Motorcycle 1st time

เเด่ ฤดูหนาวอันน้อยนิดของประเทศไทย ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ ธันวาคม 2558

การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้ง รถทัวร์เหมือนเดิม พร้อมเพื่อนคนเดิม เรานัดเจอกันขนส่งแต่เราเข้าใจว่าหมอชิตสรุปคือจตุจักร งานเข้าเราเต็มๆ เราต้องมาให้ทันรถภายใน 30นาที ช่างเป็นการเริ่มทริปที่หรรษาจริงๆ กว่าจะถึงโดนลุงแท็กซี่บ่นตลอดทาง เฮ้อ แด่การสื่อสารที่ไม่เคลีย.. สรุปลุงบินมา 20นาทีถึง ร้ายกาจจนน่าตกใจ ถึงทันเลยปลอบใจตัวเองด้วยเกี้ยวกุ้งถ้วยนึง เสียเงินตังแต่ยังไม่ไปไหนเลย เอาหน่อย!

เราลงรถกันที่จอมทอง ทริปนี้เพื่อนแอนแพลนให้ทั้งหมด สบายตัวข้าพเจ้ายิ่งนัก หลักจากเช่ารถมอไซค์เรียบร้อย ด้วยความหิวพวกเราจึงยิงคำถามถึงของอร่อยในระแวกนี้ แล้วพิกัดก็มาตกอยู่ที่ร้านนี้ ข้าวซอยเจ้า

จุดหมายของเรา คือนอนเต้นท์บนดอยท่ามกลางอากาศหนาวๆ ที่แรกที่เราแวะกันคือน้ำตกวชิราธร รู้สึกหายเหนื่อยเลยกับก้าวเเรกของพวกเรา ละอองของน้ำตกทั่วทิศทางจริงๆ…

เจ้ารุ้งกินน้ำ เราเจอมันกินน้ำอยู่กลางน้ำตกเลย เป็นครั้งแรกที่เจอรุ้งใกล้ๆขนาดนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจัง พอหลังจากกลับมาคุยกับเพื่อนสรุปเจ้ารุ้งกินน้ำนี้มันเป็นซิกเนเจอร์ของที่ นี่อยู่แล้ว คือมันจะมีตลอด จบกันความดีใจน้อยๆของเรา

ที่นี่คือดอยชัวร์ญ่า มันจุดกางเต้นท์แบบขั้นๆ จุดเด่นของมันคือตรงข้ามจะภูเขาที่คล้ายๆหน้าผาแล้วมันมีน้ำตกเว้ย น่าเสียดายที่รูปช่วงนั้นหายไป เราชอบมากตอนมองผ่านเต้นท์ออกไปแล้วตรงหน้าเรามันคือน้ำตก วิวดีมากอากาศก็ดีถ้ามากับเพื่อนเยอะๆคงจะสนุกดี แต่ช่างมันไม่มาไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปเล่าให้ฟัง

สวัสดีวันสุข เช้าวันใหม่ และแล้วพวกเราก็ผ่านอากาศ 8 องศามาได้แบบไม่เจ็บปวด.. ผ่านมาได้ด้วยชุด 3 ชั้น ปล. เราตกใจห้องน้ำมากเป็นการอาบน้ำอุ่นระบบเตาแก๊ส ดิบจนต้องถามหาความปลอดภัย ปล2. เราบังเอิญเจอตากับยายอายุประมาน 70 ขับรถมาเที่ยวกันสองคน ยายกำลังเตรียมตัวทำกับข้าว ส่วนตาเตรียมกางเต้นท์ น่ารักชะมัด แอบคิดไม่ได้เลยว่าตอนอายุเท่านั้นเรายังจะออกเดินทางอยู่มั๊ย?

จะอะไรก็แล้วแต่ การเดินทางของเรามักจะเผชิญกับการเดินป่า เราไม่ได้ชอบความเหนื่อยขนาดนั้น แต่เพื่ออะไรสวยๆ มันต้องพยายามกันหน่อย

จุดพักแรกของเรา

และแล้วเราก็ผ่านเจ้าป่าชื้น จนมาถึงทุ่งหญ้ากว้างตัดกับเจ้าท้องฟ้า ความเหนื่อยของเราหายไปพร้อมกับลมที่ปะทะหน้า.. กิ่วแม่ปาน ถึงแล้วนะ

เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองอยู่ใกล้กับก้อนเมฆเหลือเกิน อดคิดไม่ได้ว่าถ้าแอบนอนแถวนี้คงเอื้อมมือถึงดาวแน่เลย ขอสูดหายใจเอากลิ่นธรรมชาติเข้าปอดหน่อยแล้วกัน

เรารู้เธอก็ถ่าย :) เจ้ากุหลาบพันปี ถ้าเรากลับมาหวังว่าจะเจอดอกของแกบ้างนะ
เจ้าบลูเบอร์รี่ป่า อาลีเก็บมาให้ อาลีเป็นไกด์ชาวเขาของพวกเรา

จุดพักก่อนกลับ เราพักตรงนี้นานหน่อย ไม่ใช่นั่งฟังเสียงป่านะ เราเหนื่อย แฮ่! ก่อนหน้านี้เราเจอลุงเกาหลีจากท่าทางที่เดินเร็วนั้นเราก็อดที่จะเม้าไม่ได้ แต่ดีนะเค้าเข้ามาทักพวกเราก่อน คุยกันไปมาสรุปลุงพูดไทยได้ รอดไป

เป็นทริปแรกกับมอเตอร์ไซค์บนดอย อากาศเช้าและช่วงเกือบเย็นหนาวแบบสะใจ ยิ่งตอนลมปะทะหน้า ทุกส่วนของร่างกายเหมือนโดนเข็มทิ่ม เราเริ่มเข้าใจวิถีไบค์เกอร์แล้ว พร็อบต้องแน่นเพื่อร่างกายล้วนๆ ไม่เคยหนาวแบบปวดขนาดนี้มาก่อน ตอนนั้นพวกเราต่างตะโกนด้วยความบ้า หวังว่ามันจะช่วยให้ความหนาวเบาลง ความหนาวครอบงำพวกเราไปแล้ว

ทางผ่านแถวสะเมิง ที่พวกเราหลงกัน

ที่นี่เป็นโฮสเทสแถวท่าแพ เป็นครั้งแรกที่เรานอนแบบโฮสเทล ห้องที่เรานอนมี 4เตียง แต่วันนี้มีแค่เรา ฉันเลยไม่รู้สึกว่ามันคือโฮสเทล หลังจากนอนเต้นท์มา 2คืน การเจอเตียงนอนนั้นคือของขวัญ โฮสเทลที่นี่ราคาถูกมาก ด้านบนมีดาดฟ้าปาร์ตี้ เราคุยกันว่าจะขึ้นไปตอนค่ำ แต่ร่างกายปฎิเสธ

ฟุ่ย เป็นเพื่อนของพวกเราตอนมอปลาย ห้องเดียวกับแอนคนละห้องกับเรา ไม่แปลกที่เราคุ้นหน้าแต่จำชื่อไม่ได้ หวังว่าชื่อที่พิมพ์ไว้จะถูกนะ ฟุ่ยเป็นคนใจดีเรียนเชียงใหม่ขับเวสป้า ฟุ่ยพาพวกเราทัวร์แถวๆท่าแพ เราหวังว่าคงได้ไปเที่ยวด้วยกันสักทริปเนอะ

และแล้วการเดินทางก็จบลง ต้องขอบใจแอนนี่จริงๆ ที่ขับมอไซค์พาเราเที่ยว ท้าลมหนาวปากสั่นน้ำมูกใหล ไว้ไปด้วยกันอีกนะ

ควรเที่ยวตอนที่ยังมีแรง..

Show your support

Clapping shows how much you appreciated somewhere-cosy’s story.