
Green days in Kanchanaburi
July 18–20, 2016
ลาหยุดยาวแล้วดันตรงกับหน้าเทศกาล
จะเที่ยวไหนดีล่ะ
คิดอยู่พักใหญ่ อยากไปก็หลายที่ แต่คำถามหนักใจกว่าคือ ใครจะลาไปเที่ยวด้วยกัน
เมื่อโดนสั่งห้ามเที่ยวคนเดียว ภารกิจหาเพื่อนเที่ยวก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
ตามหาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายผู้โชคดีสายชิวลางานเพิ่มหลังวันหยุดได้ก็ปรากฎตัวขึ้นมา
แถมมาเป็นเซท ทั้งแฟนมัน เพื่อนแฟนมัน และแฟนของเพื่อนแฟนมัน
ชวน 1 ได้ถึง 4 คุ้มมากจริงๆ
แฟนมันก็เพื่อนเรา เพื่อนแฟนมันก็เพื่อนเรา ติดอย่างเดียวคือมากันเป็นคู่ๆ แล้วคู่เราไม่อยู่เนี่ยดิ
ไม่ต้องกังวลค่ะ การหนีแฟนเที่ยวมันมักจะสนุกทุกครั้ง แฮ่..
จากการประชุมกลุ่มสมาชิก
ไปพม่ามั้ย — ไม่มีแนวร่วม
ภูทับเบิกมั้ย — คนเยอะ รถคงติดและคนคงแน่นไปทุกที่
หลังจากนั้นเพื่อนเริ่มเสนอชื่อสถานที่ที่ไม่รู้จักขึ้นมา เหมืองสมศักดิ์ บ้านอีต่อง ฯลฯ
น่าสนใจ แต่ส่วนมากที่พักเต็มหมด
วันอาทิตย์ก่อนเดินทาง สุดท้ายตกลงว่าจะไป ป้อมปี่ ไปหาที่นอนเอาดาบหน้า ถ้าไม่มีก็กางเต็นท์เอา
เอาไงก็เอากัน
จุดแวะแรก: รวมพลที่นครปฐม
รวมกันไปคันเดียว ทั้งคนทั้งของแน่นรถ ก่อนออกแวะกินโจ๊กที่ตลาดซอย 2 หน่อย

จุดแวะ 2: ต้นจามจุรียักษ์ จ.กาญจนบุรี
ตอนที่นั่งหารูปที่เที่ยว เจอต้นนี้เข้าไป นึกถึง a day ฉบับคนปลูกต้นไม้ขึ้นมาทันที ต้องขอบคุณคนดูแลต้นไม้ ที่ยังรักษาต้นไม้อายุ 100 กว่าปีต้นนี้ไว้ได้แข็งแรงมาก
สังเกตแดด นอกร่มต้นไม้ร้อนมาก ใต้ต้นนี่คนละเรื่อง
ถ้าจะบอกว่าเห็นคนเสื้อขาวด้านล่าง นั่น…….คนจ้ะ
จุดแวะ 3: ร้านคีรีธารา
เป็นมื้ออาหารที่แพงสุดของทริปนี้ หลังจากนี้เราจะออกนอกเมืองกาญจน์ไปกินของอร่อยราคาไม่แพงกันแล้วล่ะ
จุดแวะ 4: น้ำตกเกริงกระเวีย
มีคนชาร์จพลังอยู่ สนุกน่าดู

จุดแวะ 5: ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ออกจากน้ำตกเกริงกระเวียราวๆ 4 โมงครึ่ง เลี้ยวเข้าป้อมปี่ ตกลงกันว่าดูหน้างานเอาจะกางเต็นท์ที่นี่ หรือไปหาที่นอนที่อื่น (ทำตัวเหมือนมีทางเลือกเยอะ)

ฟ้าครึ้ม ทำท่าเหมือนฝนชุดใหญ่กำลังจะมา พวกเราตกลงจะนอนนี่ ปฏิบัติการกางเต็นท์โดยเร็วที่สุดจึงเริ่มขึ้น

