อนิเมะและความก้าวหน้าครั้งใหม่ในรอบเดือน!

สวัสดีครับวันนี้กลับมาเริ่มต้นบทความฉบับใหม่ของผมครับ บทความฉบับนี้จะมีหัวข้อเกี่ยวกับ “อนิเมะและความก้าวหน้าครั้งใหม่ในรอบเดือน”
ชื่อก็บอกว่า “อนิเมะ” แสดงว่าสิ่งที่ผมเขียนมันก็เป็น ANIME ล้วนแล้วทั้งสิ้นครับ จะขอเกริ่นก่อนว่าสิ่งที่ผมจะเขียนลงในเว็บ Medium นี้จะเป็นบทความที่จะบอกถึงความเปลื่ยนแปลงและมุมมองสิ่งที่ผมวิเคราะห์มาในช่วงเวลาหนึ่งนะครับ อาจจะมีการเปรียบเทียบกันเล็กน้อยครับ แต่ถ้าทุกท่านที่อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถ comment มาข้างล่างบทความนี้ได้นะครับ
— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
เนื้อหา :
1.ความเปลื่ยนแปลงครั้งใหม่-ประวัติ
2.อิทธิพล แท้และเถื่อน
3.อธิบายเกี่ยวกับรายได้ของบริษัทญี่ปุ่นที่ทำอนิเมะส่วนใหญ่
4.LC ที่กำลังมีการเข้ามาใหม่เรื่อยๆ
5.วิจารณ์ค่ายดูอนิเมะ-การ์ตูนบนแอพ
ข้อมูลเนื้อหาที่ 3 โดย Akibatan และ ข้อมูลเนื้อหาที่ 4 โดย Dex , TIGA , AISPLAY , Cartoon Club , Gangcartoon app
— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —เนื้อหาแรก : ความเปลื่ยนแปลงครั้งใหม่-ประวัติ
โดยเนื้อหานี้จะเกี่ยวกับการเปลื่ยนแปลงครั้งใหม่ของวงการอนิเมะครับ ในที่นี้ก็คงจะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างวงการอนิเมะในปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งโครงสร้างเนื้ยแหละจะเป็นจุดบอกเราได้ว่า “วงการอนิเมะ” ในประเทศไทยจะอยู่รอดได้อีกนานหรือไม่ หรือ (จะเริ่มไม่ไหว-เริ่มแย่แล้ว) เอาล่ะครับ เรามาพูดในส่วนนี้กันก่อนเลย
ก่อนอื่น ผมจำเป็นต้องบอกก่อนว่า “วงการอนิเมะ” หรือ “วงการเกม” ล้วนแล้วเคยมีผู้นำที่มีการนำเข้ามาหรือนำเข้ามาเผยแพร่ ถ้านับตั้งแต่รุ่นแรกๆที่มีการพากย์การ์ตูนซึ่งตรงนี้มันก็เริ่มกลายเป็น Culture ส่วนหนึ่งของเด็กไทยรุ่นเก่าที่ควรจดจำ ระยะเวลาผ่านไป จนกระทั่ง ANIME ที่เราสามารถชมและมีความเร้าใจตื่นเต้น จนถึงวันนี้มันก็ทึ้งระยะเวลามากกว่า 10ปี แต่จุดเปลื่ยนของวงการนี้มีระยะเวลาแค่ 3–4 ปี
จุดเปลื่ยนครั้งที่เลวร้ายที่สุดในวงการนั้นก็คือ “การมีเว็บเถื่อน” และ “แผ่นก็อป” รวมถึงของหรืออะไรอื่นๆที่ไม่ใช่ของต้นสังกัดเจ้าของลิขสิทธิ์ จนกระทั่งปี 59–60 บริษัท ROSE หันไปลงทุนกับ BNK48 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้บอกก่อนเลยว่า “มีโอกาส 50 / 50” ที่ ROSE อาจจะหันกลับมา LC ต่อหรือไม่มีเลย เพราะการลงทุนครั้งนี้ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีมาก ถ้ามองในอีกแง่มุมมอง มันเป็นการต่อยอดงบประมาณบริษัทด้วย (ซึ่งตรงนี้หลายคนอาจจะมองปัญหาที่ตามมา) ปัญหาของเว็บ และ ปัญหาของการที่ Internet เริ่มมีอิทธิพลกับชีวิตเรามากขึ้น
ในช่วงยุคใหม่อินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลกับพวกเราอย่างมาก และการที่จะดูช่องหรือดูข่าวสารอะไรใน TV ถือเป็นเรื่องที่อาจจะเริ่มเป็นส่วนที่น้อยมากสำหรับบางคน ในขณะนี้หลายบริษัท และ หลายช่องสถานีโทรทัศน์บางแห่งเริ่มที่จะหันมาลงแรงใน internet โดยผ่านช่องทาง Social media ต่างๆในปัจจุบัน (FB , YT , Twitter)
โครงสร้างเปลื่ยนแปลงเมื่อปี 60 จนเกิดกระแส “แท้ต่อต้านเถื่อน” อย่างรุนแรงหนึ่งในนั้นคือ “โป๊ป” ที่เคยมีปัญหากับ Sakuga guy และ Devwhite


กระแสเรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์มีบทบาทมากขึ้นในช่วงปี 60 และ ปี61 ที่เป็นปีในปัจจุบันนี้เอง จนกระทั่งเกิดการเปลื่ยนขั้วอำนาจกันใหม่ “ทุกอย่าง” เริ่มมีความเปลื่ยนแปลงในตัวมันเอง “คนทำเว็บเถื่อนก็เช่นเดียวกัน”
พวกเค้าเริ่มหาวิธีเอาช่องโหว่ทางกฏหมายมาเล่นงาน และ บอกว่าตัวเองไม่มีความผิดซึ่งตรงนี้อาจจะย้อนแย้งกับสิ่งที่เค้ากระทำมาเมื่อนานมาแล้ว “การทื่ศึกษากฏหมายมาจะต้องรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร” ถ้ามันมีช่องโหว่ก็ไม่ควรไปหากินหรือแสวงหาผลประโยชน์กับมัน
ต้นเดือนมิถุนายน เพจต่อต้านได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ที่จะมารณรงค์เกี่ยวกับอนิเมะเถื่อน และ แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ดีในการรณรงค์ช่วงเวลานั้นเอง แต่ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ต้องพึ่งอยู่กับปัจจัยอะไรต่างๆ อาทิแอพดูหนังหรือการ์ตูนที่ลงในแอพและถูกลิขสิทธิ์ แต่แอพนี้มาสาขาที่ไทย หรือ แอพที่อยู่ที่ไทยแต่เดิมอยู่แล้วอาทิ DEX(Flixer) , Gangcartoon ที่ยังคงอยู่รอดมาจนถึงวันนี้ครับ
และช่วงเวลาที่เราไม่อาจจะมองข้ามไปในส่วนของแผ่น DVD ที่ถูกลิขสิทธิ์โดยมันมาจาก Boomerang แผ่น DVD ในส่วนของอนิเมะที่มีขายตามโลตัส หรือ ตามเซเว่น แม้กระทั่งห้างที่มีร้านแผ่น CD / DVD แบบถูกลิขสิทธิ์ก็มี และแน่นอนตรงนี้เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่อยู่ในคำพูดที่เรียกได้ว่า “เล็กน้อย” แต่พอที่จะทำให้เส้นทางการดูของแท้ และ การรณรงค์เป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนทาง Manga ก็คงไม่ต้องพูดถึงเพราะว่ามันมีการนำเข้ามาแบบถูกลิขสิทธิ์แบบไม่ต้องพูดมากแล้วก็ซื้อซะ โดยรายได้พวกนี้มันก็เป็นเพียงรายได้รองจากการขายลิขสิทธิ์ LC อนิเมะฉายแต่ละเรื่องบนแอพ หรือ เป็น LC ที่ผลิตมาโป้งเดียวทำรายได้เกือบพันล้าน-หมื่นล้านอาทิ Your name
การเปลื่ยนแปลงครั้งใหม่เริ่มต้นจาก 60 และจนถึงปี 61 ที่กำลังกลายเป็นปีแห่งความเปลื่ยนแปลงและพัฒนาวงการอนิเมะ และ แน่นอนพวกเราจะต้องมายืนยินดีกันด้วยว่า “เส้นทางการดูอนิเมะแท้” และ “การสนับสนุนเจ้าของอนิเมะ” เส้นทางเหล่านี้มันกำลังเปิดออกเหมือนแสงสว่างที่มาฉายบนหน้าประวัติศาสตร์ของไทยที่มืดมนมานับเวลา 2ปี หรือ นานกว่านั้นที่เราต้องมาอยู๋กับเว็บเถื่อนที่มีไวรัสและโฆษณา
(พูดแบบกลางที่สุด) ก็คือ เราควรรอทางสว่างเปิดและรอเพื่อสนับสนุนมันแทนดูเว็บเถื่อน และ จงระวังหากใครซักคนดิ้นหรืออกมาโวยวายเรื่องเว็บหรือการปกป้องคนดูเถื่อนหรือเว็บเถื่อน จงจำไว้ว่าอย่าตอบโต้ครับ เพราะมันจะเป็นเหมือนการเอาน้ำมันไปราดกับกองไฟให้มันยิ่งประทุขึ้น แต่การประทุนั้นทำให้ คนรอบๆเริ่มมีจิตสำนึกเกี่ยวกับการดูแท้และเถื่อนกันขึ้นมาแล้ว..
— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
เนื้อหาที่สอง : อิทธิพลแท้และเถื่อน
เนื้อหานี้จะสืบข้อความและความเห็นมาจากเนื้อหาอันแรก โดยเนื้อหาที่จะบอกถึงความอยู่รอดและความเป็นไปได้ของวงการที่จะอยู่รอด โดยอาศัยปัจจัยเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น .. นั้นก็คือ “แท้และเถื่อน” ถ้าหากเข็มทิศที่จะชี้ความเป็นอยู่ และ ที่จะชี้ความล่มสลาย ในตอนนี้เข็มที่ว่านั้นชี้และเอียงไปทางไหน? ผมมาตอบให้เองครับ
คือ ต้องบอกก่อนว่า “อิทธิพลแท้และเถื่อน” มันสืบเนื่องมาจากตอนมีดราม่าอนิเมะแท้และเถื่อนครับ ถ้าผมจำไม่ผิดราวๆกับช่วงเดียวกันกับเนื้อหาแรก ที่ผมเขียนก็ราวๆตอน ROSE หันไปลง LC น้อยและเน้นเรื่องงบประมาณมากขึ้น (อันนี้คือสิ่งที่มีความเป็นไปได้) มันเริ่มตั้งแต่ดราม่าช่วงแรกๆที่ทะเลาะกันเรื่องอนิเมะ cough โดยตอนนี้เจ้าของปัจจุบันก็คือ “คุณโป๊ป” เค้ายังไม่ไปไหนนะครับเค้ายังเป็นเจ้าของอยู่ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะบอกว่าหันไปลงโฆษณาแต่ละเว็บ แต่ความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้คุม dashboard คือ 0% (แสดงว่าเจ้าตัวยังคุมเว็บไซต์อยู่) refer มาจากคลิปนึง
โดยในปัจจุบันอิทธิพลแท้และเถื่อน เริ่มมาจากการที่มีอนิเมะ lc เข้าไทยน้อยลงไปเรื่อยๆถ้านับจากหลัง rose ห่างหายจากการนำเข้าอนิเมะ lc ที่ตอนนี้มีหลายๆเจ้าเริ่มลุกขึ้นมาแสวงหาผลประโยชน์เข้าบริษัทของตัวเองโดยล่าสุด AISPLAY ในตอนนี้มีการนำอนิเมะจาก ANIPLUS มาลงในแอพและพร้อมแปลซับไทย
Flixer ตอนนี้ก็เริ่มมีอนิเมะนำเข้าใหม่มาเรื่อยๆแต่ไม่ถี่มาก
Gangcartoon ตอนนี้ก็มีอนิเมะเก่าๆแบบเดิมอยู่แต่ยังไม่มีข่าวหรือการเคลื่อนไหวใดๆ
Netflix ตอนนี้มีอนิเมะเข้าใหม่และหนังเข้าใหม่เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับถี่มาก
Crunchyroll (USA) มีอนิเมะเข้าใหม่มาตลอดไม่ขาดสาย
ความเปลื่ยนแปลงและอิทธิพลแท้และเถื่อนในตอนนี้
มันเริ่มที่มีมากพอที่จะ “เปิดเส้นทาง” ในการให้ประเทศเราและเด็กไทยหรือคนที่มีอายุเยอะได้เข้ามาอุดหนุนเกี่ยวกับอนิเมะลิขสิทธิ์ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะตอบสนองความต้องการของพวกเค้าได้หรือไม่? “บริษัทในไทยตอนนี้จะเป็นผู้ชี้ชะตาอีกหนึ่งตัวเลือก” ว่าถ้าหากเค้าไม่ล้มเลิกแผนที่จะนำ LC เข้าไทยเพิ่มเติม หรือ เปิดช่องทางที่ลูกค้าต้องการอันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะล้มล้างอิทธิพลการดูอนิเมะเถื่อนไปได้
และมันกำลังเปิดหน้าขึ้นในช่วงเวลาปีนี้ “เมื่อมีเส้นทางหรือช่องทางการดูแท้เพิ่มมากขึ้นและมันมีหลายตัวเลือกตรงนี้มันเป็นเสน่ห์ที่จะดึงดูดคนที่อยากอุดหนุนอนิเมะถูกลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นได้” และช่องทางนี้จะต้องมีการชักชวนกันมา มีการโฆษณาที่สำคัญมันจะเป็นการช่วยให้คนหันมาสนใจและเริ่มอุดหนุนมากขึ้น ช่องทางนี้มันสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว..
“อิทธิพลการดูเถื่อนกำลังเริ่มหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของบางวงการไม่ใช่แค่เฉพาะวงการอนิเมะแต่จะเป็นทุกวงการที่เกี่ยวกับการดูเช่นการดูหนัง-ภาพยนตร์”
ทุกอย่างมันกำลังเริ่มขึ้นครับและตอนนี้ก็กำลังดำเนินการอยู่..


— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
เนื้อหาที่สาม : อธิบายเกี่ยวกับรายได้ของบริษัทญี่ปุ่นที่ทำอนิเมะส่วนใหญ่
โดยกรณีของเนื้อหาที่สามนี้ผมจะ refer จากเว็บข่าว Akibatan มานะครับ
Akibatan < ลิ้งอยู่ในนี้นะครับ
โดย ทาง Teikoku Databank ได้รวบรวมข้อมูลจากบริษัทผลิตอนิเมะกว่า 255 บริษัทเมื่อเดือนกรกฏาคม 2018 โดยกว่า 90% ตั้งอยู่ที่โตเกียวและในจำนวนนั้นมี 150 บริษัทที่ก่อตั้งหลังปี 2000 เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่ค่าเฉลี่ยรายได้ของสตูดิโออนิเมะมากถึง 800 ล้านเยน หลังจากที่เคยสูงสุดเมื่อปี 2007 ที่ทำไว้กว่า 1.175 พันล้านเยน แต่ก็มีการลดลงต่อเนื่องมาหลายปีจากการเพิ่มขึ้นของสตูดิโออนิเมะที่เริ่มธุรกิจและจ้างบริษัทต่างชาติแถบเอเชียในรูปแบบ outsource
สำหรับรายได้เฉลี่ย 800 ล้านเยนนี้มีสตูดิโอ 82 แห่งที่ทำรายได้ไม่ถึง 100 ล้านเยนและ 72 แห่งที่ทำรายได้ระหว่าง 100–300 ล้านเยน หลายสตูดิโอมีขนาดเล็กมาก โดย 86 แห่งมีพนักงานเพียง 5 คนหรือน้อยกว่านั้น อีก 83 แห่งมีตั้งแต่ 6–20 คน และอีก 51 แห่งมีตั้งแต่ 21–50 คน (โดยรวม 94.5% มีพนักงานน้อยกว่า 100 คน)
โดยสตูดิโอรายใหญ่มีรายได้เข้ามาเฉลี่ย 1.65 พันล้านเยน ในขณะที่สตูดิโอลักษณะพิเศษมีรายได้เฉลี่ย 273 ล้านเยน เมื่อรวมทั้งสองทำให้ยอดรายได้เพิ่มขึ้นในปี 2017 โดยทาง Teikoku Databank ได้เผยว่ารายได้หลักจากสตูดิโอขนาดใหญ่มาจาก Video Streaming แบบเสียเงินและรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ ในทางตรงกันข้ามมีการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสตูดิโอลักษณะพิเศษขนาดเล็ก ทำให้มีการลดต้นทุนลงแต่การทำงานเพิ่มขึ้นทั้งที่มีพนักงานน้อย จนเป็นปัญหาดังที่เราเคยนำเสนอข่าวอยู่หลายครั้ง

อันนี้เป็นข้อความที่ผมคัดลอกมาจากบนเว็บนะครับ “ตั้งข้อสังเกตุกันตรงนี้เลยครับ”
และผมจะตั้งคำถามกับคนที่อ่านบทความถึงตรงนี้นะครับ ถ้าหากเราอุดหนุนเว็บ Streaming อย่าง Netflix อันนี้เราก็แน่นอนว่า “ทางบริษัทญี่ปุ่น” และ “รวมถึงคนวาด” ก็จะได้เงิน แต่ตรงนี้ก็ต้องมาแบ่ง % กันถูกไหมครับ? และแน่นอนถ้าเรารู้อย่างงี้และบริษัทเค้าจะไม่ได้รายได้ได้ยังไง? และแน่นอนซับไทยที่แปลบน Netflix มันไม่ใช่ซับเถื่อนหรอกครับอย่าพึ่งเข้าใจผิด แต่มันติดปัญหาที่แย่พอๆกับ fan-sub บางเพจที่ละเมิดสิทธิ์ นั้นก็คือ การแปลซับโดยใช้ “จินตนาการ” ในการแปลแต่ไม่ได้เรียนรู้ภาษาของประเทศนั้นๆมาก่อน นี้อาจจะเป็นเรื่องที่อาจจะเข้าใจผิดในด้านการสื่อสารก็ว่าได้ ถ้าไม่นับปัญหาเรื่องโปรแกรมที่ทำซับที่พิมพ์ภาษาไทยผิดพลาด.
คำถามที่ผมจะตั้งกับพวกคุณก็คือ “คุณคิดว่า” การที่มีเว็บอนิเมะเถื่อนญี่ปุ่นคิดว่าเป็นการโปรโมตหรือไม่ครับ? และ คิดว่าการมีเว็บอนิเมะเถื่อนทำให้เจ้าของสามารถได้รายได้จากพวกเค้าหรือไม่ครับ?
2คำถามที่ยังวนอยู่กับเว็บเถื่อนนะฮะ 555

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
เนื้อหาที่สี่ : LC ที่กำลังมีการเข้ามาใหม่เรื่อยๆ
เนื้อหาที่สี่จะต้องย้อนกลับไปดูเนื้อหาที่หนึ่งและสองครับ เพราะอันนี้จะวนอยู่กับ lc อย่างเดียว เพราะตรงนี้เราก็บอกได้ว่า “เว็บเถื่อนนั้นผิดกฏหมายและผิดจรรณาบรรณด้วยซ้ำครับ”
อนิเมะ lc ที่เข้าไทยมาใหม่เราจะต้องไม่หาใครที่ไหนไกลนอกจาก dex เพราะตอนนี้ dex ยังเป็นเจ้าเดียวที่ยังมีแรงพอที่จะพูดคุยหรือยังคงอยู่ในเรื่องของอนิเมะลิขสิทธิ์ที่นำเข้ามาครับ … แต่ถ้าเป็น anime movie ล่ะ? ก็ไม่พ้น JAM ครับ (Japan Anime movie) ที่ตอนนี้ยังมีหลายเพจอนิเมะในไทยที่คอยให้การสนับสนุน JAM กันอยู่จุดประสงค์ก็คงไม่มีอะไรมากไปจากการสนับสนุนให้คนไทยหันมานิยมดูอนิเมะถูกลิขสิทธิ์กันแล้วครับ
ฉะนั้น เนื้อหาที่สี่ก็จะสรุปได้ง่ายๆก็คือ LC บางเรื่องถึงจะมีเข้ามาน้อยนิดแต่มันก็คงเข้าอยู่บางเรื่อง ถึงจะไม่ตอบโจทย์คุณแต่คุณสามารถไปดูช่องทางอื่นๆก็ได้ แต่ไม่ใช่ตัวที่มันตัดรายได้ของผู้ผลิตนะครับ หรือ เจ้าของ (มันแย่มากที่เราอยู่ร่วมกันแบบนี้)
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าบางค่ายเป็นสถานีโทรทัศน์เค้าเอามาฉายเฉยๆนะฮะ ตรงนี้ก็ต้องว่าด้วยเรื่องกระบวนการกันต่อไป บางค่ายก็เป็นผู้ถือสิทธิ์ lc และทำแอพขึ้นมาและนำอนิเมะหรือหนังลงในแอพของตัวเอง ฯลฯ





— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
เนื้อหาที่ห้า : วิจารณ์ค่ายดูอนิเมะ-การ์ตูนบนแอพ
แน่นอนการวิจารณ์ก็ถือเป็นการ feedback ให้กับเจ้าของแอพหรือบริษัทที่ถือ lc นำไปแแก้ไขหรือปรับเปลื่ยนอะไรบางอย่าง เพื่อทำให้ถูกใจกับคนกลุ่มอื่นๆ หรือ เฉพาะกลุ่มเดียวครับ
ถ้าให้ผมวิจารณ์ตอนนี้นะ : อนิเมะมันยังมีมากไม่พอที่จะตอบสนองคนดูส่วนใหญ่ได้ครับ ถึงแม้ว่าอิทธิพลแท้กำลังซึมซับว่าด้วยเรื่องจิตสำนึก (กำลังปลูกฝั่งด้วยสื่อและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง) แต่ตอนนี้มันยังไม่พอที่จะตอบสนองฉะนั้นถ้าให้ดีก็นำเข้ามาเยอะๆ โดยเฉพาะเรื่องที่มาในแต่ละ season ตามปีครับซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่พูดได้ว่า “สำคัญมาก” และผมเชื่อว่า ถ้าบริษัทใดในไทยทำได้ บริษัทนั้นจะสามารถกอบโกยรายได้อย่างมหาศาลแน่นอน โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลอ้างอิง หรือ ใช้คำพูดที่มันสละสลวยเลย แต่ถ้าคุณทำได้พวกเค้าก็ต้องรออุดหนุนอยู่แล้ว “ทุกคนมีเงินอยู่ในมือที่พร้อมจะสนับสนุนครับ” ผมบอกไว้เพียงเท่านี้สำหรับเนื้อหาการวิจารณ์ ผมพอจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นเป็นกลางได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้นะครับ
— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —
สำหรับวันนี้ก็มีเนื้อหาเพียงเท่านี้ครับถ้าหากใครได้รับประโยชน์อะไรสามารถนำไปบอกคนอื่นต่อได้นะครับ ^^
Fanpage : Yamineko
