Schap x rgb72 (Part1)

ที่เขียนว่า Part1
อย่างแรก เพราะเราคาดว่ามันน่าจะยาว
อย่างที่สอง เพราะเรายังค้างบทความพี่เก่งอยู่ 2 เรื่อง
งั้นมาเริ่มกันเลย!
ต้องเกริ่นก่อนว่าการฝึกงานในครั้งนี้เป็นการเข้าร่วมผ่านโครงการ The internship
ซึ่งโผล่มาในหน้าไทม์ไลน์เรา ช่วงที่เรากำลังทำ TEDxThammasatU อยู่
(และงานเดือดมากด้วย!)
เราสนใจตั้งแต่ครั้งแรกแล้วหละ
เพราะตั้งใจอยู่แล้วว่าปิดเทอมนี้ต้องได้ที่ฝึกงานสักที่
เราน่าจะเจอ Ad ตัวนี้ประมาณวันที่ 18
รายละเอียดบอกว่าหมดเขตวันที่ 20
อื้ม สองวันน่าจะทัน
เพราะตอนนี้เรากำลังปั่นสไลด์ให้สปอนเซอร์อยู่
งั้นไว้ก่อนแล้วกัน
เรารู้ตัวอีกทีวันที่ 21
คุณเข้าใจถูกแล้วค่ะ มันเลยวันสมัครมาแล้ว
ตอนนั้นเซงนิดหน่อยแต่ไม่อะไร คิดว่าเดี๋ยวไปลองที่อื่นก็ได้
ผ่านมาอีกวัน
Ad มันกลับมาอีกหละคุณ
พร้อมกับบอกว่าขยายเวลารับสมัครถึงวันที่ 22
ใช่แล้ว ซึ่งก็คือวันนี้
กับเรา ที่เห็น Ad นี้ตอนสามทุ่ม
เราส่งได้ถึงเที่ยงคืนวันนี้
24–21 = 3 ชม.
อื้มมม น่าจะทัน
ว่าแล้วเราก็ละจากสไลด์ของสปอนเซอร์แล้วมากรอกใบสมัครก่อน
ซึ่งตำแหน่งที่รับนี้ไม่ใช่แนวสักอัน ฮ่า
มี Business, Developer และ Designer
ใกล้เคียงสุดก็คง Business
ซึ่งพอกดเข้าไปดูคำถามแล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ
คำถามมันก็จะประมาณว่า
“ถ้าคุณมีโอกาสได้คุยกับแจ็กหม่า 5 นาที คุณจะคุยอะไร?”
“คุณเคยอ่านหนังสือธุรกิจมั้ย? ได้อะไรจากเล่มนั้น?”
“ลองยกตัวอย่างเทรนด์ของปี 2017”
อื้ม….
ไหนลองไปดูอีกอัน
เราลองเข้า Designer
พบว่าคำถามน่ารักน่าตอบกว่าเยอะเลย
ประมาณว่าชอบ Design ของ Product ตัวไหน
(อันนี้ตอบไปว่าชอบขวดโยเกิร์ต Bulgaria เพราะช่องเก็บหลอดดีมาก)
หนังสือที่ชอบ หนังที่ชอบ
มีสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ให้ลองประกอบมาเป็นรูป
แนบพอร์ตงานที่เคยทำ
เราเลยปั่นพอร์ตในเวลาอันรวดเร็ว
ทำใน wix (ใช่แล้ว You need a website, why not creat it yourself?)
หลังจากนั้นก็ Generate เป็น QR code
ปริ้นเกือบสิบใบ แปะใส่กระดาษขนาดพกง่าย
ประมาณว่ากรรมการจะต้องจำได้ เพราะไอ้เด็กนี้ทำพอร์ตในกระดาษแค่แผ่นเดียว
แปะ MT Tapeให้ด้วย!
(ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วเพราะบ้านไม่มีหมึก + ขี้เกียจนั่งจัดหน้าพอร์ต ขอโทษค่ะ)
เรากด Submit ใบสมัครของเราไปอย่างกล้าหาญ
และโคตรมั่นใจ ว่าพอร์ตเราดูดี
บวกกับการที่เราทำงานที่ TEDxThammasatU
เราพอรู้มานิดหน่อย
ว่าการขยายเวลา มันหมายถึงคนสมัครไม่ถึงเป้าและต้องการรับเพิ่ม
เราคิดว่าสงสัยคนสมัครน้อย สมัครไปก็น่าจะติดนั้นหละ
“แล้วเราก็พบว่าเราประเมินโครงการนี้ต่ำไป”
ถึงวันสัมภาษณ์
ไปถึงที่สัมภาษณ์ เราได้รับสติ๊กเกอร์เป็นรหัส
รหัสของเราคือ G33 ซึ่งเป็นรหัสของ Graphic Designer
Business จะเป็น B และ Developer จะเป็น D
ระหว่างรอสัมภาษณ์มีอาหารให้กินด้วย (น้ำส้มอร่อยมาก!)
แล้วเขาก็เรียกเรา
เราเดินตามเด็กคนอื่น ๆ ไปก่อนจะแยกตามห้อง
ห้องสัมภาษณ์ของเรามีกรรมการนั่งอยู่ประมาณ 4–5 คน
เรานั่งลงที่เก้าอี้ ยิ้มแห้ง ๆ แล้วมองเขา
แล้วเขาก็มองเรา
แล้วเราก็มองเขา
“จะแนะนำตัวได้รึยัง เสียเวลา”
เอาแล้ว ….
เป็นผู้ชายใส่แว่นที่ดูดุ ๆ คนนึงนั่งอยู่ทางขวาของเรา
เราเลยแจกพอร์ตให้ทุกคน (ใช่ อันที่เป็นแผ่นนั้นแหละ)
“แล้วถ้าที่นี่ไม่มีอินเตอร์เน็ตจะทำยังไง
นี้ยังไม่รวมที่ต้องเสียเวลารอโหลดอีก
คุณเสียไป 1 นาทีจาก 5 นาทีแล้ว”
ใช่ค่ะ คนเดิม
รู้สึกต้องนั้นสตรองมาก ยิ้มอย่างเดียวเลย
สรุปแล้วทุกคนก็ได้ดูค่ะ
ประกอบกับที่เราอธิบายไปด้วย
“เอาตรง ๆ นะ”
“ผมว่างานคุณมัน”
ไม่สวยอ่ะ
ไม่สวยอ่ะ
อ่า
ไปต่อไม่ถูกเลย
แบบว่าทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
คุณคงพอเดาได้ว่าใครพูด
กรรมการอีก 2 คนพยายามช่วยพูด
น่าจะมาจาก Jeban กับ SellSuki
เขาบอกว่าน้องมาแนวเขียน น่าจะอยากเป็น Copywrite รึเปล่า?
ตอนนั้นพยักหน้า แล้วบอกเขาว่าจริง ๆ อยากทำด้านนี้
ผู้ชายดุ ๆ คนเดิมบอกว่าคุณอยากลองไปห้อง Business มั้ย?
หน่วยก้านดูเป็นแบบนั้น
และเขาจะไม่ให้คะแนนเราในด้าน Design
เพราะเราดูมี Potential แต่มันไม่ใช่ด้านนี้
ถ้าจะให้คะแนนไปก็คงเหมือนโกหกตัวเอง
เราตอบเขาไปว่าถ้าได้ก็จะไป
ผู้ชายดุ ๆ คนนั้นคือ พี่ตั้ม Cookly
เป็นผู้มีอุปการะคุณคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้เขา เราอาจจะไม่ได้ไปต่อก็ได้
ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ฮ่า
จากนั้นพี่ตั้มก็เรียกพี่สต๊าฟผู้ชายสองคนมากหิ้วปีกเราออกไป
แล้วโยนเราออกจากตึก
พร้อมกับตะโกนด้วยเสียงก้าวร้าวว่า
“คุณไม่ได้ไปต่อ”
ล้อเล่น
เขาแค่พาเราออกไปคุยว่าอยากได้บริษัทไหนเป็นพิเศษมั้ย
เราบอกเขาว่า rgb72
กับ Fire one one
อื้มม เพราะ rgb72 เป็นบริษัทที่ใกล้บ้านเราดี
แถมในเพจบอกว่าอยากได้ copywriter ด้วย
เขาบอกว่าจะพาเราไปห้องที่มี rgb72 อยู่
เราก็รอ
จากคิวเช้าเลยกลายเป็นคิวบ่าย
ตอนนั้นพี่ ๆ ดูวุ่นวาย
ได้ยินคนคุยกันว่าทำไมต้องย้ายห้องหละ
สมัครกราฟฟิคหนิ แล้วจะให้แทรกคิวยังไง
ฮ่า รู้สึกผิดนิดหน่อย
สุดท้ายเราก็ได้ไปห้อง Business
ในนั้นมีกรรมการอยู่ 3 คน
แต่เราไม่รู้ว่าคนไหนอยู่บริษัทที่เราอยากได้
พี่สต๊าฟพาเรามาปล่อยแบบไม่มีคำอธิบาย
กรรมการบอกว่าคุณรหัส G หนิ
มาผิดห้องหรอ และทำท่าจะเรียกคนมาหิ้วปีกเราออกไปอีกรอบ
เราเลยรีบเบรค แล้วเล่าให้เขาฟังก่อน
พร้อมกับแจกพอร์ตของเราเหมือนเดิม
หลังจากนั้นมันก็มึน ๆ นิดหน่อย
แต่การสัมภาษณ์เป็นไปแบบสบายกว่าอีกห้อง
ส่วนใหญ่เราคุยกับกรรมการคนที่เป็นผู้หญิงผมสั้นที่ดูใจดี
และเพิ่งมารู้ตอนกลาง ๆ ของการสัมภาษณ์
ว่าคนนี้แหละ อยู่ rgb72
อันที่จริงเขาใส่เสื้อบริษัทอยู่
แต่เราไม่สังเกตเอง
แย่มาก!
การสัมภาษณ์วันนั้นจบลงด้วยดี
และเรากลับไปด้วยความหวังเล็ก ๆ
ว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะเก็บพอร์ตของเราไว้
วันประกาศผล
ผลการสัมภาษณ์ออกตอนที่งานเรากำลังเดือด
และเพิ่งนึกขึ้นได้เลยกดเข้าไปดู
เราไม่ค่อยหวังหรอก
ไม่สิ อันที่จริงก็หวังอยู่เล็ก ๆ
แล้วเราก็พบรหัส G ในบรรดารหัส B
เราอยู่ลำดับสุดท้ายเลย
ตอนนั้นวู้ว ออกมาเสียงดังอยู่
งง ๆ หน่อย
แต่ดีใจมากกว่า
มีสัมภาษณ์รอบสอง
คร่าว ๆ คือห้องสัมภาษณ์มี 2 ห้อง
A กับ B
ทั้งสองห้องจะมีบริษัทไม่เหมือนกัน
โดยเขาจะแบ่งเด็กไปสัมภาษณ์แต่ละห้องโดยการสุ่ม
กติกาคือ
เข้าไปในห้องนั้น
ขายของเป็นเวลา 5 นาที
พอขายเสร็จ กรรมการในห้องจะยกมือเลือก
ถ้ามีมากกว่า 1 บริษัท
คุณมีสิทธิ ว่าจะเลือกอยู่ที่ไหน
เหมือน The Voice นั้นหละ
และสมมุติว่าคุณถูกสุ่มได้ห้อง A
แต่ในห้องนั้นไม่มีบริษัทที่คุณอยากได้
คุณจะหลุด ถึงแม้ห้องนั้นจะมีคนที่เลือกคุณ
แต่ถ้าคุณไม่เลือกเขา คุณต้องไปเพื่อรอห้อง B
และถ้าห้อง B ไม่มีใครเลือกคุณเหมือนกัน
วันนั้นก็ต้องกลับบ้านแห้ง ๆ ไป
rgb 72 อยู่ห้อง A
ทายสิเราถูกสุ่มให้ไปสัมภาษณ์ห้องไหน?
ปิ๊งป่อง…
ห้อง B
เยี่ยมเลย
และถ้าคุณคิดว่านี่พีคแล้ว
สิ่งที่พีคกว่าคือกระดานแบบ Real Time
ที่จะบอกว่าตำแหน่งของแต่ละบริษัทเต็มแล้วหรือยัง
และมาถึงตรงนี้
สิ่งที่พีคที่สุด
คือ rgb72
รับตำแหน่ง Business แค่ 1 คน
เราได้แต่นั่งแห้ง ๆ อยู่ตรงนั้น
เราคิดว่าถ้าไม่ได้บริษัทที่อยากได้จริง ๆ ก็อาจจะไม่ทำ
สักพักหนึ่งผู้หญิงผมสั้นคนที่เคยสัมภาษณ์เราก็เดินมาทางนี้
“อยากฝึกที่นี้จริง ๆ ใช่ไหม”
“ค่ะ”
ได้ งั้นเดี๋ยวพี่รอ
พี่เขาเดินกลับไปแล้ว
แต่เรายังมึน ๆ อยู่
ว่าสรุปเขาพูดเล่นหรือพูดจริง?
แล้วมันยังไงต่อ?
อันที่จริงเราตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วหละ ว่ายังไงก็จะย้ายห้อง
แต่ได้ยินแบบนี้ก็อุ่นใจมาครึ่งหนึ่ง
เราไปสัมภาษณ์ห้อง B
ในห้องนั้นพี่ตั้มนั่งอยู่ด้วย
เขาแซวนิดหน่อยว่าคุณก็เบียดพวก Business คนอื่นขึ้นมาได้นะ
สรุปแล้วห้องนั้นมีแค่บริษัทเดียวที่เลือกเรา
คือ iTAX
เราปฏิเสธเขาไป เพราะรอบริษัทอื่นอยู่
และหวังหน่อย ๆ ว่าเขาก็รอเราอยู่เหมือนกัน
เรากลับมานั่งรอเปลี่ยนห้องสัมภาษณ์
บนกระดานนั้นตำแหน่งที่เราอยากได้ยังว่างอยู่
ดีจัง
แล้วเราก็เข้าห้อง A
กรรมการผู้หญิงคนที่บอกว่าจะรอเรา
นั่งอยู่กับผู้ชายใส่แว่นอีกคน
ซึ่งน่าจะเป็น CEO
เราขายของให้กรรมการในห้องฟัง
(ซึ่งก็ใช้สไลด์ของสปอนเซอร์นั้นหละ)
ใจชื่นหน่อย ๆ ที่มี 2 บริษัทเลือก
Pi-r-square กับ rgb72
เราทิ้งช่วงให้เขาลุ้นหน่อย ๆ ว่าจะเลือกใคร
(นาน ๆ ทีจะรู้สึกเหมือนเลือกได้ ฮ่า)
เราเลือก rgb72
วันนั้นได้เสื้อกลับบ้านมาตัวหนึ่ง
ตัวเดียวกับที่กรรมการคนนั้นใส่เมื่อครั้งก่อน
ผู้หญิงที่สัมภาษณ์เราวันนั้น คือพี่โจ้
และผู้ชายใส่แว่นคนนั้น คือพี่เก่ง
ซึ่งตอนหลังสองคนนี้จะเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของตอนต่อ ๆ ไป
ถ้าได้เขียนอีกนะคะ ฮ่า
วันนั้นมีอีก 2 บริษัทที่ดูถูกใจเราด้วย
คือ Sellsuki กับ Fire one one
ได้นามบัตรมาด้วยนะ
ได้ของ Pi-r-square มาด้วย
สรุปวันนั้นได้มาสามใบ รู้สึกฮอตเลย
และนั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดก่อนการฝึกงาน
ยาวมาก แต่เราคิดว่ามันสนุกและตลกดีกว่าจะได้มาฝึกที่นี่
เจอกันตอนหน้าค่ะ!

ฌานิญา งามพิสัย (ผิง)
เรียนที่คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เด็กฝึกงาน ที่ rgb72
ตอนนี้เธอฝึกงานเสร็จแล้ว
แต่มีแพลนจะวนเวียนอยู่ใกล้บริษัทไปเรื่อย ๆ
