ภาพถ่ายและความทรงจำคือเรื่องเดียวกัน-Return the Memory by Pisit Seemek

“ทุกความทรงจำมีค่าเสมอ แต่บางครั้งเรากลับหลงลืมมันไป… “ — Return the Memory

ใช่…ไม่ว่าความทรงจำนั้นๆจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย แต่ตัวเราที่เป็นเราโดยสมบูรณ์ในวันนี้ได้ ก็มีความทรงจำเหล่านั้นเป็นส่วนประกอบไม่ใช่หรือ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะปล่อยมันทิ้ง หรือลืมมันไป

พิสิษฐ์ เล่าให้เราฟังบ่อยครั้งว่าโปรเจกต์ของเขาชิ้นนี้เหมือนการได้กลับไปค้นลิ้นชักของตัวเอง ไปรื้อ ไปคุ้ย ว่าตลอดการเดินทางในชีวิต ตั้งแต่วันที่รู้ตัวว่าชอบถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้ เขาบันทึกอะไรไว้บ้าง ซึ่งเขาเรียนรู้ตัวเองผ่านโปรเจกต์นี้ เหมือนทบทวนบางอย่าง ผ่านภาพถ่ายมากมายเหล่านั้น— ถ้าเป็นส่วนของนักเขียนอย่างเราก็คือการนั่งจึ่งอ่านไดอารี่ตั้งแต่เล่มแรกที่เริ่มเขียนเมื่อ 9 ปีที่แล้วนั่นเอง

เริ่มค้นมาได้ 1 ปีกว่า เขาพบความทรงจำมากมายจากหลายร้อยภาพที่เก็บไว้ใน Harddisk — มีหลายความรู้สึกทั้งดีและตรงข้ามในภาพนั้นๆ

แต่น่าเสียดาย ที่อีกหลายพันภาพเขากลับนึกไม่ออกว่าถ่ายที่ไหน ไปกับใคร แล้วมันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในภาพนี้ (ทั้งๆที่ภาพมันโคตรเจ๋งเลย)

ดังนั้น เขาจึงสร้างตัวตนที่ว่างเปล่าของตัวเองกลับไปอยู่ในภาพและสถานที่นั้นอีกครั้ง — เพื่อคิดถึง เพื่อทบทวน และเผื่อว่าเหตุการณ์และความรู้สึกนั้นจะกลับมาได้อีกครั้ง

SPARK: มีภาพไหนบ้างที่พอเห็นแล้วทำให้อยากกลับไปสถานที่นั้นอีก?

Pisit: ภาพนี้คงเป็นจุดที่ผมอยากกลับไปจริงๆ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ผมไปเเข่งถ่ายรูปกับ RPST YOURS ครั้งที่ 3 ปี 2016 แล้วได้ไปถ่ายที่จังหวัดกระบี่ ในเวลานั้นผมใช้เวลาได้เดินทางไปรอบๆจังหวัดกระบี่ ผมได้เที่ยวและรู้จักผู้คนมากมาย มีทั้งความดีใจและเสียใจ และสำคัญคือได้มิตรภาพต่างๆที่คาดไม่ถึง คือเป็นสามวันที่ดูเหมือนเวลาไม่นาน แต่มีเรื่องราวเยอะแยะมากอยู่ในความทรงจำ

และภาพนี้ เป็นท้องฟ้าแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนที่เห็นท้องฟ้านี้ผมได้แต่หยุดจ้องมองมัน เพราะมันสวยอย่างกับมีคนมาวาดไว้ คือมันทำให้ผมรู้สึกนิ่งและสงบอย่างที่ไม่เคยเป็น ความรู้สึกนั้นมันทำให้ผมกลับมามองถึงตัวเองอย่างจริงจัง

ผมทำได้แค่ถ่ายเก็บไว้และมองมันค่อยๆหายลับตาไป เลยเป็นที่ที่อยากกลับไป ณ จุดตรงนั้น ณ เหตุการณ์นั้นอีกครั้ง เพราะเวลานั้นมันสร้างแรงบันดาลใจหลายๆอย่างให้เราจนถึงตอนนี้

SPARK: แนวทางต่อไปของภาพซีรีย์นี้

Pisit: ถ้าตอนนี้ สำหรับซีรี่ย์นี้ก็จะมีค้นภาพมาทำต่อเรื่อยๆในหลายเหตุการณ์ที่เรารู้สึกอยากบันทึกไว้

และเริ่มถ่ายด้วยฟิลม์มากขึ้น เพราะเราเริ่มรู้สึกอินกับ เสน่ห์ของความเป็นฟิล์ม เพราะเราไม่สามารถที่จะรัวชัตเตอร์ถ่ายได้และต้องรอจนกว่าจะล้างถึงจะเห็นภาพ ทำให้ต้องพิถีพิถันและคิดก่อนจะถ่าย ผมเลยรู้สึกว่าภาพไหนที่ถ่ายด้วยฟิล์ม มันดูมีมูลค่าทางความทรงจำของผมมาก ซึ่งแต่ภาพก็จะมีเรื่องราวและน่าจดจำที่แตกต่างกันไป

SPARK: อัพเดทงานหน่อย ตอนนี้ทำซีรีย์ไหนอยู่อีกบ้าง

Pisit: ช่วงนี้ก็จะมีที่ทำต่อเนื่องซีรีย์นี้(Return the memory) และ อีกโปรเจกต์เป็น Long-Term project ที่ทำเป็น Every day Pic ชื่อ “Bangkok Paradise” คือผมจะเล่าเรื่องมหานครที่ได้ฉายาว่าเป็นมหานครแห่งความฝันผ่านมุมมองตัวเอง ในด้านอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ที่ผมรู้สึก

มันมีบางเวลาที่ความทรงจำของเราเผลอหล่นหายไประหว่างการเดินทาง — ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เรายังเก็บเรื่องต่างๆเหล่านั้นไว้ได้อย่างมีหลักฐาน
และในวันหนึ่ง ถ้าความทรงจำใดๆจำเป็นต้องหายไปจริงๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจ เพราะทุกความทรงจำล้วนมีคุณค่า ไม่ว่ามันจะเป็นความทรงจำที่ดีสุดๆหรือวายป่วงแค่ไหน สุดท้ายแล้วมันต่างคือสิ่งที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเราในทุกวันนี้

_______________

พิสิษฐ์ สีเมฆ ช่างภาพอิสระ เกิดและใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ศิษย์เก่าเพาะช่าง อดีตนักศึกษาฝึกงานนิตยสารเนชันแนลจีโอกราฟฟิก ปี 2560
มีผลงานนิทรรศการกลุ่มชื่อ 28 Light up 
ปัจจุบันเป็นครีเอทีฟ ช่างภาพ ที่ 2 Lit Co.,Ltd. (Production House)และหนึ่งในทีม Spark Magazine
ซีรีย์ภาพชุด Return the memory ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดภาพถ่าย ช้าง อินเตอร์เนชันแนล ไฟน์อาร์ท โฟโต คอนเทสต์ ครั้งที่ 6 หัวข้อ “ความทรงจำ : Memories”

ติดตามผลงานของพิสิษฐ์ได้ที่
FB : https://www.facebook.com/micky.c.de
Page : https://www.facebook.com/slavetoeyes/
Website : http://www.pisitseemek.com/
IG : mickychillde

Writer: Wanwisa Pmsd,wnws.pmsd