เที่ยวเขมร ตอนที่ 1 : เจืองเอ็กและตวล แสลง อดีตอันโหดร้ายของกัมพูชา

ความปลวกหนอนของผมในทริปนี้เริ่มตั้งแต่ต้น ผมกับเพื่อนนัดกันว่าจะไปเจอกันที่สนามบินดอนเมืองตอนประมาณตีห้า เพื่อเดินทางไปยังสนามบินพนมเปญตอนเวลาประมาณหกโมงครึ่ง ผมก็เลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีสองครึ่ง ตั้งใจว่าจะได้ตื่น เพื่อกินกาแฟทำโน่นทำนี่แล้วค่อยออกจากคอนโดประมาณตีสี่ เดินทางไปถึงดอนเมืองอีกประมาณชั่วโมงก็น่าจะทัน แต่เอาเข้าจริงๆ ผมดันตั้งนาฬิกาปลุกผิด ดันไปตั้งไว้เป็น 2:30 PM ตื่นมาอีกทีตีสี่กว่าๆ รีบสุดชีวิต จนในที่สุดก็ไปถึงสนามบินดอนเมืองประมาณตีห้ายี่สิบ ซึ่งก็ทันพอดี ต้องขอขอบคุณพี่แท็กมา ณ จุดๆนี้

พวกเราเดินทางถึงกรุงพนมเปญประมาณเก้าโมงกว่าๆ หลังจากที่เก็บของไว้ที่โรงแรมเรียบร้อย พวกเราวางแผนกันว่าวันแรกเราจะเที่ยวกันในกรุงพนมเปญกันก่อน พาหนะหลักที่จะพาพวกเราไปเที่ยวที่ต่างๆ คือรถตุ๊กๆ

สถานที่แรกที่เราจะไปกันคือทุ่งสังหารเจืองเอ็ก (Choeung Ek) เท่าที่ทราบคือ จริงๆแล้วทุ่งสังหารลักษณะนี้มีกระจายแทบจะทุกจังหวัดของกัมพูชา แต่ทุ่งสังหารที่นี่เป็นที่ๆสำหรับสังหารคนที่มีการศึกษา ข้าราชการ ชาวต่างชาติ หรือคนที่น่าสงสัยว่าจะมีความรู้ เช่น มีมือที่อ่อนนิ่ม

สถูปที่เก็บกระดูกและอนุสรณ์สถานของผู้เสียชีวิตที่ถูกค้นพบที่ทุ่งสังหารเจืองเอ็ก

นักโทษทางการเมืองเหล่านั้นจะถูกนำตัวมาโดยถูกหลอกว่าจะพายังไปย้งบ้านหลังใหม่ ที่ๆจะมีอาหารกิน ในการสังหารนั้น ทหารจะพานักโทษมาที่หลุมในเวลากลางคืน จากนั้นจะใช้อุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น จอม เสียม หรือ หลาวไม้ไผ่แหลมๆ ตีและแทงนักโทษจนตายแล้วผลักลงไปในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ ในระหว่างการสังหารทหารเขมรแดงก็เปิดเพลงเพื่อกลบเสียงกรีดร้องโหยหวนของนักโทษก่อนที่จะเสียชีวิต สำหรับเด็กก็ถูกจับฟาดเข้ากับต้นไม้จนเสียชีวิต

หลังจากที่พวกเราศึกษาประวัติของที่นี่ ผมรู้สึกสลดหดหู่มากจริงๆครับ แค่จินตนาการวิธีการสังหาร ผมก็รู้สึกว่ามันโหดร้ายมากๆแล้ว

สถานที่ต่อมาพวกเราเดินทางต่อไปคือ S-21 หรือคุกตวล แสลง (Tual Sleng)

คุกแห่งนี้ ก่อนหน้านี้เคยเป็นโรงเรียนมาก่อนที่แปรสภาพเป็นคุกในสมัยเขมรแดงเรืองอำนาญ นักโทษที่นี่คือกลุ่มคนที่มีความรู้ต่างๆ ข้าราชการในสมัยรัฐบาลก่อน สถานที่แห่งเป็นทั้งที่กุมขังและทรมานนักโทษ ว่ากันว่ามีถูกกุมขังอยู่ที่นี่ประมาณ 15,000 คนแต่มีผู้รอดชีวิตเพียง 3 คนเท่านั้น

หลังจากชมสถานที่ทั้งสองที่นี่ พวกเรารู้สึกหดหู่มากจริงๆครับ นึกไม่ถึงจริงๆว่าคนเราจะสามารถทำกับคนด้วยกันได้ถึงขนาดนี้

หลังจากศึกษาที่นี่ พวกเราตัดสินใจกันว่าจะเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณสถานแห่งชาติกัมพูชาและ พระบรมมหาราชวังจตุมุขมงคล กันต่อครับ

ขอขอบคุณภาพของทั้งสองสถานที่นี้จากกล้องลูกปัด + ดาวจรัสมา ณ ที่นี่ ผมไม่กล้าถ่ายรูปทั้งสองสถานที่นี้จริงๆ