[ th ] ฝึกงานครั้งแรกกับ SkillSolved Headhunter Thailand

สวัสดีค่ะ :D

เพิ่งเขียนบนเว็บนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เขียนบน blogspot มาโดยตลอด แต่เห็นว่าพี่ ๆ ที่ไปฝึกงานนิยมเขียนเล่าประสบการณ์ลงบนนี้กันมากกว่า เลยลองย้ายมาเขียนบนนี้ดูบ้าง


ฝึกงานมันเป็นยังไง ~

อย่างแรกเลย เวลาบอกใครว่าตอนนี้เรากำลังฝึกงานอยู่ ก็มักจะได้รับคำถามกลับมาว่า “นี่จะปี 4 แล้วหรอ !?”

เปล่าค่ะ….เราเพิ่งขึ้นปี 3 แต่ด้วยสาเหตุที่ยังไงตอนขึ้นปี 4 ก็ต้องฝึกงานสหกิจของคณะ 6 เดือนเต็ม ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าปิดเทอมนี้อยากทำอะไรที่เราชอบและถนัดจริง ๆ ก่อนที่ปิดเทอมหน้าจะไปฝึกงานในสายงานที่ตัวเองเรียนมา (วิศวกรรมซอฟท์แวร์ )

เป็นโชคดีของเราที่เห็นโพสท์รับสมัครเด็กฝึกงานตำแหน่ง Conten Editor ของบริษัท SkillSolved Headhunter Thailand เราจึงไม่รีรอที่จะส่งอีเมลล์ แนบเรซูเม่และพอร์ตงานเขียนทั้งหมดไปยังฝ่าย HR …ไม่กี่วันต่อมา เราก็ได้รับการนัดหมายเวลาสัมภาษณ์ พร้อมทั้งการบ้านที่เป็นบทความภาษาอังกฤษกลับมาให้ทำ เพื่อทดสอบว่าทักษะภาษาของเราเป็นอย่างไร


วันสัมภาษณ์

เรามาถึงตึก FYI Center ก่อนเวลานัดหมาย (กลัวหลง) อาคารที่ตั้งของออฟฟิศเป็นแบบนี้ค่ะ บรรยากาศร่มรื่น ดูสะอาดตา ตึกสวย น่ามาทำงาน อีกทั้งเดินจาก MRT 
ศูนย์สิริกิติ์เพียงไม่ถึง 10 ก้าวก็ถึงแล้ว

พี่ที่สัมภาษณ์เราเป็น Art Director ซึ่งพี่คนนี้ทำหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์ต่าง ๆ ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ การประชาสัมพันธ์ สื่อ ฯลฯ ขั้นตอนการสัมภาษณ์ก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ค่ะ ชิลมาก พี่เขาให้เราพูดภาษาอังกฤษให้ฟัง (เพราะตำแหน่งนี้ require ว่าภาษาอังกฤษต้องอยู่ในเกณฑ์ดี ) แล้วก็ถามอะไรหลายอย่าง เช่น

“เรียนวิศวะ แต่ทำไมมาสมัครตำแหน่งนี้ ?”

ตามเหตุผลข้างบนเลยค่ะ ปิดเทอมนี้อยากหาอะไรที่ชอบจริง ๆ ทำ ก่อนที่ปิดเทอมหน้าจะไปฝึกงานในสายงานที่ตัวเองเรียนมา

“เคยมีประสบการณ์ในสายนี้มาก่อนไหม ?”

ก่อนหน้านี้เราเคยเป็น 1 ในทีม Copywriter ให้ TEDxKasetsartU ค่ะ ก็เขียนบทความต่าง ๆ คอยลงคอนเทนต์บนหน้าเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์

“บริษัทเราทำเกี่ยวกับอะไร ? ”

คำถามนี้สำคัญและตอบยากมากเลย แต่เราทำการบ้านมาดี 5555555 จึงสามารถอธิบายได้ว่า ที่นี่เป็นบริษัท Start-up ด้าน Recruitment (จัดสรรทรัพยากรบุคคล)

