Japan 1st Time :: Osaka to Kyoto

May 12–17, 2015

rapimoments
Feb 25, 2017 · 8 min read

เมื่อญี่ปุ่นคือปลายทางติดอันดับต้น ๆ ที่ในชีวิตต้องไปให้ได้ แล้วจะรออะไรล่ะ

สมาชิกร่วมอุดมการณ์ 5 คน ไม่มีใครพูดญี่ปุ่นได้ มีแต่ระดับbeginnerทั้งนั้น

บินไป-กลับ: การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า

ออกจากสุวรรณภูมิ 11 โมง ถึงญีปุ่นช่วงเย็นราว 6 โมงครึ่ง (ราคาดีเลยได้ไฟลท์แบบนี้) ส่วนไฟลท์กลับเป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ถึงไทยตีสี่นิดๆ

ข้อดีที่บินกับฟ้าคือ ฟ้าเสิร์ฟอาหาร น้ำชา กาแฟ อิ่มพร้อมเที่ยว ชาร์จแบตมือถือได้ ดูหนังเล่นเกม สบาย

ถึงญี่ปุ่นลากกระเป๋าซื้อตั๋วขึ้นรถไฟ จุดหมายคือสถานี Nagahoribashi เพื่อเช็คอินและเก็บกระเป๋า สามคืนแรกเราพักกันที่ Minamisemba Studio โดยการจองผ่าน Airbnb

ค่าเสียหาย: 6,000 บาท/คืน = 1,200 บาท/คน/คืน

สามห้องนอน ห้องน้ำแยกสองห้อง เป็นห้องอาบน้ำกับห้องน้ำ มีจาน ชาม แก้ว ช้อนส้อม ไมโครเวฟ กาต้มน้ำ เรียกได้ว่าทำอาหารกินกันได้เลย โต๊ะกินข้าวพวกเราใช้เป็นที่ประชุมคุยสังสรรค์

เก็บของเรียบร้อยก็ออกเดินไป Shinsaibashi ถึงก็สามสี่ทุ่มแล้ว ไม่ต้องหวังช้อปอะไร หาของกินอย่างเดียวพอ

จัดทาโกะยากิแก้หิวไปก่อน ต่อด้วยราเมงตู้กดที่มีหมูมาเป็นสิบชิ้น อิ่ม..

วันที่ 2 :: Wed 13 May 2015 :: Universal Studio Japan

เราซื้อตั๋ว one day pass + Express 5 จากที่ไทยมาแล้ว สามารถเดินเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องไปต่อคิวซื้อ

ราคา: 1-day pass 2,050 บาท + Express 5 อีก 1,700 บาท

**เสียดาย ถ้าซื้อจากงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิต์ ราคาจะถูกกว่านี้

อาหารเช้า ร้าน Sukiya ใกล้ที่พัก

เข้ามาในUSJ รีบตรงไปโซน Harry ที่บอกกันว่าเจ๋ง รู้สึกว่าต้องมาโดนให้ได้ ถ้าเป็นคนที่อ่านหรือดูหนังแบบเราจะอินมาก แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะรู้สึกเพลินๆแต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ทั้งวัน

ไปเล่นเครื่องเล่นข้างในสุดก่อน สนุกมากนะ แต่เล่นๆอยู่เครื่องค้างซะงั้น! นั่งห้อยขาแกว่งไปมาอยู่เกือบสิบนาทีจนงง พอเครื่องเดินก็กลับมาเหวี่ยงกันใหม่ ขัดใจ อยากเล่นอีก แต่ขี้เกียจรอ ขนาดใช้ Express เบ่งยังต้องรอเลย คนเยอะมากไปหน่อย

โซนอื่น เครื่องเล่นอื่นอย่าง Spiderman, Hollywood dream the ride ก็สนุกนะ

อันที่เราไม่ชอบเลยคือ Back to the future มันเขย่าซะปวดคอ ปวดตัว มึนหัว ถ้าไปกับผู้ใหญ่ ตัดอันนี้ออกไปจากหัวเลย

ส่วนโซนเบบี๋ น่ารักชะมัด มีแก๊ง Elmo เดินไปมาให้ถ่ายรูปด้วย

มื้อเย็นหลังออกมาจาก USJ ตั้งใจว่าจะไปกินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างร้าน Rokko กัน ไปถึงหน้าร้านแล้วมีป้ายแปะว่าปิดร้านหนึ่งวัน .. วันไหนไม่ปิด ปิดวันนี้พอดี เขียนชัดๆ Close 13 May 2015!!

