MYANMAR 2 Days

October 20–21, 2016

rapimoments
Feb 25, 2017 · 7 min read

อยากไปเที่ยว อยากไปเที่ยว อยากไปเที่ยว

การทำงานใช้สมองคิดนู่นคิดนี่นานๆ สมองเองก็อยากพักบ้างนะ

ร่างกายเหนื่อยยังนอนพักได้ สมองเองก็ขอพาตัวเองหลบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยม ไปเจอสีฟ้า สีเขียวรูปทรงประหลาดบ้าง

สมาชิกที่ได้มาหน้าตาเดิมๆ บัดดี้ทริปแม่ฮ่องสอน รวมตัวกับบัดดี้ทริปกระบี่

แค่คิดก็สนุกละ

~~~~

ณ สนามบินย่างกุ้ง ประเทศพม่า

“ห๊ะ นี่พวกน้องมาเที่ยวกันหรอ พม่ามีอะไรให้เที่ยว พี่ไม่เข้าใจ”

พี่ผู้ชายอาชีพวิศวกรที่ต้องเดินทางมาทำงานที่พม่าอยู่บ่อยครั้ง แสดงความรู้สึกอย่างชัดเจน เรารู้จักกันผ่านความมีน้ำใจของพี่เค้าที่ให้พวกเรายืมปากกาเขียนบัตรขาออก

พวกเราอมยิ้มเบาๆ ถามพี่เค้ากลับไปว่าแล้วมันมีอะไรให้เที่ยวล่ะ พวกเราไม่ได้หาข้อมูลอะไรมา แค่อยากมาก็มาเลย

“ก็ไม่มีนะ อาหารก็ไม่ถูกปาก ให้พี่แนะนำ ที่ดีที่สุดที่กินได้ก็ Black Canyon ไม่ก็ Fuji อะน้อง”

โห นี่มันขนาดนั้นเลยหรอพี่

เราเชื่อว่ามุมมองแต่ละคนไม่เหมือนกัน เก็บไว้เป็นข้อมูลละกันเนาะ

จากคำแนะนำของพี่วิศวกร เค้าแนะนำให้แลกเงินพม่า(Kyat)ซัก 500 บาทไทยติดตัวพอค่าแท็กซี่เพื่อนั่งไปโรงแรมก่อน แล้วค่อยไปหาแลกแถวตลาดเพื่อให้ได้เรทที่ถูกกว่า(มาก)

จุดแวะแรก: จุดเรียกแท็กซี่ สนามบินย่างกุ้ง

คนขับแท็กซี่คันแรกของพวกเราบังเอิญแกเป็นไกด์พาเที่ยวมาเป็นสิบสิบปี โอ้โห คุยกันตั้งแต่สนามบินยาวถึงโรงแรม เอาตั้งแต่ความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากอง ความเชื่อของคนพม่าเรื่องเจดีย์เอย การบวช การแต่งงาน ภาษาที่คนที่นี่ใช้ ประวัติความเป็นมาของอาชีพไกด์และเป้าหมายชีวิตของลุงเค้า ร้านอาหาร สถานที่เที่ยว พร้อมทั้งช่วยวางแผนและให้คำแนะนำตารางเที่ยวสำหรับวันพรุ่งนี้ ถ้าจะจ้างแกขับรถพาเที่ยวก็ได้ด้วยนะ

พอรถมาถึงหน้าโรงแรม เราคุยกันเยอะ เลยขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้หน่อย

แต่มันไม่จบแค่นั้น!

ลุงจอดรถทิ้งไว้ แกมีน้ำใจจะช่วยยกกระเป๋า(ที่มีแค่เป้คนละใบ) ต่อว่าพนักงานที่ไม่ให้พวกเราเข้าไปนอนในห้องก่อนเวลาเช็คอินจริง แนะนำร้านอร่อยใกล้โรงแรมสำหรับมื้อเช้าให้

ยังไม่พอ!

ลุงแกยังพาข้ามสะพานลอยจากโรงแรม เดินไปร้านอาหารที่แนะนำอีก คือแกจอดรถทิ้งไว้เลย ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

หน้าร้านวินเทจมากนะ

ยังไม่พออีก!

ไหนๆก็ไหนๆ นั่งกินด้วยกันเลยจ้า

ข้างบนวินเทจกว่า

เราไม่ได้จ้างอะไรลุงเพิ่มเลยทั้งสิ้น แล้วก็ไม่ได้ขอให้พาไปร้าน แค่ให้ช่วยอธิบายพิกัดร้าน

แกคุยตั้งแต่บนรถว่า แกเป็นเจ้าบ้าน แกมีหน้าที่ต้อนรับแขกให้ดีที่สุด ที่สุดจริงๆค่ะลุง สังเกตจากรูปได้ เราถ่ายติดแกมาทุกรูปแบบไม่ได้ตั้งใจ กลับมาดูแล้วก็ขำนะ แต่คือแกอยู่ด้วยทุกที่ที่ไปจริงๆ

ใครสนใจจ้างแก ภาษาอังกฤษคล่องปร๋อไม่ต้องห่วง ราคาเป็นมิตร ติดต่อที่นามบัตรแกด้านล่างนี้(ย้ำว่านามบัตร แกภูมิใจนำเสนอมากบอกว่า มั่นใจว่าเราไม่เคยเห็นนามบัตรแบบนี้มาก่อนแน่นอน ค่ะลุงอินดี้มาก)

บอกไปว่าแก๊งสามสาวไทย(มาเที่ยวสองวัน)แนะนำมา

จุดแวะ 2: ร้านก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา KING

เราสั่ง Samusa ที่เคยลองจากทริปกาญครั้งก่อน แล้วก็ Sticky Rice Noodle คนละชาม อร่อยนะ เส้นนุ๊มมนุ่ม กินแล้วหนึบๆละลายในปาก Samosaก็อร่อย หอมและกรอบ

ส่วนลุงเจ้าถิ่นสั่งซาลาเปามากินกับชานมร้อน กินพอหอมปากหอมคอ พวกเราเลี้ยงลุงในฐานะที่พามา สี่คนรวมหมดไป 140 บาทไทย ปลื้มราคามาก

จุดแวะ 3: ร้านแลกเงิน

อยู่ไม่ไกลจากร้าน King เรทที่สนามบิน 30 เรทที่นี่ 36.20 คุ้มและต่างกันมาก

จุดแวะ 4: Circular Train

เช็คอินโรงแรมไม่ได้ก็นั่งรถไฟชมเมืองไป

พวกเราพึ่งแลกเงินมา เพราะงั้นก็มีแต่แบงค์ใหญ่ใหม่เอี่ยม ซื้อตั๋วรถไฟทีก็ต้องได้เงินทอนใช่มั้ยล่ะ คือตั๋วถูกมากก ตกคนละไม่ถึงสิบบาทไทย และสิ่งที่ได้รับกลับมา…

แบงค์ที่ทอนมามีความฉ่ำวาวดุจได้รับการฉีดพรมน้ำแร่ทั่วทั้งใบ ตอนนั้นคิดนะว่าถ้าเอานิ้วจิ้มมันจะละลายหายไปมั้ย

ระหว่างที่รอรถไฟ มีรถไฟจอดอยู่ดูว่างๆ ก็เดินเล่นนั่งรอไปดิ

ขบวน Red Bull จอดนิ่ง

คนพม่าใช้ประโยชน์จากแดดได้ดี แม้ว่าสถานที่นี้จะเป็นสถานีรถไฟใหญ่ แต่ก็ไม่เห็นต้องแคร์ใคร

อากาศร้อนๆ ใครอยากจะนอนรอก็ได้

หรือใครอยากเล่นอะไรก็ไม่มีใครว่า

ระหว่างรอจะมีเด็กพม่ามีน้ำใจพยายามบอกว่าให้นั่งรอตรงไหน ส่วนน้ำใจที่เค้าคาดหวังจะได้รับกลับคือ การซื้อน้ำเย็นๆจากเค้าเอาไว้กินบนรถไฟ มีเด็กหลายคนถือตะกร้าขายน้ำเพราะงั้นก็ซื้อตามที่สบายใจไป

11.30 น.

บนรถไฟ คนค่อนข้างแน่น

มีหนุ่มพม่าสองคนนั่งชันเข่า หันหลังมองไปนอกหน้าต่าง แทะเม็ดทานตะวันไปดูวิวไป นี่ถ้าพี่เค้าได้เบียร์ไปคนกระป๋องน่าจะเข้าท่าน่าดู

ซักพักแก๊งแทะเม็ดทานตะวันลงไป ฝั่งที่พวกเรานั่งโดนแดดส่อง

ทางเลือกแรก: ย้ายฝั่งไปนั่งแทนที่พวกนั่งชันเข่าแทะเม็ดทานตะวันเมื่อกี้ที่โยนเปลือกทิ้งไว้

ทางเลือกสอง: นั่งทนร้อนที่เดิมต่อไป แดดส่องก็ส่องไป ไม่อยากนั่งทับเปลือกที่พึ่งผ่านการแทะจากแก๊งนั้น

จะเลือกอะไร?

เพื่อนเมย์: มึงย้ายเหอะ คือที่ที่เรานั่งอยู่มันก็คงไม่ได้สกปรกน้อยไปกว่าตรงนั้นหรอก

!!?!?!

ขำหนัก เออย้ายเหอะ นั่งแทนแก๊งนั้นดูท่าจะเย็นกว่าเยอะ

อากาศร้อน คนเยอะ หันไปมองหน้าเพื่อนเริ่มไม่อินกับขบวนรถไฟรอบเมืองนี้ละ เลยตกลงใจลงสถานีที่พอใจโดยไม่รู้ว่าสถานีนี้คือที่ไหน

จุดแวะ 5: Inya Lake

ลงจากรถไฟก็โบกแท็กซี่ไป Inya Lake กัน

ที่นี่เป็นสถานที่จู๋จี๋ อ้อล้อต่อกระซิกของหนุ่มสาวพม่า มีร่มคู่ละคันนี่แจ๋วเลย

จุดแวะ 6: Rangoon Tea House

ร้านอยู่ชั้นสอง ด้านหลังประตูนั้น บรรยากาศดี ชอบ~

อาหารพม่ากับบรรยากาศชิคๆ

บ่ายสองกว่าพึ่งได้กินข้าวเที่ยง หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย

ว่าจะสั่งชานมเย็นมากิน เพื่อนสั่งเบียร์เร็วมาก นี่พึ่งบ่ายสองนะ!!

กินก็ด้ะ :3

อาหารอร่อย เบียร์เย็นๆ นั่งยาวจนโต๊ะข้างๆเช็คบิลไปสองรอบ

รอบที่สองพี่ฝรั่งมีน้ำใจ หยิบยื่นเบียร์ที่กินไม่หมด ยกที่เหลือให้ พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ เค้ากินไม่หมดจริงๆ

พนักงานก็คงเห็นว่าพวกเราอยู่นานนนน กินไม่ลุกซักที อยู่ดีๆก็เอามันฝรั่งทอดสดมาเสิร์ฟให้กินฟรี

แหม่ะ ของฟรี มันดีต่อใจจริงๆ ฮ่าฮ่า

จุดแวะ 7: Sule Pagoda

เดินจากร้านกลับไปโรงแรม แสงกำลังคล้อยตามเวลาบ่ายแก่ๆยามเย็น

แวะไปถ่ายรูปเจดีย์ตั้งตระหง่านกลางแยกซะหน่อย

จุดแวะ 8: โรงแรมที่รัก Hotel Heritage @Yangon

ห้องดี สะอาด กว้างขวาง มีอ่างอาบน้ำ ดีกว่าที่คิดไว้

ติดอย่างเดียวตรงที่ไม่มีลิฟท์แล้วต้องปีนบันไดอย่างชันขึ้นไปเนี่ยแหละ ดีนะพวกเราอยู่ชั้นสาม ยังพอไหว

พนักงานที่นี่น่ารักยิ้มแย้ม บริการดีเลยกลบความเมื่อยในการปีนขึ้นบันไดไปได้

จุดแวะ 9: Shwedagon Pagoda

ใครๆก็บอกว่าให้ลองไปทั้งกลางวันกลางคืนดู สวยทั้งคู่

เลือกกลางคืนอย่างเดียวละกัน ไม่ร้อน

ยังเดินขึ้นไปไม่ถึงเจดีย์โดนเรียกซะก่อน

สาวพม่า: “Hey come here”

มีการเชิญชวน สามคนมองหน้ากัน แล้วเดินไปแบบซื่อๆ

สาวพม่า: “Sawasdeeka! Put your shoes in the bag”

พร้อมกับหยิบถุงก๊อบแก๊บมาเปิดกางให้เราใส่รองเท้าคนละใบ

ในใจคิด “โคตรดี คนพม่าทำไมมีน้ำใจแบบนี้นะ”

สาวพม่า: “1,000 Kyats”

ห๊ะ!! คือไร ถุงก๊อบแก๊บ 30 บาท เอางี้เลยหรอ ใส่รองเท้าลงไปแล้วด้วยจะไม่เอาก็ไม่ได้อีก

เพื่อนยื่นให้ไป 1,000 Kyats

สาวพม่า: “No. Total 3,000 Kyats.” “1,000 Kyats each”

ห๊ะ!!!! ถุงอย่างบาง แล้วนี่คิดใบละสามสิบ รวยตายเลยงี้

เออๆ คิดซะว่าทำบุญไป นี่ก็อยู่ในวัดเค้าแล้ว

เจดีย์ชเวดากองสวยจริงและข้างบนสงบมาก คนพม่าเองก็ขึ้นมานั่งพบปะ พูดคุย สวดมนต์ นั่งสมาธิกันที่นี่ ถ้าบ้านเราเลิกงานแล้วไปหาร้านนั่ง ที่พม่านี่เลิกงานมานั่งก็คงจะเนี่ยแหละมานั่งที่เจดีย์กัน

“น้อง คนไทยรึเปล่า” มีเสียงเรียกจากกลุ่มคนบริเวณเจดีย์

มีกลุ่มคุณน้าคุณอาที่เค้ามาทำงานที่นี่กำลังเล็งแสงเพชรบนยอดเจดีย์อยู่ แล้วใจดีเผื่อแผ่จุดเล็งเพชรมาถึงพวกเรา โดยสังเกตจากหน้าตาพวกเราแล้วคิดว่าน่าจะคนไทย

ขอบคุณนะคะ โชคดี ได้เล็งเพชรฟรีไม่เสียค่าไกด์ ฮ่าฮ่า

จุดแวะ 10: Vista Bar

วิวร้าน rooftop ก็ดีแบบนี้ล่ะ เห็นไปถึงเจดีย์ชเวดากอง สวยงาม

คำเตือน: ร้านนี้ไม่เหมาะกับการนั่งกินข้าวหรือแม้แต่อาหารทานเล่น ควรสั่งแค่เครื่องดื่มพอ

อรุณสวัสดิ์ ~

ตื่น กินข้าวชั้นดาดฟ้า อาบน้ำ ลุย

จุดแวะ 11: 999 Noodle Shop

มีเจ้าถิ่นใจดีพาเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้

พนักงานร้านนี้จะมีโชว์ประกอบในการเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวทุกชาม เริ่มจากวางชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ จากนั้นหยิบขวดพริกไทย เหยาะ 3–4 ที แล้ววางขวดอย่างเร็ว ทั้งหมดทำภายในสามวิ เร็วแค่ไหนคิดเอา

อิ่มแล้ว เดินไปเรื่อย

จุดแวะ 12: Scott Market

เดินไปจนถึง Scott Market แวะดูแป้งทานาคา ทาหน้าค่า เห็นว่าฮิต

ถึงจุดนี้ ถ่ายฟิล์มหมดม้วนพอดี แต่ดูเหมือนจะเกิดปัญหากับการกรอฟิล์ม ทำเอาเครียด ลุงขายแป้งแถวนั้นแกถ่ายรูปเหมือนกัน แนะนำให้ไปร้านแถวๆโรงแรมพวกเรา พยายามอธิบายทางและเขียนแผนที่ให้ ขอบคุณมากลุง มัวแต่ดูฟิล์มเลยไม่ได้ไปเดินดูของอะไรเลย จบที่ร้านแรกร้านเดียว

