ความสำเร็จหน้าตาเป็นเช่นไรหนอ?

บ่อยครั้งที่มนุษย์ มักจะโดนสังคม และค่านิยมหลอกลวงไปในทิศทาง ที่เรียกว่า กับดัก ทุกคนต่างคิดว่าการประสบความสำเร็จ คือการที่ได้มีบ้านหลังใหญ่มีรถแพงๆ หรือมีกระเป๋าแพงๆ ใช้ชีวิตหรูหรา นั่นไม่ใช่ความสำเร็จ แต่คือผลพลอยได้ของความสำเร็จ จริงๆแล้ว เราไม่รู้หรอกว่า กว่าที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จเขาจะต้องทุ่มเทและพยายามมากกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่

วันนี้เราเพียงแต่มองในมุมที่เรายืนอยู่ แล้วแหงนขึ้นไปมองดูคนที่เขาประสบความสำเร็จที่เขาทุ่มเทมากกว่า 10 ปี 20 ปี 30 ปี และกลายเป็นมหาเศรษฐี และก็กลับมามองตัวเองอีกครั้ง ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า และต่ำต้อย เพียงแต่ต้องการที่จะ Copy Pattern หาทางลัดในมุมที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว โดยที่เราไม่ได้เข้าไปเปิดดูและศึกษาเลยว่ากว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จนั้นเขาต้องสร้างฐาน พีระมิด ด้วยความยากลำบาก การล้มเหลว การโดนวิจารณ์ ความขัดแย้ง การสูญเสีย เวลาและต้องทำมากกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่

เราอาจจะขึ้นไปยืนอยู่บนยอดพีระมิดได้แต่เพียงแค่ลมพัดมาคุณก็ตกจากยอดแล้ว เพราะคุณไม่มีฐานของพีระมิด มนุษย์มองแค่ว่าทำยังไงฉันจะขึ้นไปยืนอยู่บนยอดได้แต่ไม่ได้มองเลยว่ากว่าจะขึ้นไปยืนบนยอดได้มันต้องใช้ฐานก่อน ไม่มีทางลัดของการประสบความสำเร็จ

เพราะหน้าตาของความสำเร็จคือ “ความยากลำบาก” คือความเหนื่อย ความพยายามที่ต้องทำมากกว่าคนอื่นเป็นสิบเท่า ร้อยเท่า บางคนคิดว่าการที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้คือลืมตามาแล้วก็ประสบความสำเร็จได้เลย มันไม่ไช่เลย เขาใช้เวลา 5 ปี 10 ปี สะสมประสบการณ์สะสมความล้มเหลวเหนื่อยยาก เพื่อที่จะได้คู่ควร กับความพยายามของเขา แม้แต่ บุคคลที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยที่สุดของโลก มากมายต่างมีต้นทุนที่เหมือนกับเรา มีสองมือหนึ่งสมอง สองเท้า ไม่ได้มี 10 หน้าหรือ 20 แขนเช่นทศกัณฐ์ครับ สิ่งหนึ่งที่คนมีเหมือนกันก็คือการไม่ยอมแพ้ และความพยายามที่จะไปสู่เป้าหมายของตนให้ได้

มีน้องคนหนึ่งเป็นนักเขียน เธอทำ Content ได้ดีมาก แต่ทุกคนไม่ได้คิดหรอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้น มันมาจาก พรแสวง ทุกคนคิดว่าใครๆก็เขียน Content ได้ ความจริงไม่มีใครทราบเลยว่า

ในทุกๆวันเธอจะต้องอ่านหนังสือมากกว่า วันละ 10 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้ศึกษาและหาข้อมูลรอบด้าน ในตอนที่ผู้คนกำลังสนใจเรื่องของคนอื่นและหยุดพัฒนาตนเอง

เพราะว่าการทำ Content หรือการเขียน มันหมายถึงการสื่อตัวตนของคนๆนั้น หรือแม้แต่การที่เธอเขียน Content ให้กับผู้อื่น มันเป็นการสร้างรายได้และทำเงินมากมาย แต่นั่นหมายถึงการสื่อสารของคนๆนั้น ถ้าเขียนผิดเพียงหนึ่งคำ สามารถทำให้เกิดความพินาศ ทำลายล้างได้อย่างมหาศาล เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทุกคนมองเพียงแค่เขียนได้ แต่ไม่ใช่ใครๆก็เขียนได้ เธอไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือพรแสวงกว่า 10 ปีที่เพียรพยายามอ่านหนังสือ อ่านและทำความเข้าใจจนเกิดเป็น ความรู้ ความสามารถ วิเคราะห์และพิจารณาความได้ละเอียด รวดเร็วและที่ทำได้ดีกว่าผู้อื่น เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองไม่รู้ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ จนประสบผล และตัวผม ตื่นตั้งแต่ตี 4 เอาช่วงเวลาที่คนยังหลับมาแสวงหาความรู้ และทำงาน

แค่ผมนำหน้าคนอื่นวันละ 2 ชั่วโมง ใน 1 ปีผมก็ได้เวลา 700 กว่าชั่วโมง 10 ปี ผมก็นำหน้าท่านไป 7000 กว่าชั่วโมง หนักแนวคิดของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ที่ยึดมั่นก็คือเวลาเป็นสิ่งที่มีค่า จงใช้มันเพื่อพัฒนาตนเอง อย่าไปเสียเวลากับคน หรือขยะเวลา มันทำให้เราติดในวังวนของกับดัก โฟกัสทีละอย่างแล้วมุ่งมั่นให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นท่านจะหอบหิ้วพะรุงพะรังแต่ไม่สำเร็จสักอย่าง ใช้เวลาทิ้งไปเปล่าประโยชน์ เสียโอกาสในการพักผ่อน และงานก็ไม่ได้เรื่อง

สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับทุกๆท่านก็คือ มนุษย์ทุกคนได้รับพรมาจากเทวดา นั่นคือพรแสวง

จงค้นหาพรแสวงให้เจออย่ามัวแต่นั่งท้อว่า ทำไมเราจึงไม่มีพรสวรรค์ หน้าตาของความสำเร็จนั้น มันคือ ความยากลำบาก ตั้งใจ วางแผน มีความมุ่งมั่น ให้เป็นแรงขับเคลื่อน สร้างทางของเราเองให้ได้ ในสุดท้ายแล้ว ท่านเองจะได้รับผลพลอยได้ของความสำเร็จ นั่นก็คือความภูมิใจและสิ่งที่ท่านปรารถนา