เดินหิ้วท้องไปเจอร้าน Soft cream จัดวาฟเฟิลมาอันนึง อร่อยอยู่ เพื่อนจัดซอฟท์ครีมมา อร่อยกว่าวาฟเฟิลอีก

สุดท้ายไปได้ร้าน Yoshinoya กินกันคนละชาม กลับที่พักเมื่อยสุดติ่ง แปะแผ่นแก้เมื่อยที่เพื่อนแนะนำมาว่าสุดยอด นอนยาววยันเช้าจ้า

วันที่ 3 :: Thur 14 May 2015 :: Osaka Amazing Day

ดูไว้ตั้งแต่ที่ไทยว่าต้องมากินร้านนี้ให้ได้ ที่ร้านมีให้เลือก 4 เซต เซตละห้าคำ จัดไป 3 เซตกินไป 15 ชิ้น ไม่ผิดหวัง อิ่มแบบสวยๆ ปลาสดมาก ข้าวก็หอม วาซาบิแน่น หอยเม่นละลายในปาก ปูเนื้อหวานสด ซุปมิโซะยังอร่อยเลย หอยเป็นตัวๆ เสียอย่างเดินไกลจากสถานีไปหน่อย เหนื่อยเลยต้องกินหนักเลยเนี่ย

อิ่มสบายตัว ไปเดินย่อยที่ปราสาทโอซาก้า ไม่รู้จะไกลจากสถานีไปไหน เดินอย่างเหนื่อย

Time Capsule

ชอบไอเดียนี้มากนะ เก็บของปัจจุบันไว้เพื่อให้คนในอนาคตอีกพันๆปีมาเปิดดูว่าเมื่อก่อนเราใช้อะไรกันบ้าง

ขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุด ดูวิว ตากลม ฝนดันตกตอนออกซะงั้น จ้ะไม่เห็นแอพAccuweatherจะเรียนให้ทราบกันล่วงหน้าเลย เมื่อวานอุตส่าห์เช็คมาอย่างดี

นั่ง subway เพื่อจะไป Kaiyukan Aquariam ลงจากสถานีมาเจอคุณป้ากำลังทำทาโกะยากิอยู่ ท้องว่างๆ จะรออะไร จัดสิคะ

ทาโกะร้านนี้อร่อยนะ เดินไปเรื่อยๆจนมาถึงอควาเรี่ยม

คือมันดีมากนะ อะไรก็น่ารักไปหมด อารมณ์แบ๊วมาเต็ม

เพนกวินอ้วนนี่เจ๋งสุด ยืนจองพื้นที่ที่มีเกล็ดน้ำแข็งโรยลงมา คงรู้ว่าเป็นจุดที่เย็นที่สุดในตู้ ปักเสายืนคุม

อยู่ในอควาเรี่ยมนานไปหน่อย ออกมาจะขึ้นเรือแต่ดันไม่ทันรอบสุดท้าย ไม่ได้ดูรอบไว้ก่อน เลยไปจัดชิงช้าสวรรค์แทน ข้างบนชิงช้าวิวกลางๆ ไม่ได้สวยมาก รู้แต่สูงมากและอาจเสียวมาก แต่ถ้าเลือกนั่งฝั่งถูกความเสียวจะลดลงไป 70% ทันที

หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์จะมุดลงน้ำ เราก็มุ่งหน้าไปย่าน Umeda เพื่อช้อปจ้ะ

ของกินที่ชั้นล่างห้าง Hankyu น่าซื้อไปหมด แต่ว่าจัดของหนักเลยทีเดียวจะดีกว่า เพราะต้องทำเวลาก่อนห้างแถวๆนั้นจะปิดตามๆกันไป

ข้าวแกงกะหรี่ชั้นบน ไข่เยิ้มดี

ข้ามไปเดิน Yodobashi แหล่งรวมของถูกสำหรับคนไทยอย่างเราๆ เค้ารู้จักคนไทยเป็นอย่างดี จะไปซื้อกันดั้มให้พี่ แต่ดัน SOLD OUT!! ก็ดีค่ะ ไม่ต้องแบกไปเกียวโต ;p

เดินถึงสี่ทุ่มห้างปิด จบวัน กลับที่พักหลังน้อยของพวกเรา แพ็คกระเป๋าเตรียมไปนอนโตเกียววันพรุ่งนี้

ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 4 :: Fri 15 May 2015 :: Kyoto Festival

