you

จู่ๆ เราก็นึกถึงเธอ

คงเพราะอากาศหนาวที่พัดมา หรือเพราะเราอยู่ในช่วงไม่มีใคร พอใจเราเริ่มสงบ เรื่องของเธอก็เข้ามาในความทรงจำเรา

นึกถึงเมื่อก่อนที่เราเปิดรูปคู่ของเราดู เราดูไปยิ้มในใจไป เราชอบความสัมพันธ์ของเราสองคน พอๆกับที่เราเกลียดความสัมพันธ์ของเราสองคน

วันนี้เราอ่านบทความนึง สรุปเอาเองว่าเราจะยอมรับเรื่องราวต่างๆได้ เมื่อเห็นจุดจบของมัน

เราไม่เคยเห็นจุดจบของเรา

ความสัมพันธ์ของเราเหมือนว่ายวนในอ่างที่พายอย่างช้าๆ เหมือนเธอเคยกระซิบข้างหูระหว่างที่พายอย่างไม่สิ้นสุดว่าวางไม้พายลงสิ และโดดน้ำลงไปด้วยกัน แต่สุดท้ายเราต่างกลัว และยังคงจับไม้พายแน่น ตัดสินใจรักษาอะไรบางอย่างมากกว่าจะเดินหน้าต่อ

เราเคยเปรียบความรักของเราสองคนเหมือนหนังที่ไม่มีตอนจบ หนังที่คนดูมักจะหงุดหงิด บ่นออกมาจากโรง แต่ก็ตกตะกอนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพราะความไม่เห็นจุดจบ มันทำให้เราหยุดความคิดเรื่องเธอไม่ได้สักที

และวันนี้เราคิดถึงเธอ

ย้อนกลับไปสามปีที่แล้ว เราเจอเธอเหมือนโชคชะตา เราคุ้นหน้าเธอ เราไม่ได้ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอ แต่เรารับรู้เรื่องเธออย่างซึมลึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเราอย่างช้าๆ

เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราชอบเธอตอนไหน รู้อีกทีเราก็จดจำเธอในหลายๆ อย่าง เพื่อนของเราชอบเธอ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เราเห็นเส้นแบ่งของเราสองคน

ในขณะที่เราก็สนใจเธอมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

คนรอบตัวเราชอบเธอ เขาเล่าสิ่งที่เธอดีต่อเขาให้เราฟัง เรารู้ว่าเธอเป็นคนยังไง ทั้งๆที่เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่เรากลับรู้จักตัวตนเธอ เราสองคนเดินอยู่กับความเงียบตอนกลางคืน ไม่ได้พูดอะไร เราไม่ได้ชอบเธอ แต่เราเกร็งที่จะต้องคุยกับเธอ ขณะเดียวกันเราก็เป็นตัวเองเวลาคุยกับเธอ

ความเป็นตัวเองเป็นสิ่งที่นิยามแอ๊บสแตรคมากสำหรับเรา เราว่าเราอยู่รอบข้างกับคนที่เราไม่ต้องพยายามเป็นใคร แต่เรากลับนิยามคำนี้ถึงความรู้สึกที่สงบในใจและอบอุ่นมากกว่า

เธอขอเรียกเราเป็นเพื่อน

คนทั้งรุ่นไม่มีใครเรียกเราว่าพี่ แต่เธอกลับสร้างเส้นชัดเจนให้เราสองคนโดยไม่รู้ตัว เราผ่านช่วงเวลาของเพื่อนมายาวนาน นานจนวันนึง เราถึงเพิ่งรู้ตัว ว่าเราชอบเธอ

การชอบเธอทำให้เรามีความสุขมากกว่าความทุกข์ เราไม่เคยรักเธอมากขึ้น เราชอบเธอเสมอต้นเสมอปลาย เธอบรรเทาความทุกข์ในใจเรา เธอไม่เคยทำให้เราทุกข์ใจเหมือนความรักอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามา

เรารู้ว่าเธอใส่ใจเราเหมือนเพื่อนทั่วไป เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดเรา แต่เธอใส่ใจทุกความรู้สึกของเรา

เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนของเราสองคน เป็นไปอย่างผิดปกติ vibeที่เราสองคนมีให้กันมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไป ถึงอย่างนั้น เราก็เลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป จนวันนึงเราเห็นเธอคุยกับคนอื่น เราถึงเข้าใจว่าเราคิดไปเอง

เราตัดใจ

และนั่นคือปีแรกของเราสองคน

ปีต่อมาเรากลับไปมองเธอเป็นเพื่อนเหมือนเดิม เราปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง แต่ทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้เธอ เรากลับอุ่นใจขึ้นทุกที

และเราก็หนีเธอไปไม่พ้นอยู่ดี

แรงดึงดูดของเราและเธอมันมีเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อน เราลืมไปแล้วว่าทั้งหมดที่ผ่านมาเราคิดไปเอง เราเชื่อในความคิดเรา และเราเดินหน้าสู้กับความรู้สึกของเรา

เธอจับมือเรา

ในความมืดนั้นเธอเดินจับมือเราลงบันได นิ้วที่ประสานกัน ก้าวทุกก้าวที่ลงมา ทุกจังหวะของความเงียบทำให้เรามีความสุข

เราถามตัวเองว่าทำแบบนี้กับเราไปทำไม

เราถ่ายรูปคู่กันเหมือนคนรักกัน แต่เราไม่ได้เป็นคู่รักกัน เธอจ้องตาเราเพื่อแกล้งเรา วันที่เรานอนใกล้กัน เรารู้สึกว่าเธอกอดเรา จังหวะที่เราใกล้กันเกินไป มันกระอักกระอ่วนเกินกว่าเพื่อนกันจะรู้สึกแบบนี้

แต่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน

สุดท้ายปีนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากปีก่อน

.

.

บาดแผลที่เกิดจากเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกกรีดใหม่ในปีต่อมา เราพยายามลองเข้าหาเธอ แต่เธอกลับสร้างกำแพงใหญ่กั้นเรา และเราไม่อยากพยายามปีนเข้าไปอีกแล้ว

เราเลยมองหาคนใหม่

เขาไม่ใช่คนที่เราชอบ เหมือนที่เธอบอก เราแค่หลงเขา แต่เขาทำให้เราลืมเธอ และวินาทีที่เราลืมเธอ เธอกลับเดินเข้ามา

เธอพยายามแกล้งเราเรื่องนี้ พยายามเตือนเราว่าเราไม่ได้ชอบเขาหรอก พยายามที่จะดีต่อเรา โคตรชอบความสัมพันธ์ตอนนี้

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เราสนิทและไม่เกร็งกับเธอ

เราเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง เราเห็นความสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่น เธอพร่ำบอกเราว่าไม่มีอะไร และเธอเลือกบอกเราคนเดียว แม้แต่วันที่เธอเลิกคุยกับอีกคน

เราสับสน เพราะอย่าลืมว่า เรากับเธอไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่เรากลับรับรู้เรื่องเธอมากกว่าเพื่อนเธอด้วยซ้ำ

เราเชื่อว่าเธอหวงก้าง สองปีที่ผ่านมาเธอต้องรู้บ้างสิว่าเราชอบ และนั่นทำให้เราไม่อยากกลับไปชอบเธอ

เราอยากเป็นเพื่อนกับเธออย่างจริงๆสักที

จนวันนึง เราไปบ้านเพื่อนกัน ทุกอย่างผ่านไปปกติ เธอลากเราไปกินเหล้า แต่วันนั้นเราเครียดเรื่องเรียน เราเลยกินน้อย ก่อนจะหนีไปนอน

โฟกัสวันนั้นเราอยู่ที่กับคนอีกคน

กลางดึกวันนั้น เราลืมตาขึ้นมา เห็นคนๆนึงนอนคั่นระหว่างเรากับน้องอีกคน เราโคตรง่วง เราดูไม่ออกว่าใคร แต่เราว่าเขาไม่ห่มผ้าคงหนาว เราเลยเอาผ้าห่มห่มเขา แล้วก็นอนหลับต่อ

ก่อนจะเริ่มรู้สึกว่านั่นคือเธอ

เราไม่กล้าลืมตา ในหัวเราสับสนไปหมด เธอมานอนไรตรงนี้วะ ที่เยอะแยะ เราคิดเข้าข้างตัวเองจนกลัวตัวเองเจ็บ ก่อนจะแอบลืมตามามอง

และเจอเธอเอาหัวพิงเรา และถ่ายรูปคู่เราตอนหลับ

ตอนนั้นเรางงมาก เราเคยทำแบบนี้กับเพื่อน แต่เราไม่เคยเอาหัวมาอิงแอบแบบนี้ นึกถึงว่าเธอชอบถ่ายรูปคู่เราลงไอจี มันถี่มากจริงๆ

vibe โคตรประหลาด

เธอตกใจมากที่เราลืมตาขึ้นมา เธอรีบลุกหนีไป จนตอนเช้าเราก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรานั่งกินข้าวเช้า เธอเพิ่งตื่นลงมา เธอนั่งกับเพื่อน แต่เธอตะโกนดุเราจากที่ไกลมากให้นั่งดีๆ

เพื่อนเธอแซว

เอาเว้ย สามีหวง

และเธอเงียบ

เราก็เงียบ

เราไม่อยากกลับไปในความรู้สึกนั้นแล้ว แต่เราก็ตกลงไปในนั้นเรียบร้อยแล้วจริงๆ

.

.

ช่วงนั้นเธอโทรหาเราทุกวัน เธอร้องเพลงให้เราฟัง ทั้งแต่งเอง ทั้งเล่นเปียโน เบื่อๆก็แต่งเพลงให้ฟัง วันที่ตลกที่สุดคือวันที่หูฟังเราไมค์พัง เราเปิดลำโพงฟังเธอร้องเพลงจีบเรา และมีแม่นั่งข้างหลัง พยายามทำเป็นไม่สนใจ

เธอถามเราว่าแม่ไม่ได้นั่งอยู่ใช่มั้ย

แม่เอามือจุ๊ปาก

ช่วงนั้นแม่งโคตรดี เราชอบความรู้สึกเวลาที่โทรคุยกับใครสักคน แล้วไม่ได้คุย เราแค่รับรู้ถึงตัวตนอีกฝ่าย ได้ยินเสียงลมหายใจก็สงบแล้ว

วันเกิดเราเธอร้องเพลงแต่งให้เรา อะไรวะ แต่เหมือนให้เราลืมคนเก่าแล้วมาคบกับเธอ เออความหน้าด้านให้เต็มร้อย แต่เพราะมันไม่ชัดเจน ให้เราตอบอะไรวะ

แค่เราไปดูละครเวที เจอคนหล่อๆ เธอยังห้ามเราเลย

เดี๋ยว มึงพ่อกูหรอ

จนวันที่เราไปทริปต่างจังหวัดกัน คืนแรกพวกเราก็กินเหล้าเหมือนอดอยากมาจากไหน ทุกคนจับกลุ่มคุยกันเสียงดัง วันนั้นแทบจะเป็นวันแรกของชีวิตที่จำอะไรเลือนราง และไม่ปะติดปะต่อ ภาพก่อนที่หัวเราจะดับไป คือเรานั่งคุยกับเพื่อนอยู่ เธอเดินมาพิงเรา บอกว่าโดนมอมมาไม่ไหวแล้ว เราจำได้ว่าเราหันไปมองเธอ แต่หลังจากนั้นภาพก็ดำมืด เรารู้แค่ว่าเธอโอบไหล่เรา และเราไม่รู้ว่าถ้าไม่ใช่ครั้งนี้มันจะมีครั้งไหนอีก เราเลยทำตามทุกสิ่งที่เธอทำ สติเราเลือนรางมาก รู้ตัวอีกทีเธอลุกไป ทิ้งเราซัฟเฟอร์โคตรไว้คนเดียว

เราไม่เข้าใจ เราลองปล่อยให้คืนที่สองเป็นตัวตัดสิน เรารอเธอมาสองปี อีกหนึ่งวันทำไมจะรอไม่ได้

คืนที่สองเราจับกลุ่มคุยกัน เราชอบเวลาที่เราสองคนนั่งติดชิดกัน ไม่ต้องพูดอะไร อยู่ท่ามกลางวงที่สนทนาเรื่องอื่น และเราก็พูดและเฮฮาไปด้วย แต่เรารู้อยู่แก่ใจว่าเรานั่งชิดกันเพราะอะไร

ใต้หมอนหนึ่งใบที่คลุมขาเราสองคน มันเป็นความใกล้ชิดที่อบอุ่น เอาจริงเราเอาหมอนปิดเพราะเราใส่ขาสั้น ขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่ควรต้องดุว่าให้เราแต่งตัวดีๆมั้ย เราเซฟเราแล้ว

แต่เธอก็ดุ

เดี๋ยว นี่มึงพ่อกูหรอ

เธอกระซิบประโยคนึงข้างหูเรา จำได้จนวันนี้ แต่เธอคงลืมไปแล้ว เราทำเป็นไม่ได้ยิน เราพยายามคิดว่าเธอเมา

เราหนีความรู้สึกแย่ๆบางอย่างแล้วกลับห้อง

เออแปลกว่ะ ทั้งๆที่มันดูมีความสุขมาทั้งวัน ไหนบอกรอดูวันนี้ก่อน สุดท้ายเรารอไม่ไหว เราอึดอัดกับความไม่ชัดเจน เราอยากเห็นจุดจบของความสัมพันธ์นี้ เรามีความสุขแบบลมๆแล้งๆต่อไม่ไหวแล้ว

เรากลับไปโทรหาเพื่อนและเล่าทั้งหมดให้ฟังจนสบายใจ เมื่อเรากลับมา เธอเห็นเราแล้วโผเข้ากอด ตอนนั้นเธอเมาหนักเหลือเกิน และเธอโถมทั้งตัวใส่เรา บอกว่าดีใจที่เรารักษาสัญญาและกลับมาหา

แม่งเหมือนกลับไปผูกตัวเองกับความสุขอีกครั้ง

วันรับปริญญาของเธอ

เราโคตรตั้งใจให้ของเธอ มันไม่เหมือนการให้แฟนที่ให้อะไรที่พิเศษ แตกต่างแค่ไหนก็ได้ แต่เธอคือของที่ต้องดูเหมือนคนอื่น แต่แตกต่างและพิเศษ สุดท้ายเราวาดหัวใจลงบนซองให้เธอ

โคตรมั่นใจว่าเธอไม่สังเกต

เธอคาดหวังกับของขวัญเรา และถ่ายรูปกับเราแบบสนิทที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เรายิ้ม และเราว่านี่คือบทสรุปของความสัมพันธ์เราสองคน

มันคือความสัมพันธ์ที่จะไม่มีตอนจบ จะเดินเรื่องต่อไปแบบนี้ ปล่อยให้คนดูได้คิดตาม ตกตะกอนความรู้สึก กลับไปนึกถึงเมื่อคิดถึง

เราคงเคยชินกับความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ถึงจะลงท้ายด้วยการไม่มองหน้ากัน ซึ่งไม่คุ้มเลย แต่เราก็ยังอยากเสี่ยง

แต่คนนี้คงให้คำตอบเราอย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ของเราไม่ควรตั้งอยู่ในความเสี่ยง การมีกันและกันอย่างนี้ต่อไปในชีวิตย่อมดีกว่า เราอยากรักษาคนที่ทำให้เราสงบขนาดนี้ไว้ในชีวิตเราต่อไป ตราบใดที่เราไม่พูดมันออกมา เราก็จะถือว่ายังเป็นเพื่อนกัน

แม้เราจะพยายามจะออกจากวังวนนี้ แต่เราออกไม่ได้หรอก เรารู้ว่าการพายเรือเงียบๆนี้ อาจจะดีต่อพวกเราที่สุดแล้วก็ได้

วันนี้เธอโทรมา ต่อว่าโวยวาย บ่นเหงา

เรายิ้ม

นี่แหละความสัมพันธ์ของเรา

เพื่อน

Like what you read? Give nutchnutch a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.