วิธีที่ได้ผลในการแก้ไขเรื่องการผัดวันประกันพรุ่ง

จากคำถาม “What’s an efficient way to overcome procrastination?” คำตอบโดย Suresh Rathinam www.quora.com
  • Quora เป็นเว็บคล้ายๆ Reddit แต่จะมีเนื้อหาค่อนข้างจะจริงจังกว่า อ่านง่ายกว่า รูปแบบทันสมัยกว่า (แต่ความมันส์ในอารมณ์การสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ตสำหรับผมแล้วก็คงเป็น reddit) มีหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจลองเข้าไปดูที่ http://www.quora.com

วันนี้มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ “พฤติกรรม” ของคนเรามาฝากโดยผ่านคำถามที่ว่า

“มีวิธีไหนดีๆช่วยแก้เรื่องผลัดวันประกันพรุ่งไหม”

คำตอบที่เจ๋งโดยคุณ Suresh Rathinam คือ

ผมเคยเป็นคนที่ขี้ผัด(วัน)มานานมากจนกระทั่งผมเข้าใจพื้นฐานของมันอย่างถ่องแท้ว่าทำไมผมถึงเป็นแบบนั้น ถ้าอยากจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง คุณต้องมีความอยากอย่างแรงกล้าที่จะกำจัดไอ้นิสัยแบบนี้ออกไปจากชีวิตเสียก่อน วิธีการต่างๆข้างล่างนี้อาจช่วยได้มาก

จากย่อหน้าแรกที่คุณ Rathinam พูดมาก็มีเหตุผลนะ เพราะหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนิสัยเราถึงมาเป็นแบบนี้ อาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูหรือนิสัยส่วนตัวที่บ่มเพาะมาเป็นแบบนี้ก็ได้ แต่ในเมื่อเราอยากแก้ไขนั่นเป็นเรื่องดี ไหนลองมาดูวิธีกันเลยดีกว่า

1. บันทึกกิจกรรมที่ทำประจำวัน
  • เมื่อตอนที่ผมเริ่มจดรายการของกิจกรรมต่างๆที่ผมทำทุกวัน มันรู้สึกคล้ายๆว่าไร้สาระแถมเสียเวลา แต่หลังจากที่ผมนำมันมาวิเคราะห์หนึ่งเดือนให้หลัง ผมเห็นชัดเลยว่าทำไมผมถึงมีเวลาไม่พอสำหรับกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน อีกอย่างมันทำให้มองเห็น “พฤติกรรม” แย่ๆที่ผมสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย
  • ผมใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับ Facebook และจมอยู่กับ “คำสาบคลิกไปเรื่อย” แบบว่าดูวิดิโอใน Facebook แล้วก็ไป YouTube แล้วต่อด้วย Twitter เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งมันโคตรจะเสียเวลาที่มีค่าเลย
2. ลองทำความเข้าใจ ทำไมเราถึงผัดวันประกันพรุ่ง
  • เราผัดวันเพราะบรรดา “พฤติกรรม” ที่เราสร้างมันขึ้นมาเรื่อยๆตลอดเวลาที่ผ่านมา แบบถ้าเกิดมีความคิดที่อยู่ๆผุดขึ้นมาในหัวเช่น “วันหยุดนี้จะไปไหนดี” แค่นี้นะ จากนั้นผมก็จะเข้าเน็ตแล้วหาเลย แล้วก็ไม่จบแค่นี้นะเข้า Facebook ต่อเพื่อดูว่าเพื่อนๆไปไหนกันมาแล้วก็มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดให้ผมสนใจคลิกเข้าไปต่ออีกเรื่อยๆ นี่มันเป็นซะแบบนี้
3. แล้วเราสร้าง “พฤติกรรม” ได้อย่างไร
  • ผมทำตามที่เล่าไว้ด้านบนทุกวันมันทำให้ผมใช้เวลาทำงานจริงๆนานเกินเวลาและไม่มีเวลาเหลือสำหรับกิจกรรมที่จำเป็นจริงๆในชีวิต ผมเข้าใจในทันทีเมื่อได้อ่านหนังสือชื่อ Power of habit โดย Charles Duhigg
  • หลังจากเข้าใจในหลักพื้นฐานของ “พฤติกรรม” นั่นช่วยผมได้เยอะมาก ผมเริ่มจาก “สัญญาณ” กรณีของผมคือความคิดที่บังเอิญผุดขึ้นมาในหัวและ “กิจวัตร” ของผมคือการค้นหาข้อมูลเพื่อสนองความคิดนั้นและ “รางวัล” ที่ได้คือ การที่ได้หยุดพักงานที่เครียดชั่วคราวหรือความพอใจที่ได้รับคำตอบจากคำถามนั้น นี่ที่มันดูดเวลาของผมไปเกือบทั้งหมด

สามข้อที่ผ่านมาก็ถือว่าใช่เลยคุณ Rathinam ยังยกตัวอย่าง สัญญาณแรกเริ่มคือ รองเท้าวิ่งซึ่งทำให้เกิดกิจวัตรคือการวิ่ง กิจวัตรการวิ่งนำไปสู่รางวัลคือการที่ได้วิ่งหรือได้ซึมซับเอนโดรฟินที่หลั่งหลังจากมองดูรองเท้าวิ่ง แล้วมันก็จะวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

4. เปลี่ยน “พฤติกรรม” ยังไง
  • พยายามทำตัวเองให้โดนหันเหความสนใจน้อยที่สุดโดย ปิดอินเตอร์เน็ตเพราะงานส่วนใหญ่ของผมไม่ได้ใช้มัน ถ้ามีความคิดที่ผุดขึ้นมาผมจะจดใส่โน๊ตไว้แล้วค่อยไปหามันทีหลังแทน ตั้งกรอบเวลาให้กับงานที่ทำโดยจะมีช่วงพักไร้สาระประมาณ 5 นาทีไม่เกินนี้
  • สร้าง “พฤติกรรม” ใหม่ ติดตามกิจกรรมของตัวเอง มันก็เป็นเรื่องลำบากสำหรับผมเหมือนกันนะที่จะต้องจดกิจกรรมที่ทำทุกวัน ผมจะแบ่งเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนนอนจดบันทึกกิจกรรมที่ทำทั้งวันลงไปแบ่งเป็นรายชั่วโมงและลองดูคร่าวๆเพื่อที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นในวันต่อไป เช่น 9.00–10.00 ประชุมก่อนเริ่มงาน 10. 00–11.00 Project#1 แบบนี้จากนั้นผมจะจัดลำดับความสำคัญของงานที่ผมจะต้องเอาใจใส่ให้มากกว่านี้ในวันพรุ่งนี้ และจะจดบันทึกงาน 3 ชิ้นที่จะต้องให้เสร็จในวันพรุ่งนี้ จากนั้นลองวิเคราะห์ดูทุกเดือนหรือสามเดือน

วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมดูแล้วน่าสนใจมากคุณ Rathinam ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า

วิธีที่บอกมาข้างบนนี่ผมใช้กับตัวเองแล้วได้ผลอย่างดีเยี่ยม ผมมีเวลาที่เหลือมากขึ้นในชีวิต หวังว่ามันคงช่วยคุณได้เช่นกันนะ ถ้าได้ลองแล้วช่วยบอกผมด้วยว่ามันได้ผลหรือไม่

ลองไปทำกันดู!!!