ความตั้งใจแรกตอนวางแผนทริปคือ มาดูเทศกาล Aoi Matsuri ที่จะมีจัดแค่ปีละครั้ง ตอนจองตั๋วแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ในแพลน เรียกว่าอาศัยความบังเอิญบวกกับหาข้อมูลแล้วเผอิญไปเจอว่าพวกเราไปตรงกับวันที่เค้าจัดงานพอดี เป็นเทศกาลที่จะมีคนแต่งตัวย้อนไปยุคสมัยก่อน แต่งเป็นพวกขุนนาง ซามูไร

ออกจากโอซาก้ามุ่งหน้าไปเกียวโต ต่อแท๊กซี่ไปที่พัก คืนนี้นอนเรียวกังชื่อ Ikoi No Ie ย่านนั้นทั้งย่านเป็นเจ้าของเดียวกันหลายตึก ความสวยก็ขึ้นอยู่กับเงินที่เราลงไปล่ะจ้ะ เลือกเอา

เช็คอินเรียบร้อยก็ตามสเต็ป…หิว… พนักงานที่เรียวกังนี้หน้าตาน่ารักทุกคน คนที่มาคุยด้วยภาษาอังกฤษแน่นอยู่ ให้เค้าแนะนำร้านเด็ดๆ ได้มาหนึ่งที่เป็น local noodle แถวที่พัก #อร่อยมาก #จริงจริง อยู่สองวันกินทั้งสองวัน วันแรกสั่งโซบะซุปใส่ปลาเส้น เส้นโซบะทำเองแน่ๆ นุ่มมากก เฮียสั่งโซบะเย็นมา(Zaru soba) แอบชิม น้ำตาจะไหล เด็ดมากจริงๆ

ถ้วยชาสัญลักษณ์ร้าน เสิร์ฟพร้อมชาเขียวเย็น

อิ่มท้อง เดินทาง นั่งรถบัสไปงานเทศกาล เดินเล่นถ่ายรูปริมลำธารแล้วนั่งรถบัสต่อไปวัดทอง

ทางเดินเข้าวัดทอง ชอบกลิ่นต้นไม้ อากาศชื้นๆของที่นี่

Kinkakuji temple :: วัดทอง

จากวัดทองไปป่าไผ่ด้วยแท๊กซี่ ลุงใจดีให้นั่งไปห้าคน คุ้มเลย ลุงปล่อยพวกเราลงที่สะพาน Togetsukyo ใกล้ๆมีร้านซอฟท์ครีม รสช็อกโกแลตอร่อย ยืนดูวิวกินไอติม ใช้ได้เลยนะ

คำเตือน ทางเดินไปป่าไผ่ค่อนข้างไกล เดินไปเรื่อยๆ เตรียมขาให้พร้อม แถมขากลับมีป้ายไปสถานีรถไฟแต่เป็นสถานีในฝันไม่มีอยู่จริง สถานีปิด ฟ้าก็เริ่มมืด เดินก็ไกลกว่าจะถึงทางออก ดีนะอยู่กันหลายคน ไม่น่ากลัวมาก

ระหว่างทางเดินไป
ป่าไผ่ เริ่มมืด รูปแตกกระจุย
ระหว่างทางเดินกลับ

นั่งรถบัสไปลงเกือบๆถึงย่าน Gion รถดันไปไม่ถึงต้องลงก่อนหนึ่งป้าย ไปเจอบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างแถวนั้น ห่วยมาก มาก มาก เรียกว่าซวยเลือกร้านผิด

กินพออิ่มมีแรงเดินไปแถวGion ส่วนมากร้านปิดกันแล้ว ได้ลองขนมนิดๆหน่อยๆ จบวัน กลับที่พักนอน เป็นอีกวันที่เมื่อยมาก

ดังโงะ
เพื่อนบอกว่าต้องซื้ออีกแบรนด์อร่อยกว่า

วันที่ 5 :: Sat 16 May 2015 :: Another Kyoto Day

วันนี้สบายๆ ไม่รีบร้อน เดินเล่นรอเพื่อนแถวๆที่พัก รอเช็คเอ้าท์พร้อมกัน ระหว่างเดินท้องเริ่มร้องหาของกิน วันนี้วันเสาร์เค้าพักผ่อนกัน ไม่ค่อยมีร้านไหนเปิดช่วงเช้า ตั้งใจจะไปกินโซบะร้านเดิม เจ๊เปิดร้าน 11โมงต้องรออีกครึ่งชม. โชคดีเดินไปเจอคุณลุงร้านขนมห่อใบไม้ แป้งนิ่มๆไส้ถั่ว มีกลิ่นขิงเบาๆ พอได้อยู่

