นลับที่บ้านจ่าโบ่ อยากเล่นอีก

คิดถึง..ทุกอย่างที่รวมมาเป็นการเดินทางของทริปนี้ และความโชคดีที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง

ขอบคุณเพื่อนรักที่ยอมลางานมาเป็นเพื่อน

และขอบคุณ iPhone 5 ที่ยังไม่ทรยศกันและทำหน้าที่เก็บภาพได้อย่างดีอยู่

สุดท้าย ของฝากถึงคนที่นี่

ไว้เจอกันใหม่

A-Bo-Da-Ya
(สวัสดี ภาษาลาหู่)

rapimoments

Written by

Travel Journals | Nature Lover

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade