แชร์ประสบการณ์ “สอบ TOEFL ครั้งแรก”

การเรียนภาษาอังกฤษนั้นแลดูจะเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับนักเรียนไทย พวกเราถูกสอนมาให้เรียนภาษานี้เป็นภาษาที่สองรองจากภาษาไทย เพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ เช่น การอ่านหนังสือทั่วไป,หนังสือเรียน การใช้งานคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปต่างประเทศเป็นต้น เราเองก้ผ่านภาษาอังกฤษมาจะร่วม 20 ปีแล้ว เราจะรู้ได้ยังไงว่าภาษาเราดีพอ

การสอบ TOEFL เป็นหนึ่งวิธีที่จะสามารถวัดได้ว่า เรามีความรู้ความสามารถในด้านภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน มีศัพท์ภาษาอังกฤษในหัวกี่คำ และนำมาใช้ได้ถูกบริบทกี่ตัว มีไวยกรณ์ภาษาอังกฤษที่หลากหลายหรือไม่ เราก้เป็นหนึ่งในคนที่อยากรู้ว่าเรานั้นเก่งแค่ไหน และยังมีอะไรอีกมั้ยที่ยังต้องปรับปรุงเพื่อที่เราจะได้เก่งขึ้นในวันข้างหน้า เราเลยตัดสินใจที่จะลองกับมันซักตั้งดู


STEP1 : การลงทะเบียนสอบ

การลงทะเบียนสอบนั้นไม่ยาก แค่ไปที่ https://www.ets.org/toefl/ibt/register/ แล้วกด Register online เพื่อที่จะสอบ iBT — a.k.a การสอบกับคอมนั้นแหละ — 
สมัคร id ของ ets กรอกข้อมูลต่างๆให้ครบ เลือกสถานที่สอบ จองวันสอบ แล้วก้จ่ายเงิน ขั้นตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ควรคำนึงถึงคือ “ต้องจองก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน” 
เพื่อที่ว่า หนึ่ง.เราจะได้ไม่ต้องรนว่าสถานที่ที่เราอยากไปสอบนั้นจะเต็ม สอง.เราจะได้มีเวลาเตรียมตัวเพิ่มอีกนิดนึง และสุดท้าย เราจะได้ไม่ต้องเสียตังเพิ่มเพราะการจองที่สอบแบบกระชั้นวันสอบจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายและเราก้ไม่อยากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอ่ะนะ

$185 คูณค่าเงินตอนนั้นก้ราวๆ 6,700 บาทได้

STEP2 : การเตรียมตัวสอบ

การเตรียมตัวสอบนั้น ไม่ใช่เรื่องยากมากนัก แต่สิ่งที่ยากที่สุดนั้นคือความสม่ำเสมอของการทำมัน ให้เรารู้ตัวเสมอว่า ในแต่ละวันๆ เราได้เรียนอะไรไปใหม่บ้าง เราได้ลงมือทำอะไรในแต่ละวันบ้าง ในแต่ละทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งเรามีเวลาเตรียมตัวตั้งสองเดือน ภายในสองเดือนนี้เราก็น่าจะมีอะไรที่พัฒนามาบ้างแหละ

ในการฝึกของเรานั้น เราใช้ YouTube เป็นหลัก channel ที่เราเข้าไป subscribe ก็จะประมาณนี้
- https://www.youtube.com/user/ouliogroove/videos
- Kurzgesagt — In a Nutshell
- ColdFusion
- It’s Okay To Be Smart
- MagooshTOEFL
- Vsauce
- Vox
- CGP Grey
- VICE
- Veritasium
- MinutePhysics
- Wisecrack
- Seeker Stories
- TED-Ed
- BBC Documentary Planet Earth

ที่มันเยอะขนาดนี้เพราะว่าเราค่อยๆเก็บสะสม ขยับขยายจากสิ่งที่เราชอบ จากหนัง จากวิทยาศาสตร์ จนค่อยๆไปถึง สารคดี และก็ TEDtalk ไต่ระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ

สิ่งที่ได้จากการดูพวกนี้ เราไม่ได้แค่ฝึกการฟังอย่างเดียวนะ เรายังได้รู้ว่าศัพท์คำไหนที่เรายังไม่รู้บ้าง เป็นการเพิ่มศัพท์ที่เขาใช้จริงๆไปในตัวพร้อมกับรูปประโยคที่เขาแต่งมาให้เสร็จแล้ว เรายังได้ฝึกจับใจความสำคัญของในแต่ละคลิป ว่าเขาพูดเรื่องอะไรบ้างในนั้น แล้วเล่าออกมาเป็นภาษาของตัวเอง ในตอนแรก อาจจะยังเป็นภาษาไทยอยู่แล้วค่อยๆขยับไปใช้ภาษาอังกฤษ ที่ละคำ ทีละประโยค จนในที่สุดเราก็จะ ชินและสามารถพูดความเข้าใจของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

STEP3 : วันสอบ

ในที่สุดดด วันนี้ก็ได้มาถึง สิ่งที่เราเตรียมตัวมาตลอดก็จะได้รู้ซักทีว่าเป็นยังไง 
สิ่งที่ต้องเตรียมไปในวันนั้นคือ บัตรประชาชน และก็ เอกสารยืนยันที่เขาส่งมาให้ใน E-mail ของเรา แล้วก็ถาเป็นคนขี้หนาวก็เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย เผื่อได้ใช้

ศูนย์สอบที่นี่ค่อนข้างใช้ได้เลยนะ

พอถึงที่สอบ ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะแจกเอกสารยินยอม ในข้อตกลงต่างๆของการสอบ และกุญแจล็อคเกอร์ และเมื่อถึงเวลาเข้าห้องสอบ ก็ได้เวลาลุยเต็มที่


เราดีใจนะที่ได้มีประสบการณ์แบบนี้ มันทำให้เรารู้ว่าตัวเองนั้นอยู่จุดไหน และต้องพยายามอีกเท่าไหร่กว่าจะถึงสิ่งที่เราคาดหวังไว้ ถึงแม้ว่า ผลที่ออกมามันจะยังไม่ดีพอ เอาเป็นว่า หลังจากที่สอบเสร็จเรามาพิจารณาตนเองว่า ในทักษะไหนจะต้องไปฝึกอะไรเพิ่มดีกว่า

Reading
- Read, Read, Read. Read in English regularly. 
- Focus on academic texts.
- Read from variety of subjects.
- Find the purpose of the passage.
- Take notes.
- Learn how to skim the text;Only skimming is not enough. Read the passage again.
- guess the meaning of unfamiliar words.

Listening
- Listen to English spoken movies, spoken TV channels, listen to the radio and as many other listening sources
- Listen for the main idea and find how the ideas are presented
- Build your vocabulary
- Listen to conversations or lectures with variety of accents.
- Practice note-taking.
- Summarize in writing what you have heard

Speaking
- Build your vocabulary systematically
- start speaking to build fluency.
- Use idioms appropriately.
- Master appropriate and correct use of English grammar.
- improve your pronunciation.
- Practice organizing your speech.
- Record your practice speaking and listen it again to find where you did well and where you did not do well.
- Make a list with familiar topics and practice speaking on each of them.

Writing
- Practice on a computer keyboard.
- Build your vocabulary systematically.
- Learn to use transition (linking) words.
- Try to get closer to the time requirement for this task.
- Monitor your own progress.
- Make a list with familiar topics and practice writing on each of them.
- Practice paraphrasing purposefully.

ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่ยังขาดและจะต้องทำ 
เอ้อออออ ก็ลิสท์มาได้เยอะพอสมควรเลยล่ะนะ ก็ค่อยๆทยอยฝึกไปนะเรา

สุดท้ายที่อยากจะแนะนำคือ ถ้าเป็นไปได้ก็ลองหากำลังใจดูนะ ไม่ว่าจะจากที่ใดก็ตามแต่ แต่ที่แนะนำจริงๆคือให้หากำลังใจจากคนรอบข้าง คนที่เห็นเราเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขา มันจะเป็นตัวผลักดันทำให้เรามีแรงที่จะสู้ต่อ มากกว่าพยายามเพื่อตัวเอง 3 เท่า 5 เท่าเลย เพื่อคนที่เรารักและหวังดี

ขอบคุณนะ, อัญชิสา