มีเรื่องกับ Dropbox : เมื่อชีวิตในยุค Cloud Computing ไม่ได้ง่าย

หลังสะสางภารกิจเสร็จ สายวันนี้ผมจัดการธุระปะปังบางอย่างที่ต้องใช้เลขบัตรประชาชน ผมทำเหมือนทุกครั้งคือ เข้า dropbox แล้วจิ้มหาสำเนาบัตร ผมไม่เคยต้องเดินไปควานหากระเป๋าตังค์อยู่แล้วเพราะเอกสารของผมอยู่ที่ปลายนิ้วเกือบทั้งหมด พอเข้าปุ๊บ รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง(?) ทำไมโฟลเดอร์มันน้อยๆวะ รูปโปรไฟล์เปลี่ยน ก็ไม่ใช่รูปใครที่ไหน รูปของแอคเคาท์หนึ่งที่ผมเพิ่ง “ลิงค์” มันเข้ากับ dropbox นี่แหละ เลยไม่งงเท่าไหร่ แต่ปกติมันมีไฟล์นอกโฟลเดอร์นี่หว่า พอเข้าไปหาเอกสารปุ๊บ “เห้ย เอกสารหาย!” โฟลเดอร์อยู่ แต่เอกสารหายเกลี้ยง เข้าโฟลเดอร์อื่น ผลเหมือนเดิมมีไฟล์หลงเหลืออยู่แพลมๆ ทั้งแอคเคาท์เหลือทุนทรัพย์อยู่เบาะๆที่ 32 MB จากของเดิม 1.2 GB ยาตุฮัน! นั่นมันเกือบ 1,000 ไฟล์เลยนะนั่น ตอนนี้เลขบัตรที่จะเอามลายหายไปจากมโนสำนึกเลย

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ผมฝากไว้กับ dropbox แล้ว ก็พาให้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ …“ซิกหายเลี้ยววว!”… ผมอุทานในใจเบาๆเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ทำไงดีวะเนี่ย สิ่งที่มีค่าที่สุดของผมอยู่ในนั้น มันคือ “งานเขียน” ผลงานทั้งหมดที่ค้นคว้ามา หลังขดหลังแข็ง ตีพิมพ์ไปแล้วบ้าง ยังไม่พิมพ์บ้าง หมดกันชีวิต ผมพุ่งตัวไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน ควานหาฮาร์ดดิสก์เพื่อเช็คดูว่าได้แบ็กอัพโฟลเดอร์ dropbox ไว้บ้างมั้ย …แต่…ว่างเปล่า HDD ทั้งสามลูกไร้วี่แววสิ่งที่ค้นหา ผมนั่งหมดหวัง คิดโทษแต่ตัวเองว่าทำไมไม่แบ็กอัพข้อมูลไว้ข้างนอกบ้าง “กะอีแค่ 1.2 GB” ผมคิดในใจ

ผมพยายามตั้งสติเพื่อคิดดูว่ามีทางอื่นมั้ย ทันใดก็คิดได้ว่า “เขียนอีเมลล์ไปให้ฝ่ายเทคนิคช่วยดีกว่า” ผมเข้าเว็บไซต์ ลงชื่อเข้าใช้แล้วไปที่ contact us ผมคาดหวังจะเจอกับหน้าจอเขียนอีเมลล์ แต่คงจะมีคนมีปัญหาแบบผมหลายคน เขาจึงใส่หน้าหัวข้อต่างๆเอาไว้ก่อนว่าคุณจะติดต่อเราเรื่องอะไร เรื่องทางเทคนิค ติชม เป็นนักพัฒนา ตัวแทนจำหน่าย ฯลฯ แต่ละตัวเลือกก็จะมีหัวข้อแยกย่อยเข้าไปอีก แล้วจึงค่อยๆขมวดปมเข้าสู่ปัญหาของเราโดยที่ไม่ต้องเริ่มเขียนอีเมลล์ใหม่และเล่าเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษสำนวนไทย! (ความช่วยเหลือแบบนี้อาจเพราะสถานะของผู้ใช้ทั่วไปแบบผมมันอยู่ขั้น basic plan ก็ได้นะ อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็เอาเถอะ พลเมืองชั้นสองแต่ถ้าได้ไฟล์คืนมา สองก็สองวะ 555)

