ชีวิตไร้สาย

ภาพจาก http://www.apple.com/airpods/

ปกติผมออกกำลังกายเป็นประจำ อาทิตย์นึงต้องมีอย่างน้อย 3 ครั้ง แต่ผมไม่เคยฟังเพลงไปในขณะทำกิจกรรมเลย ไม่ว่าจะวิ่ง หรือยกเวท เพราะไม่ได้ใช้เวลาออกนานมาก จนล่าสุดยกเลิกฟิตเนสรายเดือนไป และเดินทางไปวิ่งที่สวนสาธารณะลำบาก ทำให้ต้องออกกำลังกายกับอุปกรณ์ที่อยู่กับที่อย่างจักรยาน หรือลู่วิ่งแทน

รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง

วิ่งในสวนสาธารณะยังมีคนรอบข้างให้มอง มีให้มโนว่ากำลังแข่งกันอยู่ มีความชื้นในอากาศ ความชัน มีหลุม มีความหลากหลายของพื้นผิวถนน ในขณะที่บนลู่วิ่ง แม้จะมีความเร็วของลู่ หรือความชัน แต่มันเทียบไม่ได้กับบรรยากาศที่หลากหลายของสวนสาธารณะ

เพื่อไม่ให้ชีวิตจมอยู่ในความเบื่อ จึงหยิบมือถือเสียบหูฟัง ดูวีดีโอ หรือฟังเพลงฆ่าเวลา ก็ดีนะ ไม่เบื่อแล้ว แต่พบปัญหาใหม่

สายหูฟังรุงรัง วิ่งแล้วก็พะวงว่ามือจะไปปัดโดนสายกระชากมือถือพังอีก

ผมทนความอึดอัดนี้ ได้เพียง 2 วัน และวันนี้ …

ซื้อหูฟังไร้สายมาใช้

บอกได้เลยว่ามันสะดวกมาก เลิกพะวงเรื่องสายกระชากไปเลย

ประทับใจเรื่องความคล่องตัว ไม่ต้องอยู่ติดกับมือถือตลอดเวลา เพราะ bluetooth ส่งข้อมูลได้ไกล

ไม่รุงรัง ไม่ต้องมาพับสายเก็บ หรือระวังหูฟังเหวี่ยงไปโหม่งพื้น พาดคอไว้เพียงเท่านั้น

เคยไม่เห็นด้วยกับ Apple ที่ตัดรูหูฟังทิ้ง ใน iPhone 7 แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว การเชื่อมต่อไร้สาย คือ พัฒนาการขั้นถัดไปของวงการเทคโนโลยี และหูฟังไร้สายคือ 1 ในนั้น

รูหูฟัง 3.5mm ถูกเปรียบเทียบกับ Floppy Disk เคยมีความสำคัญ และวันนึงก็หมดความสำคัญลง

แน่นอนว่ายังมีคนที่ไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หูฟังแบบ 3.5mm คุณภาพเสียงดีกว่า หูฟังไร้สายราคาแพง ใช้แบตเตอรรี่ ต้องเสียบชาร์จ หรือเหตุผลต่างๆ นานา

ผมก็ไม่รู้หรอกว่าฝ่ายไหนจะชนะ ผมไม่รู้อนาคต


ผมรู้แค่ ณ ตอนนี้ผมใช้หูฟังไร้สาย

ชีวิตผมง่ายขึ้น

และคงจะเชียร์คนรอบข้างให้หันมาใช้กัน

#TeamWireless #NoHeadphoneJack

ปล. ไม่ได้ซื้อ AirPods มาใช้นะครับ ราคา 6,990 บาท จ่ายไม่ไหว ภาพสวยเลยเอามาใช้

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.