พอขึ้นแท็กซี่มา เช็คอีกที ฟิล์มเข้าม้วนเรียบร้อย สรุปไม่มีปัญหาอะไร หลงกังวลอยู่ตั้งนาน

จุดแวะ 13: Botahtaung Pagoda (เทพทันใจ)

ขอพรสิคะ ข้อเดียวพอ อย่าเยอะ

อยู่ย่างกุ้งมาเกือบสองวัน บอกตรงๆไม่ชอบคนในวัดนี้สุดตั้งแต่เจอคนพม่าในทริปนี้มา

ที่วัดนี้ได้เจอคนมาสองประเภท ซื่งคนส่วนมากน่ารัก ไม่ว่าจะคนให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าชมเจดีย์ คุณลุงที่ช่วยเพื่อนเราม้วนแบงค์ในการไหว้เทพทันใจ แต่จะมีเด็กและวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งที่ช่วยและคอยเดินตามเพื่อหวังเงินทำบุญ ซึ่งเราเข้าใจ

สำหรับเราเล็กๆน้อยๆเราไม่ถือ การม้วนแบงค์ให้แล้วขอเงินครั้งแรกยังโอเค ให้เงินแล้วก็ยังคอยตามแล้วพูดแต่ money money money อันนี้ไม่โอเคจริงๆ เหมือนมีคนเดินตามแล้วร้องเพลง Price tag ของ Jessie J ให้ฟังตลอดเวลา

ตามจนจะออกจากวัด มันเกินไป คนมาทำบุญต้องการสมาธิ ต้องขึ้นเสียงถึงจะหยุดตาม

จุดแวะ 14: ท่าเรือแถวเจดีย์

เป็นอาณาบริเวณที่มาพร้อมกับอารมณ์หลากหลาย

ไม่ว่าจะหมู่พระซื้ออาหารเลี้ยงนก
คนขึ้น-ลงท่าเรือ
อีกพวกแบกกระสอบขึ้น-ลงเรือ
ตู้คอนเทนเนอร์เรียงราย
วาดตารางเล่นหมากฮอสบนพื้นถนนก็ได้นะเออ

ไปไหนต่อดีล่ะ …

จุดแวะ 15: Craft Cafe

ลงเอยที่ร้านนี้ นั่งเล่น นอนเล่น ห้องน้ำสะอาด ฟรี wi-fi ดีเลยนะ

จุดแวะ 16: ร้าน Potato Break

นั่งอยู่ Craft Cafe เกือบสามชั่วโมง พร้อมออกมาเดินหามื้อเย็นกิน ก็ได้ร้านนี้ล่ะที่อยู่ใกล้คาเฟ่เมื่อกี้ ฝากความหวังไว้กินก่อนไปขึ้นเครื่อง

เมนูมีมีเยอะให้จิ้มตามใจชอบ จิ้มอันไหนปุ๊บ ไม่มีขายปั๊บ

คือส่วนมากที่อยู่บนเมนูเค้าไม่ขายแล้ว ถ้าจะกินก็มีแต่เฟรนช์ฟราย = =

จุดแวะ 17: Aung Mingalar Shan Noodle Shop

เฟรนช์ฟรายแค่นั้นคงไม่รอดถึงกรุงเทพฯแน่ เวลาก็จวนเจียนใกล้จะต้องไปสนามบิน แล้วยังจะต้องกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมอีก

เห็นร้านป้ายเขียวนี้คนนั่งอยู่เยอะพอสมควร เอาก็เอา

สั่งก๋วยเตี๋ยวมาอีกแล้ว ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเส้นอีกแบบ ลองไปเรื่อย

อร่อยอะ เครื่องเคียงร้านนี้ก็ใช้ได้

ส่วนเพื่อนสั่งข้าวผัดมา อร่อยมั้ย ดูเอา

หน้าบันเทิงมาก วันนี้จะกินหมดมั้ย