ผ่านไปครึ่งชม. กางเต็นท์เสร็จ สรุปฝนไม่ตก


เดินๆไป เจอลานออกกำลังค่ะคุณ

พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้วจ้า
จุดแวะ 6: ร้านอาหารอุทยาน
ของหมดไปหลายอย่าง ก็สั่งกันเท่าที่เค้ามีทำให้ได้

เช้าวันถัดมา ออกจากป้อมปี่ตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อจะไปให้ทันตักบาตรที่สะพานมอญ
วิวข้างทางสวยงาม หมอกลงเบาๆ


จุดแวะ 7: สะพานมอญ สังขละบุรี
อากาศเย็นเดินสบาย คนค่อนข้างแน่นช่วงเช้า พอสายก็หายไป

เด็กๆมอญจะรอประแป้งให้บนสะพาน แล้วแต่จะทำบุญ เป็นมิตรและอารมณ์ดีมาก

เพ่ๆ ประแป้งหน่อยมะ





เจอคนโดดสะพานตัวเปล่า โดดเสร็จแล้วก็ปีนขึ้นมาโดดใหม่ แค่ยืนดูเค้าโดดก็ขาสั่นแล้ว (คลิปตอนโดด)

จุดแวะ 8: ตักบาตรต่อแถว
เดินข้ามสะพานมาตักบาตรอีกฝั่ง แถวยาวเฟื้อย


ร่องรอยสะพานลูกบวบใช้ข้ามแม่น้ำสมัยก่อน ตอนนี้ใช้เป็นสะพานขึ้นเรือแทน

จุดแวะ 9: นั่งเรือดูเมืองบาดาล
โปรแกรมนั่งเรือไป 1 วัด 3 วัด 5 วัด มีหมด แล้วแต่ชอบ


จุดแวะ 10: วัดวังก์วิเวการามเก่า
โดยปกติแล้วเราจะไม่สามารถเดินขึ้นไปดูวัดได้ น้ำจะท่วมวัดเหลือแค่ยอดโบสถ์ ได้แค่นั่งเรือวนดูรอบๆ แต่ช่วงหลังนี้น้ำลดไปมาก เดินไปดูได้สบาย



กลุ่มนักท่องเที่ยวพยายามโยนเหรียญลงบาตรอย่างอ่อนหัด



นั่งเรือไปดูอีกที่ต่อ
มุ่งหน้ากลับไปสะพานมอญ
จุดแวะ 11: ด่านเจดีย์สามองค์ สุดเขตประเทศไทย

แดดร้อนทะลุเข้ามาในรถ ตัดสินใจนั่งชมเจดีย์สามองค์กันในรถ เสมือนเป็นรถรางวิ่งชมเมือง แล้วจะกลับ
สมาชิกดันเหลือบไปเห็นร้านอาหารโอ่อ่าข้างทาง สั่งคนขับรถรางจอดในทันที
จุดแวะ 12: ร้านอาหารชื่อดัง ชายแดนพม่า

เรียกว่าพี่แกมีความสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์อุปกรณ์ทำมาหากินมาก
ชั้นล่างเป็นเตาถ่าน วางกระทะทอดบนเตา เสริมด้วยตะแกรงสะเด็ดน้ำมันอีกที แหม่ะ เฮียแกเด็ดจริง
เมนูอาหารมีสองอย่าง
กะหรี่ทอด ข้างในเป็นไส้มัน รูปร่างเป็นชิ้นสามเหลี่ยม
อีกอันก้อนกลมๆทอด เรียกว่า บาเจีย(บาเยีย) ออกเสียงตัว จ.จาน พร้อม ย.ยักษ์ พร้อมกัน เป็นขนมถั่วเหลืองทอด
รสชาติผ่าน อร่อยดี
เห็นเฮียแกพัดเตา น่าสนุก เลยขอลองมั่ง
โฮ่ หน้าเตาร้อนมาก
ออกมาจากด่านเจดีย์สามองค์ใกล้ๆเที่ยง แวะกินข้าว เล่นน้ำระหว่างทางกลับ
จุดแวะ 13: ป้าติสท์แตก ร้านเพิงริมน้ำ
แถวนี้มีร้านอาหารเยอะ เป็นแนวส้มตำ ไก่ทอด ปลาทอดน้ำปลา กินไป เล่นน้ำไป มีห่วงยางให้ลอยน้ำเล่นด้วย น้ำแรงใช้ได้

มาถึงการเลือกศาลาซึ่งมีผลต่อการสั่งอาหารเป็นอย่างมาก ย้ำว่าเป็นอย่างมาก
ถ้าศาลาที่นั่งมีรัศมีแนวตรงดิ่งไปถึงร้านไหน คุณจะสั่งอาหารได้จากร้านนั้นเท่านั้น จะมานั่งศาลานี้แต่สั่งอาหารจากร้านถัดไปไม่ได้

พอลงนั่งที่ศาลา ป้าก็เดินมาถามว่าจะกินอะไร
เพื่อน: ถ้าผมสั่งจากร้านข้างๆมากินได้มั้ยครับ (คือศาลาที่ตรงกับร้านข้างๆเต็มหมด)
ป้าติสท์: ถ้าจะกินร้านอื่นก็ไปนั่งตรงอื่น ไม่สั่งป้าก็ไม่เป็นไร ไม่กินป้าก็ไม่เป็นไร
เงิบ แปลความหมายคือ ไม่ได้ จะกินร้านอื่นก็ไปนั่งที่อื่นโน่นไป๊
เพื่อน: กินร้านป้าก็ได้ครับ ผมถามดูเฉยๆ
ระหว่างที่ป้าเดินกลับจะไปทำอาหาร มีอีกกลุ่มพึ่งเดินมานั่งศาลาข้างๆ
ผู้ชายจากกลุ่มนั้น: ป้าครับ ศาลานี่มันจะล้มมั้ยครับ
ป้าติสท์: ศาลามันมีเหล็กค้ำ ถ้าจะล้มมันก็ล้มไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จะนั่งมั้ย ถ้าไม่นั่งจะสั่งร้านอื่นก็นั่งที่อื่นได้นะ
เรียกได้ว่า ซวยแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่

อาหารมาถึง เออ อร่อยนะ ไก่ทอดอร่อยดี
ระหว่างที่กินดั๊นมองขึ้นไปสบตาป้าพอดี โหยรีบเคี้ยวให้ดูอร่อยหนักกว่าเดิมแทบไม่ทัน เอาใจป้าหน่อย
ป้ายิ้มกริ่มค่ะคุณ มีมาชวนคุยตอนหลังด้วยว่าอาหารเป็นไงบ้าง
“อร่อยนะคะป้า”
คะแนนความสัมพันธ์พุ่งขึ้นทันที

จุดแวะ 14: เก็บเต็นท์ที่ป้อมปี่
ได้เวลาย้ายถิ่นฐาน


ออกจากป้อมปี่ จุดหมายต่อไปคือไปนอนบ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก
ถ้ามีที่พักว่างก็นอน ถ้าไม่ว่างก็หาที่กางเต็นท์เอา
ลุย!
ทางไปบ้านอีต่องเป็นทางขับรถขึ้นเขา โค้งตัว S ตลอดเวลาเหมือนเครื่องเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ ความกว้างเลนแค่พอให้รถสวนกัน เล็กเกือบจะเป็นเลนจักรยาน เวลารถสวนมาทีนี่บีบหัวใจเหลือเกิน
จุดแวะ 15: จุดชมวิวก่อนถึงบ้านอีต่อง
ผ่านมาครึ่งทาง แวะหายใจหน่อย

ก่อนออกเดินทางเพื่อนเกิดใจดี อยากให้ลองสัมผัสบรรยากาศ ให้เปลี่ยนมือขับรถต่อ นึกถึงทางที่ผ่านขึ้นมา แล้วคิดถึงทางที่จะไปต่อปัสสาวะก็จะเล็ดแล้วค่ะ
ดูไหล่ทางเอา ถ้าขับตกไปก็คงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะ

ปิดแอร์เปิดหน้าต่างขับรถ ผ่านบ้านอีต่องขึ้นมาจุดชมวิวเนินช้างศึก อากาศดีจริงๆ เย็นฉ่ำเคล้าละอองจากทะเลหมอก
กรี๊ดดดดด มันดีมาก
จุดแวะ 16: เนินช้างศึก

มีพี่คนนึงบอกว่า วันนี้โชคดีที่ฟ้าเปิด เค้ามาที่นี่สองครั้งเจอแต่ทะเลหมอกมองไม่เห็นอะไรเลย ครั้งที่สามนี้ฟ้าเปิดมองเห็นวิวภูเขาได้เป็นครั้งแรก
เข้าใจที่เค้าพูดนะ เพราะระหว่างนั้นหมอกจะลอยปิดวิวมั่ง เปิดให้เห็นวิวมั่งเป็นช่วงๆ

วิวอีกด้านนึง เห็นเส้นทางที่เราขับผ่านขึ้นมา แค่มองก็ชื่นใจแล้ว
จุดแวะ 17: อุโมงค์เหมืองแร่
เปลี่ยนมือขับอีกครั้ง ทางขึ้นชันพอควร แต่เป็นทางสั้น

พอรู้ตัวว่าเป็นงานปีน กระโปรงที่ใส่มาจึงต้องแปลงร่างไปเป็นโจงกระเบนแทน พอๆกับรองเท้าคู่ฮิปที่มี ต้องเปลี่ยนไปเป็นน้องแตะปั๊บป้าที่สอยมาจากเซเว่น

ขาขึ้นร่าเริง ท่าสวยงาม

ด้านหน้าอุโมงค์

พวกเราไม่มีหมวกนิรภัย ไฟฉายและอุปกรณ์ที่ควรจะมี เลยไม่ได้เข้าไปกัน กลัวจะไม่ปลอดภัย
พอถึงขาลง ลงกันเป็นแมงมุมเลยจ้า
แรกๆเดินลงกันปกติ จนเพื่อนบอกว่าหลักการตามจริงคือขึ้นท่าไหนก็ควรลงท่านั้น เอาก็เอา ซึ่งปั๊บป้าที่ได้สอยมานั้นไร้การยึดเกาะ ความนุ่มของเธอไม่ช่วยอะไรในตอนนี้ ต้องขอสละทิ้งไปเพื่อความปลอดภัย

จุดแวะ 18: บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก
พวกเรามาถึงตอนเย็นประมาณ 6 โมงนิดๆ ที่นี่เป็นตลาดเล็กๆ มีที่พัก ร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ อารมณ์คล้ายๆปายที่แม่ฮ่องสอน แต่เล็กกว่าและบรรยากาศดีกว่ามาก บรรยากาศออกจะคล้ายๆเชียงคานสมัย 4–5 ปีที่แล้ว ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก
“ที่นี่เปิดและโปรโมทให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้ 10 ปีแล้ว แต่คนพึ่งเริ่มมากันเยอะเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา” ป้าร้านช้างแก่ เจ้าถิ่นกล่าวไว้

เดินหาที่พักกันซักพัก คำตอบที่ได้จากทุกที่คือ เต็มแล้วครับ/ค่ะ
“กางเต็นท์มั้ยล่ะ”
จนเจอพี่ผู้ชายพาครอบครัวมาเที่ยว แนะนำให้พวกเราเดินไปดูอีกฝั่ง บวกกับพี่ผู้หญิงที่นั่งกินข้าวอยู่ละแวกนั้นชี้ให้ไปถามเจ้านึง แกบอกว่าแกพึ่งได้ที่พักเหมือนกัน ที่นั่นยังว่างอยู่สองห้องตอนที่แกไปถาม
“ขอบคุณนะคะ”
เดินไปถึงที่นั่น
คุณลุง: เต็มแล้วครับ พึ่งมีคนมาเช็คอินเมื่อกี้
…
..
.
สุดท้ายได้ที่พักอลังการ ห้องสำหรับ 12 คน แถมห้องนอนส่วนตัวแยกให้อีกห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง โต๊ะนั่งเล่น กับทีวี 2 เครื่อง
มากัน 5 คน รู้สึกเหงาไปเลย

จุดแวะ 19: ร้านอาหารเจ๊ณี
ปูผัดผงกะหรี่ กระเพราหมู แกงคั่วเห็ดเผาะ ไข่หม้อ ผัดยอดฟักแม้ว ยำไข่ดาว กินแหลก


จุดแวะ 20: ร้านช้างแก่ โฮมคลาสสิค
ร้านไม่มีเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอน ที่เจอคือเปิดช่วงเช้า 6–7โมง ปิดดึก 4–5ทุ่ม
นั่งจิบนมร้อนกับชามิ้นท์ร้อนก่อนนอน ดี๊ดี
อยากลองปังอบเนยนม แต่ขนมปังขาดตลาด ออดอ..อดจ้ะ



อรุณสวัสดิ์ เช้า 21 องศา



เดินเล่นไปเรื่อย ไปดูวิวเนินเขา จ๊อกกิ้งขึ้นเขาเบาๆเพื่ออบอุ่นร่างกาย



กลับมาแวะกินมื้อเช้าที่เดิม ร้านช้างแก่ อยู่หน้าห้องพักพอดี

ชามิ้นท์ ไข่ลวก ชาไทยร้อน

ต่อด้วยไข่นอกกะทะโรยกุนเชียง หมูยอ หมูสับ

ตามมาด้วยก๋วยเตี๋ยวผัด เมนูนี้ทีเด็ดเลยนะ ป้าบอกถ้ามาร้านป้าแล้วไม่กินนี่พลาด ของจริงอร่อยสมราคาที่ป้าคุยไว้ เส้นเหนียวนุ่ม เผ็ดนิดๆ ผัดแบบไม่มัน หมดจานหนึ่งต่อกันจานสอง ท้องจะแตก

จุดแวะ 21: โรตีกรอบร้านเจ๊ณี
ที่ขาดไม่ได้ต้องต่อด้วยโรตีกรอบร้านเจ๊ณีข้างๆกัน เด็ดอยู่

จุดแวะ 22: ร้านขนมควันโขมง
กำลังจะเข้าที่พัก บังเอิญเห็นข้างๆมีป้ากำลังทอดขนมอยู่ ควันลอยอย่างกับหมอก พวกเราเลยจัดต่อ แป้งทอดใส่ไข่โรยมะพร้าว รสสัมผัสคล้ายๆขนมเบื้องญวนผสมรสชาติหวานมันคล้ายๆขนมโตเกียว


ระหว่างรอมีพี่ที่รอซื้อแนะนำให้ลองขนมพม่าอีกอย่างของร้านป้า เป็นถั่วทอด ซึ่งวันนี้ป้าไม่ขาย แต่ป้ามีเหลืออยู่ในบ้านเลยเอามาให้ลอง ขายชิ้น 5 บาท
เวลากินต้องจิ้มกินกับน้ำจิ้มคล้ายๆน้ำจิ้มแจ่วบ้านเรา รสชาติหวานเผ็ดปะแล่มๆ

หนังท้องตึงแล้ว พร้อมลุยต่อ
จุดแวะ 23: น้ำตกจ๊อกกระดิ่น
กว่าจะเข้าไปถึงน้ำตกก็ขับขึ้นลงเขาพอสมควร ใช้ระยะเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 600 เมตร
ระหว่างทางเดินเท้าเจอต้นไมยราบ แตะแล้วหุบ พึ่งเคยเล่นครั้งแรก

ถึงแล้ว กรีดร้องหนักมาก
ทำไมสวยได้ขนาดนี้ น้ำตกจากยอดเขาไหลกระทบหินชิ่งไปมา เสียงน้ำตกลงมาเป็นเสียงเดียวที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ด้านล่างน้ำตกเหมือนหาดริมทะเล
น้ำใสและเย็นยะเยือก แค่เอาเท้าจุ่มลงไปขนก็ลุกแล้ว นี่เอาทั้งตัวลงไปขนงี้ลุกเกรียว ที่อุทยานมีเสื้อชูชีพกับห่วงยางให้ยืมได้ ยืมเถอะเพราะตรงกลางน้ำลึกและแรง
น้ำที่นี่เป็นน้ำแร่ เวลาขึ้นจากน้ำมาเราจะไม่รู้สึกเหนียวตัว แถมยังสดชื่นกว่าการอาบน้ำปกติ

เล่นน้ำแช่ตัวพักใหญ่ ก็ต้องกลับออกไปให้ทันอาบน้ำ เช็คเอาท์ที่พัก
จุดแวะ 24: เหมืองสมศักดิ์ ป้าเกล็น
แวะซักนิด แพลนแรกคือต้องได้นอนที่นี่ แต่โทรกี่ทีที่พักก็เต็มหมด ไว้มีโอกาสครั้งหน้าจะไปนอนพักซักคืน ครั้งนี้ได้แค่ขับลงมาดูทางเข้าลุยธารน้ำนิดหน่อย

จุดแวะ 25: ร้านช้างแก่ โฮมคลาสสิค (Again)

เล่นน้ำเสร็จกลับมาอาบน้ำ แวะกินข้าวกลางวันที่เดิมอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม อยากจิบชาร้อนให้หายหนาว
ครั้งนี้ป้ามีเมนูเพิ่มมาให้ลอง เป็นหน่อไม้ผัดเผ็ดราดข้าว เผ็ดทะลุลิ้น อร่อยมาก ไม่มันด้วย
ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวผัดที่รสเด็ดเหมือนเดิม

กลับไปอาบน้ำออกมาชักภาพกับป้าหน่อย ลากลับแล้วค่ะ
ก่อนออกรถ ป้ายังใจดีเด็ดกิ่งต้นตีนตะขาบมาให้เพื่อนที่โดนแมลงกัดขาบวม ให้เอายางถูๆ แล้วเอากิ่งไปปลูกที่บ้านต่อนะ
ป้าๆร้านนี้น่ารัก
จุดแวะ 26: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
เราสามารถใช้บัตรเข้าน้ำตกเป็นบัตรเบ่งเข้าที่นี่ได้เลย
บรรยากาศที่นี่น่ามานอนกางเต๊นท์ อากาศเย็นสบาย ต้นไม้ขึ้นเขียวเต็มไปหมด วิวดีเห็นเขาล้อมรอบ


มองเห็นวิวเขื่อนวชิราลงกรณ์

แวะเข้าห้องน้ำก่อนกลับ เจอแมวทองผาภูมิ นางดูเหมือนอดน้ำมาหลายวัน

จุดแวะ 27: ไอติมมะพร้าว โรตีมะพร้าวอ่อน น้ำตกไทรโยคน้อย
แวะกินเมื่อครั้งก่อนที่มากาญจน์ ครั้งนี้เพื่อนอยากกินอีก
ชอบไอติมมะพร้าว หอมดี แต่กินคนเดียวถ้วยเดียวเหงาชะมัด คนอื่นสั่งมาถ้วยนึงกินกันเป็นคู่
#ติ่ง


จุดแวะ 28: ส้มตำข้างทาง
แวะกินมื้อบ่ายร้านเพิงข้างทาง เป็นร้านพ่อแม่ลูก กินยังไม่ทันเสร็จฝนตกกระหน่ำ วิ่งแน่บ
จุดแวะสุดท้าย: ตลาดโต้รุ่งองค์พระปฐมเจดีย์
มื้อค่ำพวกเราฝากท้องไว้กับหอยนางรมทอด สุกี้ ตำมะม่วง ลูกชิ้นทอด เต้าทึงเย็น พร้อมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

จบทริปอย่างสวยงาม
ไม่มีแพลน ไม่มีที่นอน ลุยอย่างเดียว
ขอบคุณผู้ร่วมทริปทุกท่านที่ไม่ปล่อยให้วันหยุดยาวผ่านไปอย่างเดียวดาย และทำให้การตื่นก่อน 6 โมงเช้ามีความหมายในทุกวัน
แล้วพบกันใหม่แก๊งนักซุ่ม
สวัสดีจ้ะ..