หลังจากไล่อ่านดู สถานการณ์(ทางจิต)เริ่มดีขึ้น เพราะเขาบอกว่าไฟล์ที่ยูสเซอร์เห็นว่าหายไปจากแอคเคาท์ตนนั้น ความจริงมันไม่ได้หายไป แต่มันเปลี่ยนที่เฉยๆ เพียงแต่ลูกค้าต้องระบุให้ได้ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเกิดเพราะอะไรหรือเวลาช่วงไหน โดยสามารถดูได้ที่ event page ซึ่งเป็นหน้าแสดงกิจกรรมของเราทั้งหมดว่าทำอะไรลงไปบ้าง หรือหากเป็นเรื่องการลบไฟล์จริงๆก็ให้ดูที่เมนูซ้ายมือที่ deleted files จะมีข้อมูลเก่าอยู่และ “กู้” กลับมาได้(หรือแม้กระทั่งกำจัดให้หายไปตลอดกาลแบบกู้ไม่ได้อีกแล้วก็ยังได้) โดยกดที่รายการที่ต้องการกู้ จะมีหน้าต่างปรากฎมาถามว่าจะให้ทำอะไร ระหว่าง “กู้” กับ “ลบถาวร” ผมก็ต้องเอาเฮียกู้ดิครับ รอไร

ผมไล่เช็คประวัติเก่าดู มันระบุว่าผมลบไฟล์ของผมไปเกือบพันไฟล์เมื่อ 4–5 วันก่อนช่วงบ่าย เอาวะ เอาไฟล์กลับมาก่อน การกู้สำเร็จด้วยดีในเวลา 2–3 นาทีเท่านั้น เมื่อกู้เสร็จทุกอย่างกลับมาเป็นปกติดังเดิม ผมขอบคุณอัลลอฮ์พร้อมถอนหายใจเบาๆ พร้อมระลึกความหลังเพื่อหาสาเหตุ เพราะผมจะไม่มีวันทำอะไรบ้าๆแบบการลบไฟล์เป็นพันไฟล์ที่สำคัญสุดๆกับชีวิตผมแน่ๆ แม้จะยังไม่แน่ชัด แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าเกิดจากการลิงค์แอคเคาท์เพื่อเชื่อมต่อแอพบางอย่าง(ไม่ขออธิบายรายละเอียด) แล้ว drpbox อัพเดทของใหม่ทับของเก่าให้อัตโนมัติ “โดยไม่ถาม และไม่มีอีเมลล์แจ้ง”(นั่นทำให้รูปโปรไฟล์เปลี่ยน) ซึ่งแม้จะมีข้อโต้แย้งในใจอยู่บ้าง แต่เป็นไปได้สูงทีเดียว อ้อ แล้วการแก้ปัญหาทั้งหมดเคสนี้ต้องทำในคอมเท่านั้นนะ ในแอพทำอะไรไม่ได้

ขอรีวิวโดยใช้รูปคร่าวๆตามนี้

หลังได้ไฟล์คืนมา ทันทีทันใดผมก็เข้า box อีกบริการในไลน์เดียวกันแล้วโยนไฟล์ทั้งหมดลงไปเป็นสำรองอีกชั้น รวมถึงแบ็กอัพลง HDD ไว้อีกลูก ได้บทเรียนว่าชีวิตบน cloud ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป อาจต้องมีแผนสำรองไว้เผื่อฉุกเฉินบ้าง ส่วนใครพลาดหรือซวยแบบเคสผมก็อย่าตระหนกไป ตั้งสติก่อนแล้วค่อยๆหาทางแก้ บางทีมันมีทางแก้อยู่แต่เราสติแตกก็หาไม่เจอนะ ผมใช้ชีวิตสบายขึ้นเยอะในยุค cloud ใครจะคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ แต่ตั้งแต่นี้ไป บอกได้เลย

“cloud จ๋า ระหว่างเราคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้วล่ะ…” TT

Show your support

Clapping shows how much you appreciated Sobree Napakorn’s story.