แป้งไส้ถั่ว กลิ่นขิงเบาๆ ห่อใบไม้

แต่ยังคงหิวอยู่ เจอร้านซูชิใกล้ๆ เจ๊กำลังแพ็คลงกล่อง เชฟกำลังปั้นอยู่ ต้องลองกันหน่อยละซูชิฝั่งเกียวโต เจ๊แกยิ้มเก่งต้อนรับดี ส่วนรสชาติกลางๆ ดีกว่าที่ไทยแต่ไม่สุด สู้ Endo Sushi ไม่ได้

ซูชิแถบเกียวโต
คิตตี้แถวที่พัก

11 โมงซะที อิ่มแล้วนะแต่ถ้าจะไม่ได้กินโซบะอีกมันถือว่าพลาด เลยต้องจัด Zaru soba + Ebi Tempura จานนึงได้เยอะมากนะ อร่อยและจุกมาก ถือว่ามิชชั่นคอมพลีท

ที่พักไม่มีให้ฝากกระเป๋า เลยต้องไปฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ สถานีเกียวโต

เสร็จแล้วนั่งรถบัสไปวัดน้ำใส(Kiyomizu temple) คนแน่นมาก ข้อดีของการขึ้นต้นสายคือมีที่นั่งสำหรับทุกคน

ทางเดินเข้าวัดเนี่ยระวังไว้เลยนะ ของกินจุกจิกเยอะ ถ้าไม่ได้อิ่มมาแบบพวกเราคงกินแหลก

ปิ้งถ่านห๊อมหอม พุ่งตัวเข้าใส่

แบ่งกันคนละชิ้น แป้งหวานๆปิ้งแต่ซอสด้านนอกออกเค็มๆ กินด้วยกันแล้วให้ความรู้สึกแปลกๆ คือเค็มน่ะเอาง่ายๆ

ณ วัดน้ำใส เดินลงมาจากด้านบน คนเยอะมากจริงๆ ลงมากินน้ำสามสาย เย็นชื่นใจ

เดินออกมาก็จะมีแท๊กซี่จอดเรียงกันอยู่ มีคุณลุงใจดียอมให้พวกเรานั่งไปห้าคน นั่งหน้าสอง หลังสาม นอกนั้นเค้าโบกมือลาให้ขึ้นได้แค่สี่คนเท่านั้นพวกหนู

คุณลุงแกเปิดหน้าต่างไว้ให้รับลมเย็นๆ พัดตีหน้าพวกเราเบาๆ ขอบคุณนะลุง ลุงเป็นแท๊กซี่คันที่สองที่ยอมให้พวกเราขึ้นห้าคน และเป็นแท๊กซี่คันที่สิบต้นๆที่ไม่ปฏิเสธพวกเราทั้งห้า

ศาลเจ้าจิ้งจอกหรือ Fushimi Inari Shrine เป็นหนึ่งที่ที่ทำให้เราอยากมาญี่ปุ่น ภาพเสาสีส้มที่เรียงไว้ยาวเหยียดมันสวยมากสำหรับเรา ถ้าไม่ได้มาคงรู้สึกว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น

เป้าหมายของการมาศาลเจ้าจิ้งจอกคือ ถ่ายรูปกับเสาสีส้มที่เรียงกันยาวเหยียด กับอีกอย่างที่เพื่อนร่วมทริปพึ่งค้นพบก่อนมาคือ ข้าวหน้าปลาไหลอร่อยโคตร(เค้าว่าไว้ตามรีวิว) จ้ะเรากำลังจะมาลอง รอก่อนนะจ๊ะ

ทางเดินเข้าไปศาลเจ้า มีของกินขายเยอะเลยนะ ลองปูยักษ์ปิ้งเสียบไม้ไปหนึ่ง รสเหมือนปูอัด ไม่เจ๋ง

ผ่านไปซักพักเจอทาโกะยากิ น่ากินมากกก แต่ท้องรับไม่ได้แล้ว เหลือพื้นที่ไว้ให้ข้าวหน้าปลาไหลอย่างเดียวเท่านั้น

พิสูจน์แล้ว #อร่อยมากกกกกกกกกกกก อร่อยจริงๆ อร่อยโคตรอย่างที่รีวิวได้กล่าวไว้ ถ้าไม่ได้มาโดน ถือว่ามาไม่ถึงนะ ป้าแกย่างสดๆหน้าร้าน พวกเราเกือบมาไม่ทันร้านปิด ร้านนี้มีข้อบังคับคือ คนนึงต้องสั่งอะไรก็ได้หนึ่งจาน คงกลัวว่ามานั่งหลายคนแล้วจะกินแค่คนเดียว ไม่น่าจะต้องกลัวนะ อร่อยจริงๆ แอบกินข้าวหน้าซาบะดองของเฮียไป อร่อยนะ แต่ปลาไหลเจ๋งกว่า

หมดภารกิจที่เกียวโต นั่งรถไฟไปสถานีเกียวโตแค่หนึ่งสถานี ไปเอากระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปโอซาก้า

ลาค่ะเกียวโต

ถึงโอซาก้าเช็คอินโรงแรม Toyoko Inn

แผนการผู้ร่วมทริปคือไปช้อปปิ้งที่ห้างดองกี้ตามที่คนไทยเรียกกัน(Don Quijote) ไม่ได้ไปสาขาที่Shinsaibashi อันนี้เราเลือกไปแถวหอคอย Tsukentaku เห็นบอกว่ายังพอมีกระเป๋า Kanken เนื่องจากไม่สามารถเสิร์ชจาก google maps ได้ง่ายๆ เลยอาศัยถามคนแถวนั้นเอา

Tsukentaku Tower (ตามรอยโคนัน)

เดินซักพักยังหาไม่เจอ เอ้า กินก่อนละกัน หิวอีกแล้ว จัดKushikatsuมากินแบบพออิ่ม

เดินไปมาหาห้างไม่เจอจริงๆ ถามลุงแถวนั้นเค้าบอกว่าอยู่ข้างหน้าเลี้ยวขวาไป มองตามไปเจอป้ายภาษาไทยของห้าง ชัดเลย เดินตามไปห้างอยู่ริมถนน! พวกเราไปเดินอ้อมโลกมา

ห้างใหญ่มาก ของเยอะ มีทุกอย่างที่นึกถึง แต่ไม่มีทุกอย่างที่อยากได้ ?? อยากได้ลูกอมพีช หายากเหลือเกิน ซื้อมาวันแรกกล่องสุดท้ายในร้าน หลังจากนั้นเดินหาทุกวัน ไม่มี ;( เศร้า

เดินเสร็จดูเวลา อุ้ยตีหนึ่ง Pocket Wifiแบตหมด ไม่ได้เอาพาวเวอร์แบงค์มาด้วย มือถือแบตก็จะหมดกัน อยู่กันสามคน ยืนหนาวอยู่หน้าห้าง รถไฟปิด บนถนนมีรถวิ่งกันอยู่ไม่กี่คัน พวกเราก็พูดญี่ปุ่นกันได้แบบเบ่บี๋ โบกแท็กซี่ได้มาคันนึง

คุณลุงคะไปToyoko Innค่ะ ลุงเข้าใจแต่ลุงไม่รู้ทาง!!

ข้อดีของคนญี่ปุ่นคือเค้ามีความพยายามมากถึงมากที่สุด คุณลุงโทรหาคนอื่นถามทางจนเข้าใจจริงแล้วพาพวกเรากลับไป เวลานั้นสิ่งที่อยากรู้คือ ลุงโทรหาใครน่ะมันตี1แล้ว ยังไงก็ขอบคุณมากนะลุง เสียอย่างนึงมิเตอร์ขึ้นแรงไปหน่อยน่ะลุง

วันที่ 6 :: Sun 17 May 2015 :: Osaka Shopping Day

Free breakfast but no breakfast ตื่นมากินไม่ไหวจริงๆ

เช็คเอาท์แล้วโรงแรมให้ฝากกระเป๋าได้นะแต่ไม่อยากย้อนไป คิดกันว่าไปฝากที่สถานีNambaดีกว่า ขากลับจะได้ไปเอากระเป๋า แล้วนั่งรถไฟยิงยาวกลับสนามบินเลย แต่มันไม่เป็นไปตามแผน ล็อคเกอร์ใหญ่ที่Nambaเต็มหมด อืมม..นั้นไปฝากที่สถานีShinsaibashiแทนละกัน เดินจากNambaไปอีกสถานีเอา

ความยากมันอยู่ตรงที่เราต้องเดินผ่านร้านต่างๆที่เรียงกันแล้วมันดูดให้พวกเราเข้าไป เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสถานีซักที อะอะแวะดูรองเท้าก่อนร้านนี้ถูก อะอะแวะดูของร้านนี้แป๊บมันน่ารักอ้ะ อะอะแวะร้านขายยาซื้อเครื่องสำอางค์แป๊บ สุดท้ายที่เด็ดสุดแวะร้านครัวซองที่กลิ่นลอยมาเตะจมูก มันอร่อยมากกกก ชิ้นละ 40 เยนเอง โลโก้ร้านเป็นรูปครัวซอง

สุดท้ายเดินไปถึงสถานีตรงห้างไดมารู ล็อคเกอร์ก็ยังคงเต็ม อืมมมม เพื่อนไปเจอคุณลุงนายสถานีใจดี พาไปหาแหล่งฝากกระเป๋า ขอบคุณมากนะลุง ถ้าไม่ได้ลุงวันนี้คงลำบากจริงๆ

มาเดิน Shinsaibashi วันที่สาม มีอะไรให้เดินเยอะจริงๆ ระหว่างรอเพื่อนๆเลือกรองเท้า แว้บมาร้านชีสเค้ก Pablo ว่าจะซื้อไปลองหลังจากวันแรกอิ่มกินไม่ไหว คิดว่าซื้อทั้งก้อนคงกินกันไม่หมด ต่อคิวซักพักใหญ่ อืมนานเนอะ ก็ไม่ได้อยากกินขนาดนั้น ขี้เกียจรอ บาย

วันแรกที่มาถึงแพลนไว้ว่าจะกินราเม็งข้อสอบ(Ichiran ramen) ด้วยความที่คิวย๊าวยาวแล้วสมาชิกหิวโซจึงต้องโบกมือลา วันนี้กลับมาจัด ไปยืนรอคิวตรงสาขาใกล้ห้างดองกี้ พนักงานพาเดินไปอีกสาขานึงที่อยู่ใกล้ๆราเมงตู้กดที่กินวันแรกบอกว่าที่นี่รอไม่นาน ไม่รู้ว่ามีสาขาตรงนี้ไม่งั้นได้มากินตั้งแต่วันแรกแล้ว

น้ำสูตรของร้าน กินแล้วนึกถึงน้ำชุ่มคอแถวเยาวราช

โต๊ะแบบนั่งขังเดี่ยวเต็ม พวกเราเลยได้นั่งโต๊ะรวมกัน นั่งทำข้อสอบเสร็จประมาณไม่ถึงห้านาที ราเม็งสูตรเส้นนุ่มและเผ็ดก็มาเสิร์ฟ อร่อยนะ อร่อยจริงอย่างที่เค้ารีวิวกัน

อิ่มแล้วพวกเราแบ่งกันเป็นสองทีม ทีมหนึ่งไปห้าง Yodobashi ตรง umeda อีกรอบ ส่วนเราเป็นทีมสองไป Den den town เนื่องจากเพื่อนมีเป้าหมายตามหาเรือวันพีซและกันดั้มให้น้องชาย เดินจาก Shinsaibashi ไปประมาณสิบนาที ร้านเยอะแต่หาของไม่ค่อยได้ จนเพื่อนบอกว่าจะดูร้านสุดท้ายละ ถ้าไม่เจอก็กลับ

ตายค่ะตาย ร้านสุดท้ายที่เดินเข้าเพื่อนเจอเรือ ส่วนเราเจอ Unicorn Gundam รุ่นที่พี่ชายอยากได้ รุ่นนี้หายากแต่มีที่นี่ เอาไงดี วันนู้นคิดว่าคงหาไม่ได้เลยซื้ออีกแบบไปให้แล้ว วันนี้ดันมาเจออีกถ้าส่งรูปไปให้ดู มีหรอสาวกกันดั้มจะไม่เอา … เออๆวันเกิดพี่พึ่งผ่านมาไม่กี่วัน ส่งไปให้ดูละกัน … คลั่งเลยจ้ะ อยากรู้จริงๆสาวกเค้าเป็นแบบนี้กันทุกคนรึเปล่า คิดอยู่นานจริงๆว่าจะแบกกลับไทยยังไงไหว เอาเข้ากระเป๋าไม่ได้แน่นอน หิ้วขึ้นเครื่องของเราก็เยอะอยู่แล้ว สรุปก็หิ้วขึ้นเครื่องเจ็บมือเลย กล่องใหญ่บวกกันน้ำหนักที่หนักมากจริงๆ ไม่ใช่พี่ ไม่แบกกลับให้หรอกนะยะ

หลังจากได้ของติดมือกลับไปแบบไม่ผิดหวัง ก็มุ่งหน้าไป Yodobashi อีกครั้งตามทีมหนึ่ง ได้ของกันอีกคนละอย่าง กระเป๋าตังเบาไปเรื่อยๆ แล้วพวกเราก็กลับไปกินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างที่ Shinsaibashi ร้านที่พลาดไปวันที่สอง

คนไม่เคยกินเนื้อและจะลองกิน มันไม่ง่ายเลยนะ กินเข้าไปแล้วเหมือนต่อมรับรสเสีย แต่ไอคนที่มาด้วยเนี่ยดิ หูยย วากิวอร่อยมาก เด็ดอะเด็ด เด็ดจริงๆ อยากมีโมเม้นแบบนั้น แต่อารมณ์มันไม่ไป ไม่เคยกิน

ขากลับสนามบินเกือบตกเครื่อง ขึ้นรถไฟสายที่เจ๊นางสถานีของขบวนรถด่วนตรง Namba ชี้ให้มาขึ้น นั่งกันไป หลับบ้าง คุยกันบ้าง เช็คว่ารถไฟมาถูกทางครึ่งทางแล้ว แล้วก็หลับใหม่ จนคุณลุงฝั่งตรงข้ามไปคุยกับพี่ญี่ปุ่นคนคุมขบวนแล้วชี้ๆมาที่พวกเรา หลังจากนั้นเหตุการณ์ชุลมุนก็เกิดขึ้น

ผู้หญิงที่พูดอังกฤษได้หันมาถามว่า กำลังจะไปสนามบินใช่มั้ย รถไฟขบวนนี้เลยทางที่จะต้องไปสนามบินแล้ว?!! WHAT???

คุณลุงคนนั้นเค้าเห็นพวกเรามีกระเป๋าเดินทาง เค้าสงสัยว่าเราจะไปสนามบินกันแต่มันเลยแล้ว ต้องลงไปก่อนหน้านี้แล้ว คุณลุงเลยไปบอกพี่คนคุมขบวนให้ หลังจากนั้นทุกคนก็พยายามช่วยพวกเราแล้วบอกให้พวกเราลงสถานีหน้าแล้วย้อนกลับไปประมาณ 3–4 สถานี หลังจากนั้นจะเจอขบวนที่พาพวกเราไปสนามบินได้

ตอนลงมาจากรถไฟขบวนนั้นพวกเราต้องยกกระเป๋ากับของพะรุงพะรังขึ้นสะพานลอยข้ามไปอีกฝั่งนึง ผู้หญิงคนนึงที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงมากพยายามช่วยอธิบายและยกกล่องกันดั้มข้ามไปอีกฝั่งให้ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ต้องไปขึ้นรถไฟฝั่งนั้น แล้วเขียนโน้ตโดยที่เราไม่ได้ขอว่าต้องลงสถานีไหนให้ ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากจากใจจริง

ไปถึงสถานีที่ต่อไปสนามบิน ถามพี่ญี่ปุ่นหน้าแดงคนนึงว่าต้องไปขบวนไหน เฮียแกชี้ให้ขึ้นเบอร์ 1 บอกว่าให้ตามเค้าไปเดี๋ยวเค้าจะไปเส้นนั้นอยู่แล้ว พอรถไฟมาแกมาเรียกให้เดินขึ้นขบวนเบอร์ 2 เฮียแกเมาค่ะ แต่ยังไงก็ขอบใจนะเฮีย เกือบได้ตกเครื่องจริงๆอีกรอบ

โชคดีที่เราเช็คอินออนไลน์ตอนนั่งกินราเม็งข้อสอบอยู่ ไม่งั้นอาจไม่ได้กลับไฟลท์นั้นจริงๆ

:: จบทริปแห่งความทรงจำ ::

— — — — — — — — — — — — — — — — — — -

ความประทับใจที่มีให้กับญี่ปุ่นทริปนี้

- คนญี่ปุ่นมีน้ำใจมากที่สุดชาตินึงในโลกเลยตั้งแต่เคยเจอมา แทบทุกคนที่เจอพูดญี่ปุ่นกับพวกเราเหมือนกับพวกเราจะเข้าใจทั้งๆที่ก็รู้ว่าไม่เข้าใจ แต่..สิ่งที่เค้าพยายามทำคือท่าทาง เพราะเค้ารู้ว่าเนี่ยแหละพวกเราจะเข้าใจและสุดท้ายก็จะช่วยตอบคำถามให้กับพวกเราได้

