Hello Taiwan D2 | วันแห่งความฉิบหาย

หลังอยู่ไทเปมา 1 วัน ได้เรียนรู้ดังนี้

การข้ามถนน คล้ายๆ ของไทย ไม่ขนาดสิงคโปร์ที่แค่ยืนตรงทางม้าลายแล้วรถจะหยุดให้ ที่ผังเมืองเป็นบล็อกๆ มาเดินทางง่าย เวลาข้ามส่วนใหญ่จะมีไฟข้ามถนน บางจุดเท่านั้นถึงจะไม่มีให้วัดใจเอา

ซึ่งไฟคนข้ามเนี่ยอิงกับไฟเขียวแดงของรถ กดปุ่มไปก็เท่านั้น ไม่มีการแทรกคิว ซึ่งรถเป็นไฟแดงแล้วต้องรอสักพัก ถึงจะให้คนข้าม เหมือนเขาแบบตั้งหน่วงเวลาไว้ให้ชัวร์ว่ารถจะไปหมดอะ ของไทยมันก็ทำนะ แต่ไม่นาน เคยสังเกตอยู่ แต่ที่นี่นานจนรู้สึกเลย ซึ่งคนไต้หวันเขาจะชำนาญ ข้ามถนนก่อนไฟเขียวเสมอ เหมือนรู้ว่ารถสองข้างหยุดละ เดินเลย รอไร

(ปุ่มสำหรับกดไฟข้ามถนนมีไว้สำหรับตอนดึกๆ เคยเจอตอนกลางคืนไฟรถแดงแล้วแต่ก็ไม่ให้คนข้ามเลยลองกดดูไฟถึงจะเปิด) และพอข้ามจะเจอว่ารถเลี้ยวเขาผ่านตลอด การวัดใจจึงเกิดขึ้น กรี๊ดดดดดดด แต่รถเขาก็พยายามหยุดให้นะ แต่ก็ตื่นเต้นไม่ใช่น้อย ข้ามได้ครึ่งทางแล้วจะมีรถเลี้ยวมาตลอดเวลส

ถังขยะคือของหายาก ถ้ามีขยะต้องทิ้งที่พวกที่สาธารณะใหญ่ๆ แบบ สถานีรถไฟ สวน โรงแรม ไม่งั้นก็พูดเลยว่าไม่มีถังขยะหรอก และเป็นเมืองที่ไม่ค่อยให้ถุงพาสติก โอ้บ ขยะเต็มกระเป๋า เวลาซื้ออาหารร้านทั่วๆ ไปเขาจะมีถุงพลาสติกให้หยิบเองนี่แหละคือช่วงกักตุนถุงขยะของเรา ฮ่าๆ

Taroko National Park | 太魯閣國家公園

วันที่สองขอไปไกลๆ อย่างไท่ลู๋เก้อ (อย่าเชื่อคำอ่านเรา ก็อ่านให้ดูมีสำเนียงไปงั้น อ่านจริงๆ มันก็ทำนองนี้มั้ง) อุทยานแห่งชาติของของที่นี่ ซื้อรับตั๋วมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้ก็แค่ไปขึ้นรถให้ทัน 6.20 ก็พอ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่ตีหน้า ถี่มากๆ กะว่าตื่นแน่

.

.

ตื่นตอน 6.18 =[]= ตาเบิกโพลง ความง่วงที่มีหายไปทันที T-T ต่อให้นอนในไทเปเมนก็ยังวิ่งไปไม่ทันหรอก 2 นาที ขึ้นรถไฟครั้งแรกด้วย งือออออออ

เลยรีบเร่งออกจากโรงแรม ให้เร็วที่สุด แล้วไปที่ช่องขายตั๋ว ถามเขาว่าทำอะไรได้บ้าง เขาบอกต้องซื้อใหม่ เที่ยวถัดไป 440NT เนื่องจากมันเป็นรถด่วนจี๋ (puyuma) จอดไม่กี่ป้าย มันเลยแบบต้องมีที่นั่งอะนะ จะเอาตั๋วแล้วไปแจมๆ เก้าอี้ดนตรีคงไม่ได้(คิดเอาเอง)

ตั๋วใหม่จาก 6.20–8.20 กลายเป็น 7.20–9.26

จากนั้นก็ซื้อข้าวปั้นเซเว่นกักตุนเอาไว้ เป็นแหล่งพลังงานในการใช้ชีวิตที่ไท่ลู๋เก้อ ไปคนเดียวด้วย เก๋สุด

พอได้ตั๋วแล้วเราก็ไปดูที่จอ TV จะบอกว่าคันไหนต้องขึ้นที่ไหน ซึ่งคนขายก็บอกเราว่าแพลทฟอร์ม 4 นะ แต่ก็ต้องมาดูจออีกทีเพราะมันมี 4A กับ 4B ซึ่งเราต้องไปสถานี ฮวาเลี่ยน (คำนี้เราไม่เคยออกเสียงซ้ำกันแต่ละครั้งและมันทำให้งงมาก) เราก็ดูเวลา รถ 206 ตอน 7.20 ขึ้นที่ 4A

ประมาณ 7 โมงนิดๆ รถไฟก็มาจอดรอแล้ว ประทับใจมาก แต่พอขึ้นไปบนรถ อ้าวมีคนนั่งที่เรา ก็เลยไปสะกิด เขาก็ลุกออกทันที แล้วก็ไปนั่งที่อื่น อ้าว… ถ้าทำแบบนี้ได้ฉันจะซื้อใหม่ทำไม เพราะตั๋วรถไฟมันมีแค่ให้เปิดประตูแค่นั้นเอง จะซื้อคันไหนระบบมันก็ไม่ได้ล็อคอะไร

ประทับใจรถไฟมาก มีขายน้ำดื่มบนรถไฟด้วยนะ ซื้อน้ำเปล่ามาขวดนึง 20NT ราคาปกติ ไม่มีชาร์ทอะไร เก้าอี้ก็ดีมาก มีที่สำหรับกินอาหารให้เสร็จสรรพ แถมตรงต่อเวลาสุดๆ ของจะถึง 9.20 ก็ถึง 9.20 จริงๆ

พอถึงสถานีฮัวเหลียน (แหนะ เปลี่ยนวิธีออกเสียงอีกแล้ว ลองย้อนไปอ่านดูเมื้อกี้เราไม่ได้สะกดแบบนี้ 55) อ่านในเว็บเขาบอกว่าซื้อตั๋วเดย์พาสได้ที่อู่รถหรือวิซิสเตอร์อินฟอร์มเมชั่น เราเลือกไปที่หลังเพราะคิดว่าน่าจะเอื้อประโยชน์แก่คนโง่ภาษาอย่างเรา และพอไปถึง เขาก็ไล่ให้ไปที่อู่รถ ฝั่งตรงข้าม ตึกสีส้ม อีห่า = =

สรุปนะ ถึงสถานี Hualien ออกทางออกที่เขียนว่า ข้างหน้า (front) เลี้ยวซ้าย จะมีตึกสีส้มๆ นั่นคือท่ารถ จะมีรถทัวร์วิ่งในเมืองและรถไป taroko ตรงนั้นเลย แต่ยังมีรถของ taroko ขึ้นที่ป้ายแดงๆ ซึ่งป้ายอยู่ที่ vistior information อีห่า เดินวน

ไปถึงตึกส้มก็เอ๋อ แดก เหมือนชีวิตยังงงๆ เขาถามจะไปไหน เออวะ จะไปไหนวะ ด้วยความที่เข้าใจว่า Hualien = Taroko อีโง่ เขาเหมือนเห็นเด๋อๆ ด๋าๆ เลยถาม ไท่ลู๋เก้อ? ได้ยินคำนั้นแล้วก็พยักหน้าทันที ก็จัดแจงซื้อบัตรมา 250NT สำหรับ 1 วัน (ซึ่งบัตรนี้มีขายที่แฟมิลี่มาร์ทด้วยนะ เห็นในโบรชัวร์) โดยตอนนั้นมีรถบัสสายอะไรสักอย่างจอดที่หน้าท่ารถสีส้ม (ไม่ต้องเดินวน เย้) คนขายก็บอกเราให้ขึ้น เราเลยถามเขาว่าคือขึ้นคันไหนก็ได้เหรอ ไม่ต้องเป็นรถเมล์ของอุทยานเหรอ เขาบอกคันไหนก็ได้ เราก็ว้าวดีจังจากนั้นก็นั่งรถจากข้างหน้าลง taroko เลยจ้า ดูป้ายไฟหน้ารถเอาว่าอยู่ไหนแล้ว ซึ่งในเว็บอย่างเป็นทางการของ taroko มีแนะนำว่าให้ไปไหนบ้างอยู่ เราก็ไปตามนั้นเลยจ้า

http://www.taroko.gov.tw/English/?mm=5&sm=2&page=1

โหยยยยย วิวสวยอากาศดีสุดๆ ถ่ายรูปจนพอใจ แล้วไงต่อ? เลยเข้าเว็บของ taroko จะมีตารางรถบัสให้โหลดเป็น excel ดีมากเลยนะ ก็ดูว่ารถคันต่อมาจะมากี่โมง ดูทั้งรถสาย taroko และรถเมล์สายอื่นๆ ด้วยเลย เพราะบัตรเราขึ้นได้ทุกคัน (จริงๆ ใช้ easy card จ่ายได้นะลองคำนวนราคาดู)

แล้วก็มีรถเข้ามาจอดคันหนึ่ง เราจะไปบุโรหวันต่อ เห็นมีครอบครัวนึงถามคนขับว่าบุโรหวัน คนขับไม่ให้ขึ้น เราก็อ้าวเหรอ สงสัยจะเป็นเที่ยวกลับ เลยรอต่อไป จนครบชั่วโมง รถคันใหม่มารีบขึ้น โชว์บัตรและบอกว่าบุโรหวัน คนขับพยักหน้า รอดละเรา

ทางเดินไปถ้ำแห่งการกลืนกิน ปิดอยู่ เสียดาย ตั้งใจมาเดินตรงนี้เลยนะ (เพราะมันเดินน้อยน่ะ แหะๆ)

จากนั้นเราก็มารอรถไฟที่ถ้ำแห่งการกลืนกิน และที่นั่น ความโง่ของเราก็นำพาความฉิบหายมาให้

ขึ้นรถบัสตรงนี้ ชั่วโมงละคัน ตกรถทีก็รออีกนาน อ่านป้ายให้ดีด้วยว่าจะไปไหนต่อเพราะรถแต่ละสายไม่ได้จอดทุกป้าย

Yanzikou อ่านว่าไงไม่รู้ แต่นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของหายนะ

จุดนี้เขาแนะนำให้ใส่หมวก ซึ่งไม่รู้เอามาจากไหนกัน แต่เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่มีหมวกเลยไม่รู้สึกอะไร ก็เดินดูสวยงามมาก หน้าผาหน้าคน น่ากลัว หลอนๆ ดี นึกถึงพวกการ์ตูนผีญี่ปุ่น ฟินมาก

จากนั้นเราก็เห็นว่าทุกคนเดินไปข้างหน้าไม่มีใครเดินกลับ ก็เลยแบบเอ๊ะ หรือเดินสุดทางแล้วจะเจอป้ายรถเมล์ใหม่นะ ก็เลยเดินไปเรื่อยๆ

ทำให้พบว่า ที่ไม่มีคนเดินกลับ เพราะคนที่มากับทัวร์หรือแท็กซี่ รถบัสเขาไปรอปลายทาง ส่วนพวกรถเมล์ มันยังไม่ถึงเวลาไงมีเวลาเดินตั้งชั่วโมงจะรีบกลับทำไม แต่ความโง่ครอบงำอยู่ เลยเดินไปเรื่อยๆ

จนสุดทางเดิน เห็นป้ายเขียนว่าทางเดินนี้ one way ก็มโนไปว่า ทางวันเวย์ก็แปลว่าเราห้ามเดินย้อนสิ (ควายเอ๊ย คิดไปเองทั้งนั้น เลยเดินต่อไป..สู่หายนะ

อยากจิร้องเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้ เดินเป็นชั่วโมงขาลาก แต่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าต้องเดินกลับ เพราะมีคุณลุงเดินนำอยู่ ลุงเดินได้ ก็แปลว่าเดินได้ อีห่า ไม่เอ๊ะใจเลยว่าเดินกันสองคน เดินไปจนถึง Tunnel of Nine Turns แบบไม่ตั้งใจ ซึ่งปิดอยู่และมีป้ายรูปคนและขีดคร่อม คือไรห้ามเดิน? ห้ามเดินแล้วฉันจะไปไง ก็เลยเดินต่อไป เชี่ยมากกกก คิดอะไรอยู่วะ เดินไป เดินไป เดินไป จนท้อ ไม่เห็นวี่แววป้ายรถเมล์สักที เดินจนแทบจะร้องไห้ เปิดมือถือเช็ค GPS ซึ่งเน็ตแรงดีสัญญาณครอบคลุมมาก เครือข่าย taiwan mobile ดีจริงๆ แต่คือ google map ไม่มีแผนทีละจ้า เขียวทั้งแถบ ฮือ จะร้องไห้ และก็เย็นมากแล้ว ตั๋วรถไฟขากลับเราคือ 6 โมงเย็น ซึ่งคำนวนเวลาแล้วว่า เราต้องขึ้นรถเที่ยวกลับ ที่ป้ายห้ามเกิน 5 โมงเย็น แต่คือตอนนั้นก็บ่ายสามไปแล้ว ยังเดินไม่ถึงไหนเลย คิดไปต่างๆ นานา ฉันต้องนอนข้างทางเหรอ? ฉันจะอยู่ยังไง ข้าวปลาอาหารหมดแล้ว หรือฉันต้องกลายเป็นคนป่าคนเขาที่นั่น

เลยทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน คือ โบกรถ

ซึ่งไม่มีใครจอด

T.T

จนมีคุณลุงชาวไต้หวันคนหนึ่งจอดแล้วถามจะไปไหน เราก็บอกว่าเทรนๆ นางถามว่า ฮัวเลียนหรือ อีทางนึงน่ะ ที่เป็นป้ายสุดท้าย อ่านไม่ออกว่าชื่ออะไร = =” เนื่องจากเราเห็นว่ารถลุงมุ่งหน้าไปทางฮวาเลี่ยนก็เลยตอบว่าฮวาเลี่ยนไป เขาเลยให้ขึ้นมา โอ้ย น้ำตาจะไหล

คุณลุงแกใจดีมากกกกกกกกกกกก แม้ภาษาลุงจะไม่เก่ง (ซึ่งเราก็ไม่เก่งเหมือนกัน) แต่ก็พยายามคุยกัน ซึ่งงงมาก 555 ลุงเลยโทรหา my girl (ลุงใช้คำนี้เลยนะ เขินอะ รู้สึกเหมือนอยู่ในซีรีย์ไต้หวันแบบเดวิลบอยเฟรนด์) ซึ่งขนาดภรรยาของลุงภาษาดี ก็ยังสื่อสารไม่รู้เรื่องเพราะ เราโง่ 55 แค่ออกเสียงคำว่า train ยังวุ่นวายไม่เข้าใจ เทน เทรน เทรนดึ แง้

เลยนึกขึ้นได้ไม้ตายสุดท้าย ควักตั๋วรถไฟขึ้นมา จบเกมค่ะ ลุงบอกเดี๋ยวไปส่ง

เย้

ลุงแกเล่าให้ฟังว่าลูกเป็นหมอ และพาเราไปแวะที่ทำงานของลูกแกด้วย โหย ใหญ่โตมากก็บอกให้เราถ่ายรูปไว้ ก็เลยถ่ายๆ ตามที่แกบอก แต่ตอนนั้นคือจิตใจตกต้ำมากจนไม่มีแรงหยิบกล้อง ฮือ ขอโทษลุงด้วย รูปออกมาเบลอทุกรูป 555

ลุงบอกว่าอีก ฮาฟเฮ้า ก็ถึง เราก็แบบไรวะ เฮ้า? แอมสลีฟแอดโฮเทลอินไทเป ก่อนจะเก็ทว่า อ๋อ ครึ่งชั่วโมง ก็ขอบคุณลุงไป

จากนั้นก็เปิดเว็บหาคำขอบคุณภาษาจีน เจอคำมาตราฐานอย่างเซี่ยเซี่ยก็คิดว่าง่ายไป เลยหาคำอื่นเจอ

太感谢你
 Tài gǎnxiè nǐle
 ไท่ ก่าน เซี่ย หนี่ 
 ขอบพระคุณมากๆ
— http://www.jeenmix.com/article/topic-28843.html

พอเขามาส่งถึงหน้าสถานีรถไฟเลย กำลังจะพูดคำที่เตรียมไว้ เขาก็หยิบโอวันตินกระป๋องให้เรา โอ้ย ซึ้งน้ำใจ อยากจิร้องไห้ เลยะพูดขอบคุณเขาไป ซึ่งมันรู้ว่ามันโอเว่อร์ไปหรือไร เขาทำหน้าแบบ โห ขนาดนี้เลยเหรอ 555 และเวลาก็เหลืออีกชั่วโมงนึง จริงๆ เขาบอกว่าเปลี่ยนรอบให้เร็วขึ้นได้ แต่ไม่ดีกว่า พอดี ไม่อยากยุ่งอะไรอีกแล้ว ก็เลย หาไรกินที่สถานีรถไฟรองท้องเบาๆ

ตึกสีส้มคือท่ารถบัส ซื้อเดย์พาสได้ที่นี่

Ximending | 西門町

ก็นั่งรถไฟมาไทเปหลับตลอดทาง ตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นพอดีถึงไทเป รู้สึกดีมากกับชีวิตตรงเวลา วางแผนชีวิตง่ายจัง จากนั้นก็ขอเดินแหล่งใหญ่หน่อยซิ อยากสำรวจตลาด หาทางหนีทีไล่ เวลาชอปจะได้คล่องๆ

เขาบอกว่ามันคือสยามฯ
หลังหอแดงเป็นแหล่งเกย์สุด มูดสีลมมากๆ
มะเขือเทศเคลือน้ำตาล ตกใจมากราคา 30NT กรี๊ด ซื้อมาเพราะไม่รู้ว่าเป็นมะเขือเทศ เกลียดๆๆๆ เนื้อเสต็กเผาต่อหน้า 100NT อร่อยและน้อยดีมาก
พวกของคีบไปต้มไปทอดยืนเล็งอยู่นานแค่ไม่กล้ากิน สั่งไม่เป็น
ร้านบะหมี่ร้านนี้หอมมากกกกกกกกก คนเยอะสุด เลยไว้วันหลังแล้วกันนะ
เดินมาเจอ 86 shop เจลว่านหางของเนเจอร์รีพลับบริก 99NT แบบต้องจัด แวะไปเทียบราคาที่ชอปก่อน ที่ชอปขาย 150NT (ที่ไทย 199B) เลยแบบกลับมาร้านนี้ดีกว่า ซึงหาไม่เจอ — — จำทางไม่ได้ กว่าจะเดินวนมาเจอ ร้านก็ปิดเสียก่อน โธ่ วันหลังแล้วกัน วันนี้หมดแรงจริงๆ
One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.