สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการเทรด
เริ่มต้นจากผมอยู่กับเทคโนโลยีมาตั้งแต่จำความได้ ได้เกิดความคิดว่าการหารายได้ออนไลน์ มาซื้อสิ่งที่เราอยากได้โดยไม่ต้องขอพ่อแม่น่าจะดี เริ่มต้นจากเข้ากูเกิ้ลเลยครับ ผมถูกปลูกฝังแนวคิดที่ว่าคนที่เล่นหุ้นรวยก่อน จากนั้นเริ่ม ศึกษามาเรื่อยๆ หยุดไปมั้งกลับมา ศึกษาต่อมั้ง จนถึง ระดับมหาลัยผมเริ่มจริงจังกับการเทรดมากขึ้นเพราะมีเวลามาก เริ่มจากเก็บเงินจากค่าขนมไปเรียนเพื่อซื้อประสบการณ์ในหลายๆสำนัก (หลังไมค์เข้ามาถามได้ครับ) ส่วนผลประกอบการเทรดก็ ล้างพอร์ตมั้ง บวกมั้ง จิตตกไปซักพักใจตอนล้างพอร์ต หยุดไปสักพัก กลับมาเริ่มใหม่ วนลูปไปอย่างงี้ จนผมได้มาอ่านเจอกับแนวคิดของโยดา และเข้ามาเรียนและแลกเปลี่ยนแนวคิด ความเชื่อกัน ที่ Living Room By Mudley รุ่นแรก จนผมเริ่มรู้ตัวว่าเราไม่เก่งเลยจากการเรียนในหลายๆสำนักมา เพราะเจอคนที่เก่งมากกว่าเรา ระบบที่เราไปเรียนมาคิดว่ามันเจ๋งแต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างที่เราคิดหรอก แต่ตอนแรกที่ไปเรียน Living room เมนเตอร์พีสอนผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อหรอก ยังดื้อมีอีโก้ ยึดติดในแนวทางของตัวเอง จนกระทั่งการเทรดของผมก็ยังไม่ดีขึ้นซักที ในใจก็คิดว่าไหนลองทำตามแนวทางของ มัดเลย์มั้ง เริ่มจาก close system ในตอนแรกที่เริ่มทำมีคำถามตีกันมากมายในหัว แต่พอทำไปได้สักพักเริ่มเห็นความจริงหลายๆอย่างเช่น close system มันก็คือตัวเรา เราออกแบบเองไม่ต้องวางเงินเต็มก็ได้เพราะเรามีเงินไม่เท่าพี่ต้าน ช่วงที่ทำผมมอนิเตอร์ดูกราฟทุกวัน จนกระทั่งบางครั้งผมรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางในการจินตนาการในการเข้าออเดอร์ตามแรงโมเมนตั้ม(ไม่รู้จะอธิบายว่าอย่างไร) แต่สิ่งที่สำคัญการเทรดสำหรับผมแล้วคือในเรื่องมายเซ็ท มายเซ็ทคือสิ่งที่ถูกหล่อหลอม จากประสบการณ์ ปัญหา ข้อผิดพลาด ข้อมูลจากคนอื่น 9ล9 จนเกิดเป็นมายเซ็ทของเรานั่นเอง
ปัญหาในตัวผมที่พบเจอจากการเทรดคือ ผมเป็น ADHD มีปัญหาในด้านอารมณ์ การจัดการ,การทำบัญชี เพราะขี้เกียจ ,การสื่อสาร เพราะพูดกับคนอื่นบางครั้งไม่ค่อยรู้เรื่อง ,การเข้าอกเข้าคนอื่น ใจผู้อื่น
ในการแก้ปัญหาหลักด้านอารมณ์ของผมได้มีโอกาสไปฝึกสมาธิในหลักสูตรครูสมาธิของหลวงพ่อวิริยังค์ สาขา64 มหาวิ-ทยาลัยเชียงใหม่

ซึ่งหลักการฝึกสมาธิในหลายๆบทเรียนตรงกับ บทความใน http://mudleygroup.blogspot.com/2010/02/close-fund.html
คือ หนังสือที่ว่าด้วย กฎความจริงของธรรมชาตินั่นเอง ดังนั้น มนุษย์ซึ่งเป็นซับเซ็ตของธรรมชาติ ก็ย่อมหลีกหนีกฎเกณฑ์ความจริงเหล่านี้ไม่พ้นเช่นกัน การที่เราเข้าใจความจริงของธรรมชาติ + สมาธิ แล้ว ย่อมสามารถทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาเจริญปัญญาและจิตใจจนถึงขั้นมากที่สุดเท่าที่ธรรมชาติจะมอบสิ่งนั้นให้เราได้ เพื่อที่ภายในอนาคตเราจะสามามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมายในเส้นทางที่เราจะเลือกเดินไม่ว่าจะทางธรรม ทางโลก หรือ แม้แต่ทางสายวัตถุ หรือ จิตใจ ก็ตาม
สติปัญญาเกิดจากกระแสจิต_กระแสจิตเกิดจากพลังจิต_พลังจิตเกิดจากสมาธิ_สมาธิเกิดจากความเป็นหนึ่งของจิต_ความเป็นหนึ่งของจิตเกิดจากคำบริกรรม_ คำบริกรรมเกิดจากความตั้งใจเริ่มทำสมาธิ ดังนั้นเมื่อกระแสจิตได้ที่ สติปัญญาจะเกิดขึ้นพร้อมกัน (หลวงพ่อวิริยังค์ )
ซึ่งส่งผลต่อสมองอย่างมากทำให้การเทรดของผมดีขึ้น


ผมอาจจะโชคดีที่มีกระสุนดองไว้ในน้ำมันเยอะก็ได้ เพราะผมยังไม่เก่งเมื่อเทียบกับเทรดเดอร์หลายๆท่านที่ผมรู้จัก
การเทรดสอนให้ผมรู้จักอดทนรอ ถ่อมตัวเอง
การเทรดทำให้ผมมองหาความเป็นจริงในสิ่งต่างๆ
การเทรดสอนให้ผมรู้ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น
การเทรดสอนให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น
และ การเทรดสอนให้ผมรู้จักความสุขที่สุด ที่หาสิ่งในมาเปรียบมิได้จากการฝึกสมาธิ
ผมเขียนไม่เก่งขอโทษผู้ที่เข้ามาอ่านด้วยนะครับ ^^