004 | Big Bad Wolf 2017

เมื่อวานวันหยุดไก่ เราเลยชวนกันไปหาที่เที่ยวกันครับ พอดีได้ข่าวว่ามีงานมหกรรมขายหนังสือโคตรถูกจัดอยู่ที่ Impact ก็เลยมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงกันเลยครับ งานนี้คือ

Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2017

งานมหกรรมหนังสือภาษาต่างประเทศที่เวียนกันจัดในไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จุดเด่นคือเปิดขายกัน 24 ชั่วโมงตลอดงาน (ครั้งนี้จัดอยู่ 26 วัน: 11–27 สิงหาคม 2560) และขายหนังสือมือหนึ่งฉบับพิมพ์ปีค่อนข้างใหม่ในราคาโคตรอภิมหาถูกแบบแทบเป็นไปไม่ได้ !!

ความเป็นมาของงาน Big Bad Wolf (อ้างอิงจาก https://www.bigbadwolfbooks.com/th/thai/our-story)

Big Bad Wolf Book Sale เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 ที่ ดาตารัน ฮาโมดัล โดยจัดให้มีการขายขึ้นที่คลังสินค้าของร้านขายหนังสือชื่อ BookXcess ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายหนังสือหลากหลายประเภท นับตั้งแต่หนังสือขายดี หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน ไปจนถึงหนังสือวิชาการ และหนังสือภาพ ฯลฯ
ทุกๆปี คนรักหนังสือจะได้เพลิดเพลินไปกับส่วนลด 75% – 95% ในงานมหกรรมหนังสือนี้ และ เราได้ช่วยให้ชาวมาเลเซียนับหมื่นได้พบความสุขเพลิดเพลินจากการอ่านหนังสือดีมีคุณค่า ในระดับราคาที่ซื้อได้ และราคาลดต่ำสุดๆของเรา ช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสอ่านหนังสือใหม่ๆที่มีคุณภาพ จากนักประพันธ์ใหม่ที่นักอ่านยังไม่เคยสัมผัสมาก่อนอีกด้วย มากี่ครั้งก็จะได้พบกับหนังสือใหม่ๆติดมือกลับบ้านทุกครั้งไป
ปัจจุบัน Big Bad Wolf ได้เดินทางไปจัดมหกรรมหนังสือในเมืองใหญ่ๆทุกปี พร้อมกับหนังสือที่สั่งสมไว้จำนวนมหาศาลเพื่อขายในราคาถูกที่สุดในโลกก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่หุบเขาแกลง บ้านเกิดในมาเลเซียเพื่อจัดงานหลักประจำปีซึ่งมีความยิ่งใหญ่ และแข็งแกร่งขึ้นทุกๆปีด้วยการกระหน่ำลดราคาให้ต่ำลงกว่าเดิม! ไม่ว่าคุณจะมองหาหนังสือคลาสสิกยุคใหม่ หรือหนังสือเพื่อเก็บเข้าในห้องสมุดใหม่ของบุตรหลาน แม้แต่หนังสือที่หายาก หรือหนังสือแนวผจญภัยตื่นเต้นใหม่เอี่ยมที่เพิ่งออกมา หมาป่า Big Bad Wolf มีหนังสือเหล่านี้ไว้รอนักอ่านทุกท่าน

ผมชอบตำนานของงานนี้มากเพราะเป็นคนรักหนังสืออยู่แล้วและฝันอยากให้มีงานขายหนังสือดีๆ ราคาถูกๆ เพื่อให้คนอ่านหนังสือกันเยอะๆ บ้าง และพอไปถึงงานก็โคตรดีใจที่แม้จะเป็นงาน Book Sale ที่มีแต่ภาษาอังกฤษ (จริงๆ มีบูธของนานมี, ซีเอ็ดและยิปซีอยู่ด้านนอกด้วยแต่ขอไม่นับรวมละกัน) แต่ก็มีคนไปเลือกหาซื้อหนังสือกันมหาศาลไม่แพ้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเลย แสดงว่าบ้านเราก็ยังมีคนรักการอ่านอยู่อีกมากมายเลยทีเดียว

โดยปกติหนังสือต่างประเทศส่วนใหญ่จะผลิตมาค่อนข้างดี คือใช้กระดาษคุณภาพดี ทำปกแน่นหนา และมีขนาดใหญ่น้ำหนักเยอะ ถ้าหอบกันจริงๆ ก็คงไม่ไหวครับ แต่ในงานนี้ทางผู้จัดก็เตรียมรถเข็นไว้เพียบสำหรับคนที่ขยันขนทั้งหลาย แถมเคาเตอร์ชำระเงินก็จัดรอไว้กว่า 40 จุดชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต (มีโปรสำหรับหลายๆ ธนาคารด้วย) เรียกได้ว่ากวาดซื้อกันสบายใจครับ

และที่สำคัญคือราคาหนังสือครับ มันถูกกกกกกก ถูกจนอดใจไม่ไหวจริงๆ ลดกันแบบไม่เหลือศักดิ์ศรีหนังสือต่างประเทศเลย 5555 คือเอาจริงๆ เกือบทั้งงานถูกกว่าหนังสือไทยอีก

หนังสือที่ขายในงานจะแบ่งหมวดไว้ค่อนข้างดี ถ้าประเมินด้วยสายตาแล้วแบ่งได้ประมาณนี้ครับ:

60% เป็นหนังสือสำหรับเด็ก (Kids) เช่นพวกหนังสือภาพ, ระบายสี, หนังสือเสียง และหนังสือที่มีของเล่นประกอบ แล้วก็พวกหนังสืออ้างอิง (Reference) ก็เน้นกลุ่มเด็กๆ อ่านครับ

20% เป็นหนังสือแต่ง (Fiction) ในกลุ่มนี้มีแนวโรแมนติก (Romance) ซะเยอะครับ ส่วนหนังสืออ่านทั่วไป (General / Adult) ก็พอๆ กัน มีวรรณกรรม (Literature) ไม่มากนัก

30% ที่เหลือเป็นหนังสือ non-Fiction ที่แบ่งตามหมวดครับ เช่น ดนตรีและภาพยนตร์, ประวัติศาสตร์และการเมือง, สถาปัตยกรรม, ศิลปะ, การทำอาหาร ฯลฯ หมวดนี้หนังสือจะเล่มใหญ่ๆ หน่อย ราคาก็สูงขึ้นมานิดนึง

มาแล้วก็ต้องจัดครับ และหนังสือที่เราใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมงเดินเลือกกันก็ได้มาดังนี้ครับ

1. 1000 Sacred Places: The world’s most extraordinary spiritual sites (180 บาท)

หนังสือแนวท่องเที่ยวที่บอกเล่าถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาทั่วโลก 1,000 แห่ง ภาพสวยมาก เนื้อหาดี เล่มหนายังกับพจนานุกรมครับ

2. The History of Rock (150 บาท)

เล่มอย่างใหญ่ ภาพสวย เล่าถึงประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการของดนตรีร็อค รวมไปถึงไอคอนของแต่ละยุคสมัยและแต่ละแขนงของดนครีร็อคด้วย ได้เล่มนี้มากางอ่านไปหาเพลงใน Apple Music ฟังไป โคตรดีงามครับ

3. Some Kind of Happiness (150 บาท)

เล่มนี้เป็นนิยาย (Novel) ที่ไก่เลือกมาไว้อ่านฝึกภาษาครับ ธีมของเรื่องเป็นแนวเด็กถึงวัยรุ่น อ่านคำโปรยแล้วอ่านไม่น่ายากแถมได้รีวิวใน amazon, goodreads ค่อนข้างสูงด้วย เล่มดูหนาแต่ตัวหนังสือค่อนข้างใหญ่ครับ

4. The Computer: An illustrated history from its origins to the present day (300 บาท)

เล่มนี้ผมเลือกมาด้วยความชอบส่วนตัว (ประวัติศาสตร์+คอมพิวเตอร์) และก็เอาไว้อ้างอิงและสอน นศ.ด้วยครับ หนังสือเล่าถึงวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สมัยโบราณที่ใช้เศษไม้เศษกระดูกนับเลขมาจนถึงการใช้คอมพิวเตอร์ในยุคใหม่ๆ เช่น A.I. เน้นภาพประกอบเป็นหลัก ขอบอกว่าภาพประกอบสวยและหาดูยากมากครับ

5. The Beatles: The stories behind the song 1962–1966 และ 1967–1970 (เล่มละ 180 บาท)

มีหนังสือเกี่ยวกับ The Beatles อยู่หลายเล่มในงาน แต่ผมชอบสองเล่มนี้ที่สุด เพราะว่ามันเล่าถึงเบื้องหลังของแต่ละเพลงของพวกเขาเพลงละ 1–2 หน้า ลองอ่านดูแล้วก็ไม่ยากแถมเป็นเรื่องราวเบื้องหลังที่หาอ่านได้ค่อนข้างยากซะด้วยครับ สาวก The Beatles อย่างผมเห็นแล้วโดดคว้าแบบไม่ดูราคาเลย 55555

รวมทั้งหมดได้มา 6 เล่มในราคาพันกว่าบาท ถ้าซื้อหนังสือไทยนี่ก็คงได้แค่ 2–3 เล่มครับ และถ้าซื้อหนังสือพวกนี้ในราคาเต็มๆ คงได้สักเล่มนึงเท่านั้นเอง เรียกได้ว่างานนี้โคตรคุ้มค่าจริงๆ ใครมีเวลาพอจะไปได้แนะนำว่าสมควรไปโดนเป็นอย่างยิ่งครับ :)

Like what you read? Give Chayan Nuntawong a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.