[Life in Launceston] Week 1 ถ้าไม่ออกเดิน ก็จะไม่เจอ

บรรยากาศใน Unversity of Tasmania

ผ่านมาแล้วสำหรับสัปดาห์แรกของชีวิตใน Launceston ที่มหาวิทยาลัย Tasmania นะครับ ความตื่นเต้นของอาทิตย์นี้คือเรื่องใหม่ เป็นประสบการณ์ที่สนุกและท้าทายสำหรับท่องเที่ยวคนเดียวในต่างประเทศ จากอาทิตย์ที่ผ่านมา นิยามสั้นๆเลย

ถ้าเราไม่ออกไป เราก็จะไม่เจออะไรใหม่

เพราะว่าตั้งแต่เริ่มที่ก้าวเข้ามา แผนทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดเองเกือบหมด แล้วเหมือนออกมาอยู่พื้นที่ใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ คนใหม่ๆ ถ้าเราไม่ออกจากที่พักอยู่เฉพาะโซนมหาลัย (Comfort Zone เล็กๆที่สร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว) ออกไปเดิน เราก็แทบจะไม่เจออะไรใหม่อีกเลย

ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่สิ่งนึงที่ค้นพบคือว่า อากาศเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตครับ

ในัมหาลัย วันฟ้าโล่ง ก็โปร่งสุดๆ มีเมฆนิดเดียวจริง

พยากรณ์อากาศที่นี่สำคัญมาก ต้องคอยดูอยู่ทุกวัน ว่า ฝนจะตกช่วงไหน อากาศเป็นยังไง มีแดดมั้ย (มีแดดจะถือว่าอากาศดีมาก ถึงทักกัน It’s nice weather today,isn’t it? ที่เราเจอกันตามบทเรียน) เพราะว่าแต่ละวันหาวันที่แดดออกดีๆยากมาก สำหรับช่วง Winter แบบนี้ แต่รวมๆที่นี่ถือว่าคุณภาพอากาศดีมาก

ภาพแผนที่เกาะ Tasmania อ้างมาจาก Google Maps จ้า

ก่อนอื่นต้องบอกถึงเมือง Launceston กันก่อน Launceston เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในเกาะ Tasmania หนึ่งในรัฐของ Australia มีประชากรอยู่ประมาณหนึ่งแสนคน (อ่านไม่ผิดหรอก แสนเดียวเท่านั้น) ในขณะที่มีพื้นที่กว่าสี่ร้อยตารางกิโลเมตร (เล็กกว่ากรุงเทพสามเท่า) ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ทำให้หนาวเมื่อเทียบกับ Hobart (เมืองหลักของ Tasmania) ซึ่งมีภูมิประเทศติดกับทะเลครับ

ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ใจดีโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่รอบมหาลัย (แหงละ ยังไม่เคยไปไหนไกล 555) อย่างเช่น ตอนไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร Commonwealth พนักงานแซวเล่นกันตั้งแต่เดินเข้าเลยทีเดียว แปลง่ายๆอย่างเช่น

Me : มาเปิดบัญชีออมทรัพย์ครับ

Banker : คุณเคยเป็นลูกค้าของเรามาก่อนรึเปล่า?

Me : ไม่เคยครับ

Banker : แล้วเมื่อไหร่คุณจะเป็น

Me : หะ!??

Banker : ตอนนี้ไง! คุณกำลังจะเปิดบัญชี คุณก็จะเป็นลูกค้าของเรา ปะ ไปเปิดบัญชีกัน

Me: อ่า.. โอเค

นี่เฉพาะพนักงานต้อนรับ เก่งงานขายกันสุดๆ พอเข้าไปถึงพนักงานออฟฟิศ พบว่ายังคงมีมุขแทรกตลอด ไม่ว่าจะเป็น “คอมพิวเตอร์กำลังคิดอยู่ คิดนานนะเนี่ยดูแล้วเรื่องของคุณค่อนข้างซับซ้อน” บอกตอนที่รอคอมพิวเตอร์ดึงข้อมูลจากวีซ่า ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายความเกร็งไปได้เยอะมาก

Leprena ชื่อหอพักที่มีความหมายว่า “บ้าน” ในภาษาอะบอริจิน

บรรยากาศ Leprena ยืมรูปมาจากเว็บมหาลัย ของจริงแสงไม่ดีขนาดนี้

ที่อยู่อาศัยที่ผมเข้ามาอยู่ อยู่ในมหาลัย ในหอพักของมหาลัยที่เรียกว่า Leprena อยู่ในเขตของมหาลัยทาสมาเนีย อยู่ในย่านถนน Newnham เป็นบ้านต่อกันไปเรื่อยๆ จะแบ่งโซนโดยห้องครัวคั่นทุกๆ 6 ห้องนอน ที่นี่เป็น Single Bed Room แต่ Shared Shower Room/Toilet กับ Shared Kitchen ซึ่งมีจัดพื้นที่ เลขตู้แบ่งกันชัดเจน ใส่ของกันได้อย่างสบายใจ :P อ่อ อีกอย่างที่ตกใจมากคือ มีอ่างล้างหน้าในห้องนอน!! ตอบสนองกับความขี้เกียจได้เป็นอย่างดี

