ในปัจจุบันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของเราไปแล้ว อย่างที่มีหลาย ๆ คนได้กล่าวไว้ว่า “Smartphone เป็นอวัยวะที่ 33 ของคน” แต่ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีที่เราใช้กำลังจะเปลี่ยนไป จากการเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายกลายไปเป็นอาวุธในสงครามการแข่งขันด้านเทคโนโลยี หรือ สงครามเทคโนโลยี

สงครามเทคโนโลยี เป็นคำที่เปรียบเทียบถึงการแข่งขันของประเทศ หรือบริษัทต่าง ๆ โดยใช้ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ตนเองคิดขึ้นมาเพื่อก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งทางด้านเทคโนโลยีของโลก จะเห็นว่าในช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมานั้นการแข่งขันทางเทคโนโลยีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ Steve Jobs ได้ทำการเปิดตัว iPhone รุ่นแรกออกมา ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางเทคโนโลยี จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลให้เข้าใกล้กับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยเปลี่ยนมันเป็นโทรศัพท์มือถือหรือที่เรียกว่า Smartphone และจุดประกายให้หลาย ๆ บริษัทเริ่มหันมาพัฒนา Smart device กันมากขึ้น
ในระยะเวลาที่ผ่านมาผู้นำทางด้านเทคโนโลยีโลกนั้นส่วนมากเป็นบริษัทจากประเทศฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา สับเปลี่ยนกันขึ้นครองตำแหน่งเจ้าแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ในช่วง 4 ถึง 5 ปีมานี้ บริษัทที่มาแรงด้านเทคโนโลยีกลับเป็นบริษัทจากประเทศฝั่งตะวันออก เช่น จีน, เกาหลี และญี่ปุ่น เป็นต้น ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น และข้อพิพาทด้านความปลอดภัยและสิทธิบัตรต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายระหว่างเจ้าแห่งเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา และ จีน

สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน พัฒนามาจากสงครามการค้าระหว่างสองประเทศและเริ่มส่อเค้าความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ Huawei Technologies สามารถตีตลาด Smartphone และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากอเมริกาได้สำเร็จ จนมีกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์บางกลุ่มพบว่าอาจมีการลักลอบส่งข้อมูลผู้ใช้บางอย่างกลับมายังประเทศจีน ทำให้สหรัฐอเมริกาเริ่มตั้งข้อสงสัย และตรวจสอบในที่สุด จะเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการแข่งขัน และกีดกันทางการค้าอื่น ๆ ตามมาดังนี้
- สหรัฐอเมริกาเพิ่มชื่อ บริษัท Huawei Technologies เข้าไปอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ห้ามใช้เทคโนโลยีจากอเมริกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล
- จีนประกาศจะยุติการส่งออกแร่ Rare Earth ซึ่งเป็นแร่ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Smartphone, tablet หรือ computer laptop
- เกิดความไม่ไว้วางใจในอุปกรณ์โครงข่าย 5G ของ Huawei ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศต่าง ๆ เริ่มกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลที่จะถูกในโครงค่ายดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะมีราคาที่ถูกและคุณภาพดี
ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้นนั้น เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแวดวงเทคโนโลยี และธุรกิจ เพราะถือได้ว่าเป็นการทะเลาะกันของ 2 ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของโลก
ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ข้อพิพาทบางอย่างจะได้รับการแก้ไขไปแล้วอาทิ การยุติการส่งออกแร่ Rare Earth ของจีน หรือโครงข่าย 5G ของ Huawei เริ่มถูกนำมาใช้แล้วในบางประเทศโดยเฉพาะประเทศในยุโรปที่กำลังเร่งพัฒนาก้าวไปสู่ 5G แต่สำหรับกรณีที่บริษัท Huawei ถูกเพิ่มชื่อไปในบัญชีบริษัทที่ห้ามใช้เทคโนโลยีจากอเมริกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล นั้นมีผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งทางฝั่งสหรัฐอเมริกา และจีนเอง รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ใช้บริการจากทั้งสองประเทศ อย่างประเทศไทยเป็นต้น และการที่สหรัฐอเมริกาเพิ่มบริษัท Huawei เข้าไปในบัญชีดังกล่าวนั้นทำให้ บริษัทหลาย ๆ บริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ทำการค้าร่วมกับ Huawei อย่าง Google และ Microsoft ต้องสูญเสียคู่ค้าไป และในส่วนของ Huawei เองนั้นก็ต้องรับมือกับการถูกกีดกันทางค้า และความไม่ไว้วางใจจากประเทศอื่น ๆ เองด้วย ทำให้โครงการระหว่างประเทศในประเทศอื่น ๆ ต้องพักไปชั่วคราวก่อน

สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาเทคโนโลยีจากทั้ง 2 ประเทศแล้วก็ได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย ประการแรกเลย คือ คนไทยเองในช่วง 3 ถึง 4 ปีมานี้นิยมใช้สินค้าจากจีนอยู่มาก และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนไทยเองไม่กล้าที่จะซื้อ หรือใช้เทคโนโลยีที่มาจากประเทศจีน ประการต่อมาคือ ประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับทั้ง 2 ประเทศทำให้การที่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ไทยเองก็ไม่สามารถจะกำหนดแนวทางไปทางใดทางหนึ่งได้ เนื่องจากยังคงต้องรักษาความสัมพันธ์ต่อทั้งสองประเทศเอาไว้ ส่งผลให้เราได้แต่รออยู่บนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศจนกว่าจะยุติลง
ดังนั้นแล้วในขณะที่สงครามเทคโนโลยี และสงครามการค้าของทั้งสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป เราเองก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ไว้ เพื่อเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ตามในอนาคต โดยต้องเริ่มจากการติดตามข่าวสารอยู่เสมอ ๆ โดยเลือกรับข่าวสารจากหลากหลายแหล่งเพื่อเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักของข่าวได้ ต่อมาคือเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง 5G, AI หรือ Machine Learning และอื่น ๆ จะทำให้เราตามทันแนวโน้มของเทคโนโลยี และไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดหรือผูกมัดกับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง
จะพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาสงครามเทคโนโลยีเกิดขึ้นมาตลอด จนปะทุเป็นสงครามการค้าขนาดใหญ่ที่สามารถกำหนดแนวทางเศรษฐกิจโลก ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์กับสงครามเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอดเพียงแค่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำสงครามไปเรื่อย ๆ เท่านั้น จากการสู้รบด้วยพละกำลังของคน ไปเป็นสู้รบกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ และในตอนนี้ก็เป็นการสู้รบกันด้วยความก้าวของเทคโนโลยี และความแข็งแกร่งทางเศรฐกิจแทน ดังนั้นเราเองก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อก้าวทันโลกและรับมือกับสงครามรูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