- คนญี่ปุ่นไม่โกง ไม่ต้องกังวลเลย เค้าไม่คิดจะหากินกับนักท่องเที่ยว ไม่เหมือนอย่างที่เคยไปประเทศอื่นหรือแม้แต่ประเทศไทยเองก็ตาม

- อากาศดีมาก ดีในที่นี้คือเราไม่สัมผัสถึงสิ่งที่เป็นมลพิษในอากาศได้เลย หายใจได้เต็มปอด อากาศเย็นจนถึงขั้นหนาวในบางวัน ถึงแม้จะเจอฝนตกตอนเดินกลับจากปราสาทโอซาก้า แต่นอกนั้นดีหมด

- อาหารอร่อย อร่อยก็คืออร่อยจริงๆ กินแล้วอยากกินอีก อยากกลับไปอีก เป็นอาหารคลีนด้วย ไม่เสียสุขภาพ กลับบ้านมาน้ำหนักไม่เพิ่ม

สิ่งที่ควรรู้และเตรียมตัวเตรียมใจ

- สำคัญสุดฟิตขาพร้อมเดิน สถานที่แต่ละที่ไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟ ต้องเดินอย่างน้อย ย้ำว่าอย่างน้อย 5 นาทีจากสถานี อย่างเช่นปราสาทโอซาก้า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีกว่าจะเดินถึงตัวปราสาท ขากลับก็ต้องเดินกลับทางเดิม

- ควรทำความรู้จักคำศัพท์ง่ายๆของญี่ปุ่นไว้บ้าง เผื่อฉุกเฉิน

- แพลนการเดินทางคร่าวๆไว้ก่อนไป ว่าอยากจะไปที่ไหนบ้าง ไปลงสถานีอะไร ไม่งั้นจะต้องเสียเวลาเที่ยวไปกับการหาที่ที่จะไป และเส้นทางที่จะไป

- Okini หมายถึง ขอบคุณ ใช้เฉพาะในแถบคันไซ เวลาเดินออกจากร้านแล้วเค้าชอบพูดบอกพวกเรา

ขอบคุณจากใจจริง

- คุณลุงนายสถานีที่ใต้ห้างไดมารู ถ้าไม่ได้ลุงพาพวกเราไปถึงที่ เราคงไม่ได้ที่ฝากกระเป๋าเจ๋งๆ และต้องแบกกันไปแบบนี้ทั้งวัน

- ทุกรีวิว ไม่ว่าจะ pantip หนังสือ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ การเดินทางของพวกเราคงลำบากถ้าไม่มีพวกคุณ

- พนักงานต้อนรับที่ Ikoi เกียวโตที่คุยสนุกและแนะนำร้านเด็ดให้ ขอให้การมาฝึกงานที่ภูเก็ตอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้ของคุณผ่านไปได้ด้วยดี

- คุณอาและฝรั่งที่ช่วยชี้ทางไปป่าไผ่ คุณลุงแถวห้างดองกี้ที่ไม่อยากคุยกับพวกเราเพราะกลัวต้องพูดอังกฤษ ลุงช่วยเราได้มากเลยนะ ขอบคุณมาก

- คุณลุงแท๊กซี่ทั้งสามคัน

- คุณลุงบนรถไฟขากลับสนามบิน ถ้าไม่มีลุง เราตกเครื่องแน่ ซึ่งมันจะทำให้งบพวกเราบานปลาย และเรื่องแย่ๆอีกหลายอย่างจะตามมา ไฟลท์เที่ยงคืนไม่ใช่เวลาที่จะหาคนช่วยเหลือได้ง่ายๆนะ

- คุณผู้หญิงวัยรุ่นสองคนที่ใช้ภาษาอังกฤษของพวกคุณได้มีประโยชน์กับพวกเรามากจริงๆ และที่ช่วยยกกันดั้มกับเขียนโน้ตให้ด้วย

- คนญี่ปุ่นทุกคนที่เติมเต็มทริปพวกเราอย่างสมบูรณ์

- สมาชิกทุกคนที่ร่วมสนุกและตื่นเต้นไปด้วยกัน

ไว้เจอกันใหม่

つづく

rapimoments

Written by

Travel Journals | Nature Lover

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade