ธรรม

เวลาที่ใครซักคนพูดคำว่า “ธรรมะ” ขึ้นมา ความหมายก็คงจะเป็นที่เข้าใจกันได้โดยทั่วกัน ทุกคนค่อนข้างเข้าใจคำนี้ และผูกความหมายของมันเอาไว้กับสิ่งที่เรียกคุณความดี หรือการประพฤติที่ดี เหมือนกับตัวอย่างวลีหลายๆวลีเช่น

  • เป็นคนดีมีธรรมะ
  • อยู่ในศีลอยู่ในธรรม

ผมเคยเปิดพจนานุกรมไปเจอความหมายของคำว่า “ธรรมชาติ” โดยบังเอิญ ซึ่งในนั้นแปลไว้ว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปแต่แรก เป็นไปตามธรรมดาของสิ่งนั้นๆ พอลองคิดเล่นๆ ก็สงสัยว่าคำว่าธรรมกับธรรมชาติมันมีความหมายใกล้เคียงกันมั้ย ธรรมชาติอาจจะมาจากคำว่าธรรมก็ได้ ถ้าแบบนั้นแปลว่ามีความหมายของความดีอยู่ในธรรมชาติด้วยรึเปล่า

พอลองเปิดหาคำว่า “ธรรม” ดูบ้าง ก็พบอีกความหมายที่ไม่คาดคิด ธรรมนอกจากจะแปลว่าคุณความดีแล้ว ยังมีความหมายที่หมายถึงความจริงอีกด้วย ซึ่งผมเองกลับรู้สึกชอบในความหมายนี้มากกว่า ความดีนั้นอย่างที่รู้กันว่าเป็นสิ่งที่เป็นอัตวิสัย คนนึงอาจจะรู้สึกว่าการกระทำแบบนี้ดี แต่อีกคนอาจจะรู้สึกตรงกันข้าม ความดีสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย สิ่งที่ดีในอดีต วันนี้อาจจะไม่ดีแล้วก็ได้ ความดีเปลี่ยนแปลงไปตามบทบาทหน้าที่ คนที่ทำหน้าที่อย่างหนึ่งอาจเห็นการกระทำอย่างหนึ่งว่าเป็นความดี แต่คนที่อยู่ตรงข้ามก็อาจจะคิดว่าไม่ใช่

ถึงจะเถียงกันไปหรือพยายามทำความเข้าใจคนอื่นสักเท่าไหร่ คาวมดีก็ยังคงไม่แน่นอนอย่างที่เห็นอยู่ดี แต่คำว่าความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น อาจจะมีหลายคนคิดว่าจริงๆแล้วความจริงก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามบุคคลได้เหมือนกัน ซึ่งนั่นเองผมก็ยอมรับ เพียงแต่ความความจริงโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลงได้ยากกว่าความดี แถมถ้าบอกว่าความจริงแล้วความจริงเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ยังได้ความจริงอย่างหนึ่งมาอยู่ดี นั่นก็คือความจริงที่ว่า “ความจริงเปลี่ยนแปลงได้”

พอพูดถึงธรรมในแง่นี้ทำให้ผมรู้สึกดีกับศาสนาพุทธมากกว่า ในเรื่องของกฎแห่งกรรมที่หลายคนอาจจะชอบกล่าวอ้างก็ยังดูพิสูจน์ได้ยากมาก ไม่เหมือนกับคำสอนในเรื่องของไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งพยายามอธิบายถึงความจริง ความจริงที่ว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืน ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงได้ (ผมไม่แน่ใจว่าหมายรวมไปถึงคำว่าความจริงด้วยรึเปล่า)

ได้คิดแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าจิตใจปลอดโปร่งมากกว่า ได้รู้จักว่าทุกสิ่งไม่ยั่งยืน ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่เราคิด ทุกสิ่งยอมเป็นไปตามที่มันเป็น เราเองไม่สามารถควบคุมอะไรได้ ถ้าจะพอควบคุมได้บ้าง ก็คือควบคุมจิตใจของเราเองให้เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่เราไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นแล้วการใช้ชีวิตของเราก็คงจะรอบคอบขึ้น ปล่อยวางมากขึ้น

ถึงจะพูดแบบนี้แต่จริงๆแล้วผมเองก็ยังพอเชื่อในสิ่งที่เรียกว่าดีอยู่บ้าง ถึงจะบอกว่ามันขึ้นกับตัวบุคคลก็ตามที แต่ผมยังคิดว่าเรายังควรที่จะทำในสิ่งที่ดี แต่ต้องไตร่ตรองให้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ว่าความดีที่เราคิดมันดีทั้งกับเราและคนอื่นจริงหรือมั้ย มีใครที่จะรู้สึกไม่ดีกับความดีของเรารึเปล่า (ซึ่งบางครั้งก็คงจะมี) เรื่องทำดีแล้วได้ดีผมเองก็ไม่ได้ยึดติดอะไร เรียกได้ว่าแทบไม่ได้เอามาคิดเลยมากกว่าว่าการกระทำของตัวเองจะได้รับผลตอบแทนกลับมามั้ย รู้สึกแค่ว่าถ้าเราไตร่ตรองมาอย่างดี แล้วคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น แค่นั้นก็น่าจะทำให้หัวใจของตัวเองได้เป็นสุขขึ้นบ้างแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อก็ไม่ต้องกังวลมากมาย เพราะอย่างไรทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ใจเราคิดแน่ๆ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.