ความสุขในชีวิตเรียบๆ ของณรงค์

พ.ศ. 2553 ณรงค์นั่งในหลับในห้องสอบ PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครู เขาทำเสร็จก่อนเวลาที่จะให้ออกจากห้องสอบเสียอีก ถ้าถามว่าเขาอยากเป็นครูไหม ก็คงจะมีบางเสี้ยวหนึ่งในชีวิตเขาที่อยากเป็นบ้าง แต่แน่นอนว่าความเป็นครูไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการนักหรอก แต่ด้วยความคิดของนักเรียน ม.6 อายุ 18 คนหนึ่ง การสอบอะไรหลายๆ อย่างไว้ก่อนย่อมดีกว่า เผื่อเขาพลาดในสิ่งที่หวัง ก็ยังจะมีอะไรมารองรับบ้าง การเป็นครูนี่แหละคือสิ่งที่ณรงค์คิด เด็กเรียนเก่งอย่างณรงค์ย่อมเลือกครูเป็นทางเลือกสำรอง เพราะในยุคนี้คนเก่งๆ ที่ไหนจะอยากเป็นครูกัน

ในระบบแอดมิชชั่นนักเรียนเลือกคณะที่อยากเข้าเรียนได้ 4 คณะเรียงตามลำดับ บางคนอาจจะเลือกคณะที่ใฝ่ฝันคณะเดียวเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ บางคนก็เลือกที่มหาวิทยาลัยคณะใดก็ได้ แต่สิ่งที่ณรงค์และใครหลายๆ คนทำก็คือ คณะสุดท้ายเป็นคณะที่คำนวณคะแนนแล้วเรามีโอกาสสู.มากที่จะได้เรียน เพื่อที่เราจะได้มีชื่อว่าแอดฯติด ซึ่งไม่รู้ว่าความผิดหวังที่ไม่ได้ศึกษาในระบบ กับความกล้ำกลืนที่ต้องทนเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ อะไรมันแย่กว่ากัน 
การเลือกคณะของณรงค์ เหตุผลของเขาคงไม่ได้ต่างจากเด็กนักเรียนคนอื่นๆ เท่าไหร่นัก

  1. เลือกทันตแพทย์ตามความต้องการของพ่อแม่ แม้คะแนนจะไม่ถึงเลยก็ตาม
  2. เลือกวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยที่พอมีชื่อให้พ่อแม่ยังพอเอาไปอวดชาวบ้านได้ คะแนนพอลุ้น
  3. นิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยไม่ดัง คณะที่เขาอยากเรียน และคะแนนถึง
  4. เทคนิคการแพทย์ที่ยังไงคะแนนก็ถึงไว้กันเหนียว ได้ทำงานในโรงพยาบาล ชาวบ้านร้านตลาดก็ถือว่าเก่งทั้งนั้น

แม้ระบบจะให้ณรงค์เลือก 4 คณะ แต่มีเพียงคณะเดียวที่ณรงค์อยากเรียน ณรงค์บอกตัวเองททำเพื่อความสุขของและเมื่อประกาศผลออกมา ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีได้ไหม ที่เขาติดคณะที่เขาอยากเรียนจริงๆ แม้จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยในฝัน เขาก็บอกตัวเองว่า…แค่นี้ก็ดีแล้ว

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก ณรงค์ไม่ได้เข้ารับน้อง เขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาแอดมินชั่นมาเพื่อโดนกดขี่ ชีวิตเรียบๆ ของณรงค์ดำเนินต่อไป เกรดเขาออกมาดีพอสมควร A บ้าง B บ้างเนื่องจากณรงค์มาจากสายวิทย์-คณิต วิชาพื้นฐานมหาวิทยาลัยไม่แตกต่างจากที่เขาเรียนตอน ม.ปลาย เท่าไหร่หรอก แต่ก็จะมีเกรด C บ้างกับวิชาที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย แต่เขาก็พอใจกับมัน

ชีวิตมหาวิทยาที่ต้องทำงานดึก เขาจึงใช้มันเป็นข้ออ้างเพื่อได้อยู่หอ การได้อยู่หอคืออิสระแรกจากพ่อแม่ของณรงค์ เขาเลือกอยู่หอนอกได้เจอกับอีฟและใหม่สองสาวสุดเพี้ยนที่อยู่ห้องข้างๆ ซึ่งเรียนอีฟเรียนนิเทศน์เหมือนณรงค์ ทำให้สนิทกันอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่ณรงค์เรียนเก่งทำให้เวลาสอบ เพื่อนๆ มักจะเข้ามาให้ณรงค์ช่วยเสมอ ชีวิตณรงค์ไปได้ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องความรัก ที่ไม่เคยมีสักที

จนกระทั่งผ่านไป 1 ปีมีเด็กซิ่วคนหนึ่งชื่อว่าภพ อีฟซึ่งตกวิชาสถิติทำให้ต้องเรียนวิชานี้อีกครั้ง อีฟเห็นว่าภพหน้าตาดี จึงรีบตีสนิทไว้ด้วยความแรด อีฟอาศัยระบบรับน้องในการตีสนิทภพ เอาจริงภพอายุเยอะกว่าอีฟเสียอีก แต่ด้วยระบบมาก่อนเป็นพี่มาหลังเป็นน้อง ทำให้ภพเคารพและเชื่อฟัง ให้เบอร์ให้เฟสฯเพื่อแลกกับลายเซ็น ภพเป็นเด็กซิ่วมาจากคณะกายภาพบำบัด เพราะสุดท้ายก็เรียนสายวิทย์ไม่ไหว ต้องหนีมาสายสังคมศาสตร์ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจบไปจะทำอะไร ในช่วงสอบอีฟจึงลากภพมาติวกับณรงค์ด้วย เมื่อติวกันจนดึกภพก็ไม่สามารถกลับหอในที่เปิดปิดเป็นเวลาได้ ภพจึงต้องนอนห้องณรงค์

ณรงค์ทำตัวไม่ถูก ไม่เคยมีคนหล่อมานอนด้วย เขาไม่รู้จะเรียกภพว่าอะไร เพราะเขาไม่ได้อินกับระบบพี่น้องแบบนั้น ภพยืมชุดของณรงค์ใส่นอนแต่ด้วยความที่ชุดตัวเล็กมาก จึงค่อนข้างรัดไปหมด จนไม่ใส่อาจจะดีกว่า ภพบอกณรงค์ว่าเคยเป็นนักกีฬารักบี้ที่มหาวิทยาลัยเก่ามาก่อน ณรงค์ก็บอกว่าเคยเป็นตัวแทนแข่ง A-Mathมาก่อนเหมือนกัน เป็นคืนแรกที่มีคนมานอนข้างๆ ณรงค์ตื่นเต้นจนประหม่าไปหมด เขาได้แค่นอนมองภพที่หลับสนิทแล้วใจเต้นแรง เขาแปลกใจกับท่าทีของตัวเอง
“เฮ้ยกล้าๆ หน่อย” คำพูดของอีฟ ที่พูดกับณรงค์ทันทีที่จับอาการห่วงใยจนออกนอกหน้าของณรงค์ได้ แต่ความเป็นคนขี้อายและไม่มีความมั่นใจของตัวเองทำให้เขาปฏิเสธ “เออ ได้อยู่ใกล้ๆ แค่นี้ก็ดีแล้ว” จนใหม่เพื่อนอีกคนซึ่งผ่านมีแฟนมาอย่างโชคโชนถึงกับเอ่ยปากช่วย ชีวิตต้องแบบนี้สิ จะอยู่โดยหงอยเหงาไร้ความสุขได้ยังไง แต่ณรงค์ก็บอกว่าการเรียนตั้งใจเรียนเกรดดีดี จบไปมีงานทำดีดี นั่นก็เป็นความสุขเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ใหม่กับอีฟยืนยันว่ามันไม่เหมือนกัน

ด้วยความที่ภพเป็นนักกีฬาทำให้ซ้อมดึกจนเลยเวลาปิดประตูหอทุกวัน อีฟจึงลากมาพักที่ห้องณรงค์บ่อยๆ จนไม่นานนักภพก็ขนเสื้อผ้ามากองที่ห้องณรงค์ขอเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ณรงค์ต้องแอบรักอย่างเป็นทางการ ณรงค์เกร็งจนไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่ห้อง ทำให้คอยหนีไปนอนห้องอีฟและใหม่อยู่บ่อยๆ โดยอ้างว่าทำงานกลุ่ม

การได้ใกล้ชิดกับภพ ได้อยู่ห้องเดียวกัน ได้นอนด้วยกันทำให้ณรงค์มีความสุขมาก เขาทำทุกอย่างให้ภพ จนหลายครั้งโดนใหม่ด่าว่าโง่ แต่ถ้าโง่แล้วมีความสุขบางทียอมโง่ก็ดีกว่าณรงค์คิดแบบนั้น สาวหัวสมัยใหม่ที่ชื่อใหม่ส่ายหน้า ตัวก็ไม่ได้ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย ณรงค์บอกว่าคนเรามองความสุขไม่เท่านั้น สำหรับเขาเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ชีวิตของณรงค์ช่างเดินเป็นเส้นตรง ตื่นไปเรียน กลับมาทำงาน รอภพกินข้าวเย็น และนอน วนเวียนไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีอะไรคืบหน้า จนเวลาผ่านมาจนถึงปีสุดท้ายของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

“จบไปแกจะทำไรวะอีฟ” ณรงค์ถาม “นั่นสิ รายการก็เบื่อ วิทยุก็ไม่ชอบ อะไรที่เขารับก็คงทำหมดมั้ง” ใหม่เห็นนักศึกษาเกียรตินิยมและเกรดนิยมนั่งท้อแท้อยู่จึงรีบตัดบท “ไปขายก๋วยเตี๋ยวกับฉันไหม เดี๋ยวเรียนจบก็ต้องกลับไปช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยว” ณรงค์แปลกใจที่นักศึกษาสังคมสงเคราะห์จะไปขายก๋วยเตี๋ยว ถ้าเรียนบริหาร บัญชีก็ยังคงนึกออก ใหม่บอกว่าที่เรียนเพราะอยากเรียน แต่ทำไงได้ ถ้าไม่กลับไปขายก็ไม่มีใครทำ มีกินมีใช้ทุกวันก็เพราะตระกร้อที่แม่ลวกเส้นทุกวัน จะทิ้งไปก็กะไรอยู่

ณรงค์ยังคิดไม่ตกเกี่ยวกับชีวิตนอกระบบการศึกษา เกียรตินิยมของเขาไม่ได้การันตีเลยว่าเขาจะได้เข้าทำงาน ยิ่งงานสายสร้างสรรค์แบบนี้ คอนเน็คชั่นต่างหากที่สำคัญที่สุด ณรงค์คิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร ด้วยความเป็นคนทำได้ทุกอย่าง ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ณรงค์ได้แต่ดูเพื่อนได้งานทีละคนสองคน จนเหลือเพียงไม่กี่คนที่ไม่มีงานทำ
การงานก็ไม่รุ่ง ความรักก็ไม่รอดเมื่อภพเริ่มแสดงท่าทีของคนมีความรัก ภพเริ่มเอารูปคนนั้นคนนี้มาถามว่าคิดอย่างไร ณรงค์หงุดหงิดแต่ก็แสดงออกไม่ได้ ได้แต่ทำเป็นเชียร์ไปเรื่อย จนอีฟกับใหม่ทนไม่ได้ อีกไม่กี่วันก็เรียนจบแล้ว เนื้อตัวยังไม่ได้แตะ จัดงานปาร์ตี้มอมเหล้าเสียเลย

ปากก็บอกว่าไม่แต่ก็ปล่อยเลยตามเลย ณรงค์ทำทีเป็นคัดค้านเพื่อให้ตัวเองได้รู้สึกว่ายังพอมีความดีหลงเหลืออยู่บ้าง มีความแตกต่างจากคนชั่วอยู่บ้าง ทั้งๆ ที่ข้างในใจก็ต้องการ

เป็นไปตามแผน อีฟกับใหม่ลากภพมาเสริฟถึงห้อง ณรงค์นั่งมองด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ แล้วค่อยๆ ประกระดุมเสื้อของภพออก หุ่นของนักกีฬายิ่งเย้ายวนให้ณรงค์ให้หลงผิด ร่างกายของภพเปลือยเปล่า ณรงค์ค่อยๆ เอามือสัมผัสปากของภพแล้วนำมาสัมผัสปากตัวเองเพราะไม่กล้าพอที่จะจูบ แค่มือก็น่าจะพอเขาคิด ก่อนจะใช้มือลูบไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อทั้งไบเซบและไตรเซบ เสียงลมหายใจอ่อนๆ ของภพค่อยๆ ดังก้อง ใจของณรงค์เต้นรัว เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าลุ้นแอดมิชชั่นเสียอีก นี่คือหนทางที่ดีใช่ไหม ณรงค์คิด ตื่นมาภพจะว่ายังไง ภพจะรู้ตัวไหม แต่ภพเองก็มีท่าทีมีใจให้ตั้งหลายครั้ง ความคิดที่เข้าข้างและไม่เข้าตัวเองผุดขึ้นมามากมาย จนณรงค์สับสนแล้วนั่งมองร่างของภพที่ช่างยวนยั่วอยู่อย่างนั้น ก่อนจะห้ามใจตัวเอง เขานึกโกรธความเป็นคนดีของเขา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้ เขาใส่เสื้อผ้าภพกลับคืน ก่อนจะเดินออกไปนอนห้องสองสาว สองสาวหงุดหงิดเสียดายค่าเหล้า ณรงค์ได้แต่บอกว่า แบบนี้แหละดีแล้ว

ตอนเช้าณรงค์กลับเข้ามาในห้อง ภพกำลังอาบน้ำอยู่ เขาไม่แน่ใจว่าภพจะจำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เขาจึงเลือกหยิบเสื้อผ้ากะไปอาบน้ำห้องสองสาวอย่างเงียบๆ แต่ภพดันอาบน้ำเสร็จพอดี ภพในผ้าเช็ดตัวผืนน้อยเดินออกมา ทำให้หัวใจของณรงค์เต้นรัว นึกถึงภาพเมื่อคืน ก่อนจะโดนไล่ไปอาบน้ำ และเหตุการณ์ก็เข้าสู่ภาวะปกติ ทุกสิ่งกลับมานิ่งเฉยอีกครั้ง ณรงค์บอกตัวเองอีกครั้งว่าเท่านี้ก็พอ

สอบครั้งสุดท้าย ร่ำราชีวิตนักศึกษา ณรงค์กลับรู้สึกเคว้งคว้าง เป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกจากระบบ ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงคำว่าชีวิต จนบางทีก็อยากจะไปเรียนต่อด้วยซ้ำ ชีวิตในระบบการศึกษาที่อยู่มา จนอายุ 22 มันช่าง…ปลอดภัยซะเหลือเกิน
“เขาหางานที่ไหนกัน” ณรงค์ถามอีฟที่กำลังเปิดเว็บหางานอยู่ อีฟได้แต่บ่นว่าในเว็บมีแต่งานที่ไม่น่าทำ งานที่น่าทำก็รับแต่คนมีประสบการณ์ แล้วคนไม่มีประสบการณ์ไม่มีงานทำแล้วเมื่อไหร่จะมีประสบการณ์เสียที ใหม่ก็บ่นว่างานในวงการนิเทศไม่เห็นสนใจเลยว่าจะเรียนสายอะไรมา ตอนไปฝึกงานทีมงานล้วนแต่จบสถาปัตย์ สังคม มนุษย์ฯ นิเทศแทบจะเป็นส่วนน้อยด้วยซ้ำ

ว่าที่บัณฑิตได้แต่นั่งถอนใจ เพื่อนบางคนได้งานก่อนจะเรียนจบ เงินเดือนเริ่มต้นจะสองหมื่น จนสงสัยว่าหางานแบบนี้มาจากไหน ทำไมงานที่เขาสนใจและหาได้เงินเดือนถึงได้ต่ำกว่ามาตรฐานปริญญาตรีเสียอีก จนหลายครั้งก็คิดเสียดายค่าเทอมที่จ่ายๆ ไป

วันสุดท้ายของการอยู่หอ ณรงค์เก็บข้าวของใส่กล่องอย่างเรียบร้อย ภพบ่นเสียดาย ไม่มีคนหารค่าเช่า ณรงค์ได้แต่ยิ้มและมองหน้าภพเอาไว้และเก็บความทรงจำทั้งหมดลงความทรงจำ ก่อนที่พรุ่งนี้ทุกอย่างจะหายไป ในคืนนั้นภพนอนกอดณรงค์แน่น ณรงค์ไม่แน่ใจว่าภพละเมอหรือตั้งใจ เขาได้แต่หลับตา และพยายามมีความสุขกับมัน เขาไม่รู้หรอกว่าถ้าคืนนั้นเขามีอะไรกับภพเขาจะมีความสุขกว่านี้หรือไม่ แต่เขาก็พยายามจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวว่า..แค่นี้ก็ดีแล้ว

การหางานไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ณรงค์พยายามใช้ช่วงเวลาว่างทำนู้นนั่นนี่ที่อยากทำ ถือเสียว่าถ้ามีงานทำแล้วก็จะไม่มีเวลา จนสุดท้ายเขาได้งานเขียนเนื้อหาในเพจเฟสบุค เงินเดือนนิดหน่อย แค่พออยู่ได้ เขาแปลกใจกับท่าทีของเพื่อนที่รู้เงินเดือนเขา ทุกคนตกใจไม่คิดว่าคนเรียนเก่งจะได้งานที่เงินน้อยแบบนี้ ณรงค์เองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าอยู่ได้อย่างไร

เขานั่งมองเพื่อนที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อนบางคนถอยรถจากน้ำพักน้ำแรง บางคนก็ทำงานตัวเป็นเกลียวจนไม่มีเวลาที่จะอัพสถานะในเฟสฯ ถามว่าเขาอยากเป็นแบบนั้นไหม เขาตอบได้ทันทีว่าอยาก แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เขาก็เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่อยากทำงาน เก็บเงิน เที่ยวต่างประเทศ ซื้อของที่ตอนเด็กๆ ไม่ได้ซื้อ มีบ้าน มีรถ แต่ด้วยภาวะเงินเดือนที่ต่ำต้อย ห้องเช่ารูหนูพัดลมเพดานก็เป็นทางเลือกที่ไม่ได้เลวร้ายนัก

แม้จะมีเพื่อนๆ ยุให้ณรงค์เปลี่ยนงานมากแค่ไหน แต่ณรงค์ก็ไม่อยากกลับไปเคว้งอีกครั้ง ก็เหมือนกับเวลาเราเรียนหนังสือ ตั้ง 6 ปี ถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จะให้ณรงค์ชินกับการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันคงเป็นไปไม่ได้ เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเขาทำงานจนหัวหงอกหัวดำอยู่ในที่ทำงานเล็กๆ เงินเขาคงจะมีมากพอมห้เขาได้ทุกสิ่งที่อยากได้

เวลาผ่านไปจนวันที่เพื่อนๆ ได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งคือวันรับปริญญาวันที่พ่อแม่ดีใจมากที่สุด บางครั้งก็ดีใจกว่าตัวบัณฑิตเองเสียอีก บัณฑิตบางคนก็ไม่ได้อยากมางานรับแต่ก็ต้องมาเพราะพ่อแม่นี่แหละ แต่บางคนก็เทิดทูลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจในชีวิต

สำหรับณรงค์เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก เขาแค่อยากเจอเพื่อนและอัพเดทชีวิตกัน ใหม่ที่ขายก๋วยเตี๋ยวก็บ่นชีวิตแย่ อยากเจอเพื่อนที่กรุงเทพ แต่อีฟที่ยังว่างงานก็บ่นเบื่อกรุงเทพอยากไปต่างจังหวัด

คืนก่อนรับปริญญา ณรงค์ขอภพนอนด้วย เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าพิธีแต่เช้า ภาพความทรงจำเก่าๆ กลับเข้ามา ณรงค์ได้แต่มองภพแล้วพยายามมีความสุขกับมันตามเคย จนกระทั่งก่อนจะนอนหลับ ภพถามณรงค์ว่าเคยชอบเขาไหม ณรงค์หน้าแดงแต่ก็พยายามที่จะปฏิเสธ ภพจ้องตาเขาครู่หนึ่ง ณรงค์นิ่ง จากนั้นภพก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ณรงค์หลับตาปี๋ ริมฝีปากของภพค่อยๆ มาสัมผัสกับริมผีปากขิงเขา เวลาเหมือนหยุดนิ่ง ณรงค์ลืมตาขึ้นแล้วค่อยๆ ตอบกลับ ณรงค์รับรู้แล้วว่านี่ต่างหากความสุขที่แท้จริง การที่เราได้ในสิ่งที่อยากได้คือความสุข ไม่ใช่การที่เราไม่ได้และปลอบโยนตัวเอง แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลย ภพก็ถอนตัวออกมา ณรงค์ค้างไป ก่อนที่ภพจะบอกว่าทุกอย่างสายไปแล้ว เขาเพิ่งขอคนอื่นเป็นแฟนไปไม่กี่วันนี้เอง ณรงค์พูดได้แค่เหรอ อือ อืม เป็นไงเป็นคนดีไหม ขอให้มีความสุขนะ ภพให้ณรงค์ดูรูปสาวผู้โชคดีคนนั้น แล้วเอ่ยปากชมและอวยพรแล้วอวยพรอีก ภพเป็นห่วงแต่ณรงค์ได้แต่บอกว่าโอเค และณรงค์ก็บอกตัวเองว่า..แค่นี้ก็ดีแล้ว และคืนนั้นก็กลายเป็นคืนที่กระอักกระอ่วนที่สุดในชีวิตของณรงค์

รูปคู่กับภพในวันรับปริญญากลายเป็นรูปคู่ใบแรกและใบเดียวของภพกับณรงค์ ณรงค์ได้แต่มองรูปนั้นและบอกตัวเองว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

ณรงค์ไม่รู้ว่าเขามีความสุขกับชีวิตเล็กๆ ของเขาจริงๆ หรือทุกสิ่งมันโหดร้ายจนเราต้องพยายามมองเรื่องเล็กๆ ให้เป็นความสุข มิเช่นนั้นคงทนใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวแล้วหนีไปผูกคอตายเสียก่อน

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.