พอคุยกันสักพัก พี่เจ้าของบริษัท(CEO)ก็เข้ามาร่วมสัมภาษณ์เราด้วย ตอนนั้นแอบรู้สึกอึ้งปนดีใจนิดหน่อยที่เรามาสมัครฝึกงานในตำแหน่งเล็กๆ แต่พี่เขาเข้ามาคุยกับเราเองโดยตรง

แล้วพี่ ๆ ก็ยินดีต้อนรับเราเข้าสู่ SkillSolved อย่างเป็นทางการ *จุดพลุฉลอง*


ทำงานวันแรก

เราตื่นตี 5.50 น. — ตื่นเช้ากว่าตอนไปเรียนอีกกก ! อันที่จริงอยากตื่นหกโมงครึ่งค่ะ แต่คิดว่าไม่น่ารับมือไหวกับการจราจรในเส้นพหลโยธินช่วงเช้า ยิ่งช่วงนี้เปิดเทอมเด็กนักเรียนด้วย ..ขอไม่เสี่ยงดีกว่า

หลังจากฝ่าฟันรถติดมาได้ เราก็ถึงที่ทำงานประมาณ 8 โมงเช้า พอมาถึงก็เจอพี่ ๆ ที่เป็น Recruiter และเพื่อนฝึกงานอีกคนมาทำตำแหน่ง Creative Designer

พอทุกคนมาถึงออฟฟิศกันครบแล้ว พี่เจ้าของบริษัทจึงให้เรากับเพื่อนแนะนำตัวว่าชื่ออะไร มาจากไหน และมาฝึกงานในตำแหน่งอะไร — บรรยากาศที่นี่อบอุ่นดีค่ะ

จากนั้นพี่ Art Director ซึ่งเป็นหัวหน้าเรา ก็แจกแจงตารางงานว่า วันไหนต้องทำอะไรบ้าง แล้วตอนเที่ยงก็มีโอกาสได้ไปทานข้าวเที่ยงกับทุกคนในบริษัทที่โรงแรมใกล้ออฟฟิศค่ะ เป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น — มื้อนี้ฟรีจ้า


ระหว่างฝึกงาน

เราสมัครมาในตำแหน่ง Content Editor ดังนั้นงานที่เราต้องทำก็คือ ‘แปล’ กับ ‘เขียน’ บทความค่ะ แน่นอนว่า ใคร ๆ ก็สามารถแปลหรือเขียนได้ทั้งนั้น แต่จะแปลอย่างไรให้คนอ่านเข้าใจ และจะเขียนอย่างไรให้สละสลวยนี่สิ…ความยากที่แท้จริง

แล้ววัน ๆ นึงเราทำอะไรบ้าง ?

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์หรือมองว่า การเป็นเด็กฝึกงาน คือไปยืนถ่ายเอกสาร / ชงกาแฟ / ซื้อกาแฟ / นั่งเฉย ๆ รอคนเรียกไปทำงาน แต่การมาฝึกงานที่ SkillSolved เราแทบไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยค่ะ …เราได้ความรู้และประสบการณ์จากที่นี่เยอะมาก

ในแต่ละวัน เราต้องอ่านบทความภาษาอังกฤษ อ่านเว็บข่าวต่าง ๆ ของเมืองนอก ดูคลิปสัมภาษณ์ วิเคราะห์ infographic…เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาเป็น resource ในการเขียนคอนเทนต์ จริงอยู่ที่เรามีประสบการณ์การอ่านภาษาอังกฤษมาค่อนข้างมาก แต่ปัญหาคือ สิ่งที่ต้องอ่านดันเป็นบทความเกี่ยวกับธุรกิจน่ะสิ มีคำศัพท์เฉพาะทางหลายคำที่ไม่เคยผ่านตามาก่อน — ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายของเราเลยล่ะ

พอทำงานได้สักพัก มีผลงานคอนเทนต์เป็นของตัวเอง และเผยแพร่บางบทความลงเว็บไซต์บริษัท เป็นที่เรียบร้อย พี่ก็ให้เราออกไปพรีเซนต์ให้ทุกคนฟังว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง คอนเทนต์เรามียอดไลค์/ยอดแชร์เท่าไหร่ สามารถทำให้คนสนใจบริษัทเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ฯลฯ

ย้ำอีกครั้งว่า การ-แปล-มัน-ไม่-ง่าย ! 
ยิ่งถ้าต้องมาแปลในเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน มัน-ไม่-มี-อะ-ไร-ง่าย-เลย !

เขียน | แปล | วนไป

พักโฆษณาบริษัท — Recruitment คืออะไรกันแน่ !?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่อ่านมาไม่ถึงตรงนี้ ก็ยังไม่เข้าใจว่าบริษัทของเราทำเกี่ยวกับอะไร

ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พอมาอยู่นี่นาน ๆ จึงรู้ว่า Recruitment ที่ได้พูดถึงไปตั้งแต่ต้นเนี่ย มันสำคัญกับตลาดแรงงานและวงการมนุษย์เงินเดือนมากเลย

Recruiting = การสรรหาคน
อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ นะคะ ในการ Recruiting นั้น เราจะแบ่งคนออกมาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Candidate ( ผู้สมัครงาน) | Recruiter | Client (ลูกค้า)

Recruiter จะเป็นคนตรงกลางค่ะ เวลาที่ Client ต้องการคนตำแหน่งนึง เขาก็จะบอกเราว่าหาคนให้หน่อย จากนั้น Recruiter ที่รับผิดชอบในสาขานั้น ๆ ก็จะทำหน้าที่หา Candidate (บริษัทของลูกค้าอาจจะมีตำแหน่ง HR ประจำอยู่แล้ว แต่การจ้าง Recruiter นั้นจะทำให้ลูกค้าได้ผู้สมัครงานที่ตอบโจทย์มากกว่าค่ะ ) โดยที่อันดับแรก เราจะทำการวิเคราะห์ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับบริษัทลูกค้าเรารึเปล่า ถ้าเหมาะสม เราก็จะส่งตัว Candidate ไปให้ Client สัมภาษณ์ ถ้าทั้งสองฝ่ายพึงพอใจที่จะทำงาน/รับเข้าทำงาน เป็นอันว่าเสร็จ !

ที่ SkillSolved มี Recruiter ผู้มากด้วยประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญและจัดสรรคนในตำแหน่งระดับกลางไปจนถึงระดับสูงในหลายสายงาน (ที่เงินเดือนระดับ 70k-150k) ได้แก่ Banking & Financial Services , Life Science, Industrials, FMCG & Consumers, Information Technology ฯลฯ

เรียกได้ว่าบริษัทเราหาคนให้ได้ตรงกับงานโดยแท้จริง

และขอบอกเลยว่าทุกคนที่นี่เก่งภาษาอังกฤษกันทั้งนั้น แต่ละคนพูดอังกฤษกันลื่นหูมาก พี่บางคนมีภาษาที่ 3–4 กันด้วย

/ แอบฟินเบา ๆ นึกว่าทำงานเมืองนอก -//-


บรรยากาศที่ทำงาน

  • สิ่งหนึ่งที่เราชอบเกี่ยวกับที่นี่คือความ ‘ใหม่’ ขององค์กร และความ ‘ใส่ใจ’ ของผู้บริหาร ต้องบอกเลยว่าพี่เจ้าของบริษัท ทันสมัยมาก ๆ หนึ่ง..พี่เขาบอกว่า ไม่จำเป็นต้องแต่งชุดนิสิตมาฝึกงาน สอง…ตอนแรกที่มาทำงานช่วงแรก ๆ พี่เขาเรียกเรากับเพื่อนไปนั่งคุย เอา Term & Conditions ของบริษัทให้เราอ่าน ถามความเห็นพวกเราสองคนว่าคิดอย่างไรบ้าง, มาทำงานได้อาทิตย์กว่า ๆ แล้วรู้สึกอย่างไร, อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมไหม, อยากคุยกับพี่ ๆ ในเรื่องอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า และที่ประทับใจที่สุดคือตอนที่พี่เจ้าของบริษัทบอกว่า
“พี่อยากให้เรามาฝึกที่นี่แล้วได้สิ่งที่ดีที่สุดกลับไป”

ถึงแม้ว่าจะมาฝึกงานเป็นครั้งแรก และไม่เคยทำงานกับบริษัทไหน ๆ (นอกจากช่วยทำงานที่ร้านพ่อแม่ตัวเอง) เราคิดว่าประโยคที่พี่เขาพูดมันค่อนข้าง ‘จับใจ’ มาก เพราะแสดงให้เห็นว่า ที่นี่ให้ความสำคัญกับทุกตำแหน่งจริง ๆ แม้แต่กับเด็กฝึกงานก็ตาม

  • อย่างที่สอง Facility ต่าง ๆ ในออฟฟิศค่อนข้างอำนวยความสะดวกให้เรานะ ที่นี่มีมุมให้นั่งเล่น มุมครัว มีขนม มีกาแฟ เรียกได้ว่าครบครันเลยค่ะ
  • อีกอย่างที่เราชอบคือ นอกจากจะทำงานแล้ว ทุกคนยังได้ทำอย่างอื่นเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้และคลายเครียด เช่นในโอกาสพิเศษก็จะมีคนมาบรรยายเรื่องต่าง ๆ , ไปทำจิตอาสา, ไปเที่ยวด้วยกันทั้งออฟฟิศ ฯลฯ
  • สุดท้าย SkillSolved ไม่ใช่แค่บริษัททั่วไป ที่ทุกคนมาทำงาน ตอกบัตร ไม่พูดไม่จา ก้มหน้าทำงานของตัวเอง กินข้าว เลิกงาน ตอกบัตรกลับบ้าน — แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ทุกคนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ถึงแม้จะต้องจริงจังกับงาน แต่ในแต่ละวันทุกคนก็จะมีเรื่องฮา ๆ ของตัวเองมาเล่าสู่กันฟัง มีเค้กสำหรับวันเกิดใครสักคนในแต่ละเดือน มีความอบอุ่น มีรอยยิ้ม

สิ่งที่เราสัมผัสได้คือที่ SkillSolved …พนักงานทุกคนอยู่ด้วยกันเสมือนครอบครัว

พิซซ่าฟรี ~ These guys are so incredible !
บรรยายพิเศษจาก Dr. Carolyn Goerner ให้เกียรติมาพูดที่บริษัท
ไปทำโครงการจิตอาสาของ Paper Ranger

ประสบการณ์อันทรงคุณค่า

ส่วนตัวเราว่าการทำงานไม่เหนื่อยนะ …ถ้าได้ทำในสิ่งที่เราเต็มใจและเต็มที่กับมัน (สิ่งที่เหนื่อยคือการเดินทางไปทำงานค่ะ 5555555555555 )

การมาฝึกงานที่ SkillSolved ทำให้ทักษะด้านภาษาอังกฤษและด้านการแปลเราเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังได้มุมมองใหม่ ๆ จากพี่ทุกคนในที่ทำงาน เช่น ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมขององค์กร, ได้รู้ว่าในวงการ Recruitment มันมีอะไรอีกเยอะ, ได้รู้วิธีการ Recruiting ฯลฯ

แม้ไม่เกี่ยวกับสายที่เรียน แต่การได้รับผิดชอบตำแหน่ง Content Editor ตลอด 
เวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เราโตขึ้นและเปลี่ยนความคิดเยอะเลย

นอกจากจะได้ความรู้และประสบการณ์ดี ๆ กลับมาแล้ว การฝึกงานที่นี่ยังทำให้เราเห็นคุณค่าของตัวเองในการทำงานที่ชอบอีกด้วย


รักกัลป์ได้กรอบรูปเป็นที่ระลึกจ้า (พี่ Art Director ทำให้)

Facebook fanpage : https://www.facebook.com/skillsolved/
อ่านผลงานของเราที่นี่ : http://www.skillsolved.com/author/rakkant/
English ver. is here.