คนญี่ปุ่นเข้าคิวแม้ในยามยากเพราะศักดิ์ศรีค้ำไว้

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นครั้งนี้ เราได้เห็นภาพเดิม ความเรียบร้อยเป็นระเบียบของคนญี่ปุ่น ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีการแก่งแย่งกันเอาตัวรอด ทั้งที่ทุกคนขาดแคลนเหมือนกัน ปกติเราจะอธิบายพฤติกรรมนี้ด้วยคำว่า “วินัย” แต่ผมว่าคำนี้เข้าใจรูปธรรมยาก สมมุติจะฝึกให้คนไทยมีวินัยจะต้องทำไง #ท่อง12ค่านิยม ผมมีเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นหลายสิบปี อธิบายวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในเรื่องแบบนี้ให้ฟัง เลยนึกออกว่าสาเหตุของพฤติกรรมนี้ ควรจะใช้คำว่า “ศักดิ์ศรี” จะเข้าใจง่ายกว่า

ลองนึกภาพถ้าเป็นเรา ไม่มีน้ำสะอาด ไม่มีอาหาร เราและครอบครัวต่างก็ท้องแห้งกันหมด รถทหารมาแจกบอกให้เข้าคิวรับ เราจะเดินต่อแถวเป็นระเบียบเข้าไป หรือจะทิ้งศักดิ์ศรีไปก่อน เข้าไปแย่งอาหารมาให้คนในครอบครัวก่อนดี?

ใครจะเลือกรักษาศักดิ์ศรี แล้วต้องรอนานๆได้รับแจกเป็นคนหลังๆ แล้วรู้ได้ไงว่าอาหารจะมีพอ? ถ้าที่ญี่ปุ่นคนมาทีหลังอาจจะอด แต่ที่ไทยแม้ฉันมาทีหลัง แต่ถ้าใช้กำลังแย่งชิงอาจจะได้ไป ให้คนที่มาก่อน (ข้ามคืนก็มี) อดแทน

คนไทยส่วนนึงก็แคร์ศักดิ์ศรีเหมือนกัน แต่คนไทยส่วนใหญ่บอกว่า “ศํกดิ์ศรีกินไม่ได้” แล้ว “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” กรูเข้าไปแย่งกับเขา เพราะ “ใครๆก็ทำกัน” ทีคนอื่นยังเข้าไปแย่ง แล้วฉันจะรออะไรอยู่

เพราะความถูกผิดของเราจะสัมพัทธ์กับสถานการณ์ด้วย (คิวเหมาะกับสถานการณ์ปกติ) ไม่งั้นจะกลายเป็นคน “เถรตรง” เราถือกันว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” เวลาทำแบบนี้ เราไม่ถือว่าผิดหรือน่าอับดาย เพราะ “ด้านได้ อายอด”

คนญี่ปุ่นเป็นแบบนั้นเพราะวัฒนธรรมเขาต้องรักษาศักดิ์ศรี เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากของทุกคน มากขนาดคนตกงานยอมเป็นคนไร้บ้าน ดีกว่ากลับบ้านนอก ส่วนวัฒนธรรมไทย เราต้องรักษาหน้า (รถโดนปาดหน้ายอมไม่ได้ ทำงานใช้แรงไม่ได้ ผู้น้อยเถียงไม่ได้) แต่ไม่ต้องรักษาศักดิ์ศรี (ติดสินบนจราจรไม่เป็นไร ใช้เส้นสายถือว่าเก่ง ทิ้งขยะบนถนนได้)

น่าจะใช่ไหมครับ?

อยากเห็นสังคมไทยหันมาสนใจศักดิ์ศรีตัวเอง แล้ววินัยจะเป็นเองไม่ต้องบังคับ คนทุกคนมีศักดิ์ศรีเหมือนๆกัน บางคนรักษามันไว้เสมอ ยิ่งภูมิใจในตัวเองขึ้น ยิ่งทำผิดได้ยากขึ้น แต่บางคนทิ้งมันบ่อยทิ้งง่าย สุดท้ายแล้วจะเหลืออะไร เหลือแต่ปมด้อยที่แตะไม่ได้หรือเปล่า

รูปจาก http://www.dailymail.co.uk/news/article-3542347/Japan-rocked-second-powerful-earthquake-7-4-scale-just-24-hours-deadly-quake-hit-region.html

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.