Sorasinth.C
Feb 27, 2023

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์

การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นด้านซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนในปัจจุบันไม่ได้ส่งมากระทบแค่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบนั้นคือภาคธุรกิจและ/หรือบริการ สิ่งที่กระทบนั้นอาจบอกไม่ได้ในขั้นต้นว่าเป็นโอกาสหรือเป็นอุปสรรคขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจนั้นสามารถแสวงหาโอกาสจากการสิ่งที่เกิดขึ้นและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงานของตนเองได้มากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันในอีกหลายๆ ธุรกิจที่ไม่สามารถนำผลที่ได้จากการแข่งขันหรือการพัฒนานั้นมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานได้จึงกลับกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินงานซึ่งอาจจะถึงขั้นทำให้องค์การไม่สามารถอยู่รอดได้ แต่สำหรับธุรกิจที่สามารถนำปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานทางธุรกิจให้เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันพัฒนาไปสู่การประยุกต์ใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศในการดำเนินงาน หรือที่เรียกว่าธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business : E-Business) ซึ่งก็คือการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจรูปแบบต่างๆ ผ่านทางระบบและอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำให้ทุกๆ กระบวนการทางธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์การ (Stakeholder) ทั้งหมดอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการขยายโอกาสในการดำเนินงาน การขายสินค้าและ/หรือบริการ การลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินงาน เช่น การเปิดร้านขายสินค้าและ/หรือบริการบนอินเทอร์เน็ต หรือสื่อสังคมออนไลน์ (Social Network) หรือผ่านแอปพลิเคชัน (Application) และรวมถึงกิจกรรมสนับสนุนด้านการประสานงานทางธุรกิจ เช่น งานเอกสารผ่านทางช่องทางดิจิตอล (Electronic Document) การใช้อีเมล การใช้แบบฟอร์มทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Form) เป็นต้น โดยระบบธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้จำกัดแค่การใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกๆ ประเภทเข้ามาช่วยยกระดับในการดำเนินธุรกิจให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น หรือการนำเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการลดต้นทุนในการดำเนินงาน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารและยังเป็นการขยายกรอบการดำเนินธุรกิจให้กว้างขวางมากขึ้น

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ แต่ในที่นี้จะขอแบ่งตามลักษณะการก่อตั้งกิจการซึ่งสามารถแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มบริษัทที่ตั้งใหม่เพื่อเข้ามาประกอบธุรกิจค้าปลีกทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ (Electronic Tailing) และกลุ่มผู้ค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional Retailers) ที่นำระบบการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางธุรกิจ วัตถุประสงค์ของการใช้งานด้านธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์คือให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลดกระบวนการต่างๆ ที่ต้องมีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในการให้บริการ เมื่อมองในภาพรวมธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ก็คือการดำเนินงานธุรกิจโดยอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นสื่อกลางหรือเป็นเครื่องมือที่สำคัญ เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าก็สามารถใช้บริการผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยลูกค้าสามารถเปิดเวปไซต์ขององค์การซึ่งแสดงรายการสินค้าขึ้นมา เพื่อเลือกชมและตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าเอง ด้านการชำระเงินลูกค้าก็สามารถเลือกใช้วิธีการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ เช่นการชำระเงินด้วยระบบบัตรเครดิต การชำระเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันในการชำระเงิน เมื่อขั้นตอนการชำระเงินเสร็จสมบูรณ์ระบบก็จะดำเนินการส่งคำสั่งซื้อออนไลน์และแจ้งสถานที่ส่งสินค้าไปยังบริษัทขนส่งโดยอัตโนมัติและดำเนินการส่งสินค้าได้ทันที ทั้งนี้ยังสามารถบอกระยะเวลาที่ลูกค้าจะได้รับสินค้าอีกด้วย ซึ่งการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจแบบนี้ทางบริษัทผู้ขายแทบไม่ต้องทำอะไร เพราะทุกๆ ขั้นตอนเป็นไปโดยอัตโนมัติ จะเห็นได้ว่าระบบธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องพบกันในทุกๆ กระบวนการ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว โดยอาศัยความสามารถของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งผู้ประกอบการอาจเริ่มจากกระบวนการง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เช่น การใช้อีเมล์ การใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต การสร้างเว็บไซต์ การใช้แอปพลิเคชันหรือการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คของบริษัทเองก็ได้