~~~

ได้อะไรจากทริป

- อาหารพม่าอร่อย อร่อยกว่าที่คิดไว้เยอะ

- ปริมาณอาหารต่อจานโดยเฉพาะถ้าเป็นข้าวจะใหญ่เกินคนเดียวสามารถกินให้หมดได้

- ราคาแท๊กซี่ถูก ไม่มีมิเตอร์ จะไปไหนให้ต่อรองราคาเอาอย่างเดียว ยิ่งมาหลายคนยิ่งหารเฉลี่ยถูกลงไปอีก

- เช่นเดียวกันกับเบียร์พม่าและอาหารพม่า ที่ราคามิตรภาพดีทีเดียว

- คนพม่า จิตใจดี น่ารัก มากด้วยนะ

- คนพม่ามีน้ำใจ ยินดีช่วยเหลือ ไม่ว่าเค้าจะพูดอังกฤษได้หรือไม่ได้ไม่รู้ เค้ายินดีช่วยหมด นี่ทำให้นึกถึงคนญี่ปุ่นตอนที่ไปเกียวโต โอซาก้าเลยนะ คนมีน้ำใจมากเหมือนกันทั้งๆที่พูดอังกฤษไม่ได้ก็พยายามช่วย

- คนพม่าส่วนมาก ทำบุญเป็นกิจวัตร นับถือและปฎิบัติตามหลักศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด

- พม่าก็มีร้านชิคกะด้าวนะเออ ร้านกาแฟ คาเฟ่ มีซ่อนอยู่ตามมุมเมือง

- คนไทยที่พม่าก็มีน้ำใจเช่นกัน ทั้งพี่วิศวกรให้คำแนะนำตอนเริ่มทริป อีกกลุ่มที่ถ่ายรูปที่เจดีย์ชเวดากองให้ และกลุ่มผู้บริหารที่ชี้ชวนให้ดูเพชรบนยอดเจดีย์ รวมถึงพี่โยรุ่นพี่ที่พึ่งได้รู้จักทั้งเลี้ยงมื้อค่ำ พาไปกินก๋วยเตี๋ยว แนะนำที่ซื้อของฝากและช่วยดูกล้องตอนฟิล์มมีปัญหา

- Internet ที่พม่าให้ใช้อย่างจำกัด wifiไม่เร็วมาก เรียกว่าอืด แต่ยังพอใช้หาข้อมูลและอัพรูปได้

- พม่า บันไดเยอะมากกกกก เดินขึ้นโรงแรม เดินข้ามสะพานลอย เดินขึ้นร้านอาหาร เดินขึ้นเจดีย์ชเวดากอง เดินขึ้นไปห้องน้ำที่คาเฟ่ เดินขึ้น rooftop(คิดเอากี่ชั้นที่ต้องปีนขึ้นไป)ที่ Vista Bar ฯลฯ

รูปเกือบทั้งหมดถ่ายจาก iPhone 5 และกล้องฟิล์ม รูปเบี้ยวและเบลอเนื่องจากเป็นการลองฟิล์มม้วนแรก จริงๆม้วนแรกนี่แค่รูปไม่เสียก็ดีใจจะแย่แล้ว

สิ่งที่เรียนรู้สุดท้ายของทริปนี้คือ รองเท้าแตะหูหนีบฟองน้ำทำให้เรารู้สึกสุภาพกับทุกสถานที่ ครั้งหน้าจะไม่ใส่รัดส้นละ

แล้วพบกันใหม่

เจซูบา — อะติดตุ๊ย

rapimoments

Written by

Travel Journals | Nature Lover

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade