Schap x rgb72 (Part2)
ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวระหว่างฝึกงาน
เอาเป็นเรื่องมีสาระ(?) ก่อนละกันเนอะ
rgb72
ที่นี่ทำ 3 อย่าง
Web Production, Event และ Consult
ออฟฟิศตั้งอยู่แถวพัฒนาการ 32
ข้างตึก True ถ้าใครผ่านแถวนั้นบ่อย ๆ จะนึกออก
เราเดินทางโดยรถตู้ม.ราม 1 ไม่ก็รถเมล์สาย 206 และ 133
เวลาทำงานคือ 10:00–19:00
มีพัก 2 ช่วง คือพักกินข้างกลางวัน กับพักตอน 5 โมง
ที่นี่เป็นแนว Home Office
เราค่อนข้างตื่นตาตื่นใจ
เพราะที่นี่ดูเหมือน Production House ในบทซิทคอมที่เราเคยเขียนเลย
พอเปิดประตูเข้ามาปุ๊บ คุณจะได้รับการต้อนรับด้วยโมเดลเลโก้เกือบสิบชิ้น
และหนังสือแนว Design+Marketing ที่วางอยู่เต็มชั้น
มาค่ะ เราจะพาคุณไปดูด้านในสุด
โอเค ทีนี้เงยหน้าขึ้น
คุณจะพบกับหมวกเกือบสิบใบแขวนอยู่
ด้านซ้าย มีกีต้าร์ตัวนึง กับคาฮอง
มองเลยไปอีกหน่อยจะมีชั้นที่วางหนังเกือบสิบเรื่อง
กับจอทีวีที่แขวนอยู่
ไฮไลต์คือมี werewolf และไพ่ด้วย!
ฮ่า
เอาเป็นว่าเราจะพักความตื่นตาตื่นใจนี้ไปก่อน
มาดูงานที่เราฝึกกัน
- Facebook Content
เป็นงานแรกที่เราได้รับมอบหมายในวันแรกและช่วงแรก ๆ
หน้าที่ของเราคือทำ Content บน Facebook ตามหัวข้อที่วางไว้
Process การทำงานคือ คิดคอนเทนต์ขึ้นมา
ส่งให้พี่ในฝ่ายตรวจ จากนั้นส่งต่อให้ลูกค้า
ลูกค้าส่งกับมา ว่าผ่านแล้วหรือต้องแก้
ถ้าผ่านแล้วก็ mock ตัว artwork แบบคร่าว ๆ
ส่งให้ทีม designer ทำ artwork ฉบับจริง
แล้วก็ลงเฟสได้เลย!
อันนี้ค่อนข้างนับเป็นงานประจำ
หมายถึง เราไปรับงานจากพี่คนอื่นได้
แต่หลัก ๆ ก็มีงานนี้ที่ต้องทำด้วย
ซึ่งมันจะมีทั้งงาน Facebook ของบริษัทเอง
และงาน Facebook ของลูกค้า
2. Chatbot
เราเคยได้ยิน function นี้มาบ้าง
นี่เป็นงานที่สองที่พี่ให้เราทำ (ซึ่งมาในวันที่สองด้วย)
เขาต้องการทำ Chatbot แนว ๆ ถาม-ตอบเกี่ยวกับเรื่องบ้าน
หน้าที่ของเราคือไปศึกษามา
ว่าลูกค้า (หรือถ้าเป็นเรา) จะถามคำถามประมาณไหน
แล้วถ้าเราเป็นคนขาย เราจะตอบประมาณไหน
โดยเขาจะให้เราเข้าไปดูประวัติแชทถาม-ตอบที่ผ่านมา
แล้ว List ประโยคคำถามมาให้มากที่สุด
พอเรา List ประโยคคำถามเสร็จปุ๊บ
เขาจะเริ่มลงลึกไปถึง keyword ในการถาม
เพราะ Bot จะจับที่คำศัพท์ ไม่ได้จับทั้งประโยค
เราเลยต้องไป List คำศัพท์ที่ใกล้เคียง
เช่นคำว่า อยู่ที่ไหน มันเป็นได้ทั้ง อยู่แถวไหน, อยู่ไหน, ไกลมั้ย
ซึ่งเรากับเพื่อนก็ List มาเป็นโหลเลย
ซึ่งโปรเจคนี้จบในไม่กี่วัน
ส่วนที่เหลือคือพิมพ์ keyword ให้ Bot
เป็นหน้าที่ของฝ่าย Programmer ต่อไป
4. Translate
งานนี้เหมือนจะมาประมาณวันที่ 4
พี่ AE เรียกคุย เขาให้กระดาษมาแผ่นนึง
เป็นรายละเอียดของ Startup 8 บริษัท และเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
พี่เขาบอกว่า ช่วยแปลแล้วสรุปมาหน่อย ว่าแต่ละเจ้าทำอะไรบ้าง
สั่งตอน 3โมง ของาน 5 โมง
ตอนนั้นตาเหลือกเลย เพราะไม่เคยแปลแบบจริงจังมาก่อน
ช่วยกันทำกับพี่ copywriter อีกคนจนเสร็จทัน
งานน้ันคือ Bangkok Bank Innohub
เราเลยทำงานนั้นยาวเลย
ส่วนมากจะเป็นงานหาข้อมูล
งานแปลจากไทยเป็นอังกฤษ จากอังกฤษเป็นไทย
ช่วงนั้นต้องเค้นสกิลภาษาที่ทิ้งไปหลายปีแล้วขึ้นมาใหม่
จำได้ว่ามีอยู่ช่วงนึงนั่งทำข้อมูลถึงตี 2
มีนั่งแก้งานบนรถตู้ ส่งไฟล์งานที่เซเว่น
ช่วงนั้นงานเดือดจริง แต่ชอบมาก 55555
เราทำอยู่อาทิตย์กว่า
จนหลังๆ อ่านไทยแล้วพิมพ์เป็นอังกฤษได้เลย
(ซึ่งสกิลนี้ ล่าสุดก็ปลิวหายไปแล้ว ฮ่า)
งานนี้ส่วนที่เราทำจบไปแล้วเหมือนกัน
ถ้าสนใจเรื่อง Startup ติดตามต่อได้ที่ https://www.facebook.com/BangkokBankInnoHub/
5. Junior Account Executive
*ALERT! อันนี้ยาว!*
อาจจะงงว่าทำไม่ต้องมี Junior
เพราะมีพี่คนนึงเป็น Senior AE แล้ว
ส่วนเราเพิ่งเริ่มทำ งั้นเป็น Junior แล้วกัน
มีคำนำหน้าตำแหน่งก็เท่ดีอะเนอะ
เราได้งานนี้ประมาณอาทิตย์ที่ 2 ของการทำงาน
พี่โจ้เริ่มให้เราไปทำ research แบบคร่าว ๆ ของลูกค้ารายหนึ่ง
ลองหาว่าเขาต้องแก้หรือปรับอะไร
หลังจากนั้นให้เอามา present ให้พี่เขาฟัง
เป็นงานที่เรารู้สึกชอบมากกกกกกก
ก. ไก่ล้านตัว
เพิ่งรู้ตัวว่าเราแฮปปี้กับการทำอะไรแนว ๆ นี้
หาข้อมูล หาปัญหาของลูกค้า แล้วเสนอวิธีแก้
เรารู้สึกว่าตัวเองหาข้อมูลมาดีระดับหนึ่ง
แต่สไลด์เราแย่ในหลายระดับเลย
เพราะมันหลายหน้ามาก ฮ่า
ตอน Present ให้พี่โจ้ พี่เขาดูโอเค
และจะเอาข้อมูลบางส่วนของเราไปใส่ในสไดล์
เขาบอกว่าหน่วยก้านเราดูเป็น AE นะ
เดี๋ยวจะลองพาไปเจอลูกค้าดู
โอ้โหคือตัวลอยมาก
แต่ก็งงมากเหมือนกันว่าทำไมต้องปลื้มปริ่มอะไรขนาดนั้น
เจอลูกค้าวันอังคาร
ซึ่งลูกค้าอยู่อยุธยา!
ทุกคนในออฟฟิศพอรู้ว่าเราจะไปอยุธยา
ก็บอกว่าอย่าลืมซื้อสายไหมมานะ
รู้เลยว่าเป็นคนแบบไหน ฮ่า
ลูกค้ารายนี้ค่อนข้างอาวุโสมาก
นี่เกร็งหน่อย ๆ
เราไปนั่งจดว่าเขาต้องการแบบไหน ชอบไม่ชอบอะไร
เราพบว่านอกจากไป Present งานแล้ว
ต้องคอยสังเกตปฏิกิริยาเขาด้วย
เราพูดถึงเรื่องนี้เขาดูชอบมั้ย เขาจะเริ่มเบื่อ ๆ ตอนเราพูดเรื่องอะไร
ถ้าเราสังเกต จะได้รู้ว่าควรพูดหรือข้ามเรื่องไหน
รอบหน้าควรเอาอะไรมาขาย ควรตัดอะไรออก
เราโชคดีที่มาทันงานนี้พอดี
ได้เห็นตั้งแต่เริ่มจนเกือบจบ Process งานเลย
นอกจาก research แล้วก็มีติดต่อ outsource
คุยเรื่องงบ ทำภายในเวลาเท่านี้โอเคมั้ย
เอาแต่ละเจ้ามาเปรียบเทียบกัน แล้วให้พี่ ๆ ตัดสินใจ
เราอยู่กับงานนี้นานพอ ๆ กับ ทำ Content เลย
Process งานก็จะคล้าย ๆ Content
แต่งานนี้จะมาแนววิเคราะห์มากกว่าสร้างขึ้นมาใหม่
เวลาให้ลูกค้าดูงานก็ต้องขับรถไปหา ประมาณนั้น
สิ่งที่ AE ควรมีมาก ๆ อีกอย่างนอกจาก Soft Skill
คือต้องใจเย็น
เราไปหาลูกค้าทั้งหมด 3 ครั้ง
ครั้งสุดท้ายที่ไปเราหัวกรุ่นมาก
ซัดน้ำที่เขาให้มาอย่างก้าวร้าว
มันเป็นความรู้สึกแบบ
อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้
แบบนั้นเลย ไม่มีคำอื่นจะพูดนอกจากนั้น
แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นะ
เราต้องรักษาอาการพอที่จะไม่ทำหน้าหงุดหงิดออกไป
เป็นอีกสกิลหนึ่งที่ควรมีมาก ๆ เลย
7. Blog
เป็น mission ของพี่เก่ง
ให้เด็กฝึกงานทุกคนเขียนบทความใน medium
อาทิตย์ละ 1 บทความ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เลย
อย่างหนึ่งคือ medium ไม่เหมือน Storylog
ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ใช่ Platform ที่จะเขียนเรื่อง emotional มาก ๆ ได้
ควรจะเป็น content ที่จับต้องได้หน่อย
เราเลยต้องหาเรื่องมีสาระมาเขียนอาทิตย์ละเรื่อง
อาทิตย์ไหนลืมก็เขียนทบเข้าไป
เพิ่งรู้ตัวว่าข้อมูลในหัวน้อยมาก
เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราอยากกลับมาอ่านหนังสือ
เพื่อที่จะได้มีเรื่องมาเขียนทุกอาทิตย์
เราลืมสูงสุด 3 อาทิตย์
อาทิตย์ถัดมาเลยต้องเขียน 3 บทความติด ฮ่า
แต่นั้นก็ยังเป็นเรื่องดี และเราตั้งใจว่าคงเขียนไปเรื่อย ๆ ด้วย
8. Event
ได้ไปช่วยงาน DEEP TECH by GSAS NIDA
เพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง
เรามีหน้าที่ให้คนสแกน QR CODE ที่เครื่อง Zipevent
ติดสติ๊กเกอร์ให้เขา และให้ไปรับของว่าง
นั้นเป็นส่วนลงทะเบียน
พอเข้าแต่ละ session
เราไปนั่งจับ Quote ของ Speakers แต่ละคน
มึนพอสมควร ศัพท์เทคนิคค่อนข้างเยอะ
เพราะเรากับ IT ไม่สนิทกันพอ ๆ กับที่เราเคยไม่สนิทกับ Startup
(ตอนนี้ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น แต่ก็มากกว่าเมื่อก่อนแล้ว!)
หน้าที่เราไม่พีคมาก
เมื่อเทียบกับพี่ ๆ ที่ถือว่าแต่ละคน
ซึ่งน่าจะพีคและหูไหม้กว่า
จบแล้วในส่วนของเรื่องมีสาระ
ep.2 ล่าช้ามาก เพราะพอเปิดเทอมงานก็เดือดมาก ฮ่า
ปัจจุบันนี้เรายังวนเวียนรอบ ๆ บริษัทอยู่
อื้ม…
ถ้ามีโอกาสอาจจะมี ep.3 เป็นเรื่องไร้สาระที่เราอยากเขียน
วันนี้ไปแล้วค่ะ!