อยู่ในห้องนอนจริงๆ ไม่ได้พูดเล่นๆนะ 😐 แอบเห็นความรกเบาๆ

Over-Hour เรื่องใหญ่

ธรรมเนียมนี่ที่ทำงานจะไม่ค่อยทำ Over-hour กันนะครับ กฏหมายแรงงานเข้มงวดมาก เคยอยู่ในแลปถึง 1 ทุ่ม ยามเข้ามาหาเลย ตกใจมาก 555 จริงๆคือเค้าเข้ามาถามว่าจะอยู่ถึงกี่โมง เพราะปกติไม่ค่อยมี Over-hour กัน ก็เลยตัดสินใจกลับเดี๋ยวนั้นเลย

อาหารการกินที่นี่ปกติตอนเช้ากับเย็นจะทำกินเอง ส่วนมื้อกลางวันบางคนก็นำอาหารที่ทำใส่กล่องมาทานบ้าง หรือจะเข้าไปซื้ออาหารในโรงอาหารของมหาลัยที่ชื่อ Saltz ซึ่งเรทราคาอาหารจะเริ่มต้นที่ 5$ ซึ่งถือว่าถูกมาก เป็นเมนูประจำวันที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวบ้าง สเต๊กบ้าง ซึ่งผมก็ลองเฉพาะเมนู 5$ อย่างเดียวก่อน >< เรียกได้ว่าเหมาะมากสำหรับคนที่ไม่รู้จะกินอะไร เหมือนมีคนเลือกเมนูให้ทุกวัน แต่เห็นคนที่อยู่ที่นี่มานานต่างบอกเหมือนกันหมดว่า เมนูที่นี่น่าเบื่อมาก (นศ. Ph.D ที่แลปบอกกินแบบนี้มาสามปีแล้ว ไม่เบื่อก็แปลกละ) ส่วนมื้อเย็นก็ได้ชอปซุเปอร์มาร์เก็ตกลับมาทำกินตอนเย็นอย่างเพลินๆ เพลินนี่เพลินจริงๆนะ ของในซูเปอร์มันดูแปลกตาไปหมด ทำให้เดินยาว

City Plan การผังเมืองแบ่งย่านชัดเจน

กำหนดความเร็วในย่านการค้า
Woolworths ของสดเยอะมากจ้า

บ้านเมืองที่นี่จัดโซนอยู่อาศัย กับพื้นที่การค้า ห้างสรรพสินค้าหรือร้านต่างๆชัดเจนมากครับ ทำให้สามารถคุมความเร็วรถ ไฟแดง หรือแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างธนาคารหรือรับโอนเงินต่างประเทศ ผมจะชอบเดินเข้าไปในย่านการค้า อยู่ห่างจากที่พักประมาณกิโลกว่าๆ ซึ่งถือว่าไม่ไกล จะอยู่ในย่านถนน Mowbrey ซูเปอร์มาเก็ตในพื้นที่ Mowbrey จะมีหลักๆคือ Coles กับ Woolworth ที่เน้นอาหารของใช้ทั่วไป และ Chemist Warehouse สำหรับพวกของที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี เช่นเวชภัณฑ์ วิตามินต่างๆ ซึ่งขึ้นชื่อว่าถูกมากๆ (น้ำมันตับปลาราคา 18 เหรียญนี่ 500 Capsules เลยนะ)

เมนูกึ่งสำเร็จมีให้เลือกหลากหลายมาก
ไก่ขายกันแบบนี้เลยจ้า

Cashless Society สังคมไร้เงินสด

จ่ายผ่านตู้แบบชิวๆ ไม่ต้องใช้เงินสดหรือแคชเชียร์ก็ยังได้

ตื่นเต้นที่สุดคือที่นี่ Cashless Society ได้เกือบสมบูรณ์ บัตรเดบิตใช้แทนเงินสดได้แทบทุกอย่าง โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต จะสามารถหยิบอาหารมาส่องบาร์โค้ดและจ่ายเงินเองแล้วเดินออกโดยที่ไม่ต้องรอผ่าน Cashier กันเลยทีเดียว

อันนี้เป็นสิ่งที่สรุปได้จาก Lifestyle ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ จะ Plan เที่ยววันพรุ่งนี้แล้ว เสาร์มีแผนว่าจะเข้าตัวเมือง Launceston และวันอาทิตย์ไปดู Asian Grocery Store (Advisor พาเข้าไป ><) ไปลุ้นกันต่อดีกว่าครับ… ปิดท้ายด้วยภาพอาหารกันหน่อย 😆

เมนูอาหารจากโรงอาหาร Lamb Vindaloo with steamed rice เนื้อแกะกับข้าวสวยร้อนๆ
Chili soy beef with steamed rice
มื้อเย็นกันบ้าง Panini Pizza แบบฟรีซนำมาอบร้อนเสริฟพร้อมนมอัลมอนด์
การ่าแอปเปิ้ลก็มีนะ 3$ เท่านั้นสำหรับ 1 กิโลกรัม (8 ลูก)
เมนูที่นี่แม้แต่อาหารฟรีซก็มีเรื่องของโภชนาการ ซึ่งดูใส่ใจมาก ทุกอย่างมี nutrition บอกหมด
มื้อเช้ากันบ้างกับคอนเฟรคกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ (วันถัดมาต้องเติมแอปเปิ้ล รสจะดีขึ้นมาก)
ฝั่งเบเกอรี่ก็มี Apple Walnut Scroll เรียกว่าถั่วให้แบบจัดเต็ม ตกก้อนละ 1$ เท่านั้น
)
Tanut Choksatchawathi

Written by

Technology lover, Addictive in innovation. Robotics & Automation Engineering Student. Learn me more! check http://gogrow.in.th/tanat/

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade