Agile coach

ความสำเร็จของคุณ ขึ้นอยู่กับการที่คุณช่วยให้ชีวิตของผู้อื่นดีขึ้นแค่ไหน

ประโยคด้านบนอยู่ๆก็ลอยขึ้นมาในหัว ขณะที่กำลังเข้าไปช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ทีมหนึ่งติดอยู่ และไม่สามารถไปต่อได้

ย้อนไปประมาณเดือนที่แล้ว ผมได้รับการร้องขอจากทีมหนึ่ง ให้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ทีมติดมาซักพักใหญ่ หลังจากฟังปัญหาคร่าวๆ ผมเข้าไปพร้อมกับวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อพบว่าทีมสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่ไม่แน่ใจในวิธีการ

เมื่อมองจากภายนอก ทีมนี้เป็นทีมที่ไม่โดดเด่น สองสาม sprint ให้หลัง ส่งมอบงานกันสองทุ่มวันสุดท้ายของ sprint (ในขณะที่ทีมอื่นๆส่งมอบงานกันวันที่ 8 ของsprint)

หลังจากผมเข้าทีมไปได้สองวัน ผมพบว่า ทีมนี้เป็นทีมที่มีความสามารถมาก มี Mindset ในการทำงานที่ดีมาก แต่ Morale ทีมกำลังลดลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจเกิดจากการทำงานหนัก แต่ได้ผลตอบแทนน้อย ผมเกิดความอยากผลักดันทีมนี้ให้โดดเด่นขึ้นมา

อย่าสอน ถ้าไม่ได้รับการร้องขอ

จู่ๆผมก็นึกคำพูดของพี่คนนึงขึ้นมาได้ ผมจึงตัดสินใจไปเล่าปัญหาให้ team lead ฟัง เพื่อเสนอตัวเข้าไปแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหา เมื่อ team lead เห็นด้วย จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ของผมจึงเริ่มขึ้น

ปัญหาของทีมที่ผมพบมีดังนี้

  1. Lack of Focus : ทีมไม่ focus ในสิ่งที่ทำ, ทีมไม่ focus ใน ceremonies
  2. Story Card มีขนาดใหญ่มาก ประเมินขนาดลำบาก
  3. ในการทำ spring planning มีการพูด requirement สลับกับวิธีการ implement ตลอดเวลา

ปัญหาทั้งหมด มีรากร่วมกันอย่างหนึ่ง คือทีมแบ่งงานเป็น component ยกตัวอย่างเช่น ระบบจะทำรายการสำเร็จได้ transaction ต้องวิ่งผ่าน component A -> B -> C ->D ดังนั้นทีมจะเกิด story card 4 ใบเพื่อ implement A, B, C, และ D

โดยธรรมชาติ สมาชิกในทีมต่างก็สนใจเฉพาะ card ที่ตัวเองหมายตา แต่เมื่อ card ถูกแบ่งเป็น component สมาชิกจึงลดความสนใจใน card ของ component ข้างเคียง ทั้งๆที่ต้องทำงานร่วมกัน

ผลกระทบคือ งานที่ผลิตออกมา ต้องใช้เวลา integrate กันเยอะ, QA ผลิต test case ในแต่ละ story card มาก เนื่องจากต้องรับประกันคุณภาพของทั้งงานใน card และ งานที่ต้อง integrate กัน ทีมจึงไม่เคยประเมิน effort ได้อย่างใกล้เคียง และต้องทำงานมากเกินกำลัง เพื่อการันตีคุณภาพของงาน

ทางแก้แรกที่ผมนำมาปรับใช้คือเปลี่ยนวิธีการมอง Story จาก component base เป็น end to end base โดยแต่ละ story card แยกโดย test case

ปรากฎว่า ทีมมีการพูดคุยกันในทุก story card ทุก component, card มีขนาดเล็กลงมาก ทีมมีความมั่นใจในการประเมิน effort, scope ของงานชัดขึ้น คุณภาพโดยรวมของงานดีขึ้นมาก และ ทีมไม่ต้องทำงานเกินกำลัง

หลังจากปรับวิธีการทำงานทั้งหมด ทีมนี้สามารถส่งมอบงานในวันที่ 8 ของ sprint ได้เป็นทีมแรก, อัตราการ rework เพื่อ fix bug เป็นศูนย์, automate testing ได้ในเกือบทุก story และ Morale ของทีมเพิ่มขึ้นอย่างมากมหาศาล

ผมทำอะไรลงไปบ้างคราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังทีละเรื่องครับ :)

Like what you read? Give Tanin Asi a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.