การตั้งราคา product ถูกๆ ทำให้บริษัท มีอนาคตได้ เหมือนกันนะ…

บทความนี้ผมเขียนขึ้นมา เพื่ออยากให้พี่น้องชาว Programmer มองอีกด้านหนึ่ง ในมุมของคนเขียนโปรแกรมขาย ในราคาที่ถูกๆ เอาล่ะเริ่มเรื่องเลย

ผมเขียนโปรแกรมขายวางไว้ที่เว็บ www.pingpongsoft.com ก็หลายตัวครับ ราคาไม่ถึงพันก็มี

ซึ่งตรงนี้อย่าไปมองว่า การขายถูกจะทำให้เราเสียโอกาส เสียอนาคตอะไร

มองกันตรงๆ เอาแบบเป็นกลางนะ อย่าอคติ อย่าดราม่า…

ถ้าเราขายโปรแกรมเอาแบบให้เช่ารายปีก็ได้ ผมไม่ขอออกศัพย์อะไรทั้งสิ้น เอาภาษาบ้านๆ แบบคนบ้านเฮาแล้วฮู้เรื่องนี่ล่ะ เนาะ พี่น้อง แจ่วบองจั้มข้าวเหนียว (อ้าว เริ่มออกนอกเรื่องละ กลับมาๆๆๆ)

อะต่อ เราขายโปรแกรมให้เช่ารายปีเนาะ ปีละ 1,000 บาท พอ (ไม่ต้องเอาเยอะ ใครจะเอาเยอะกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน ผมยกตัวเลขให้มองง่ายๆ) แล้วคุณบอก เฮ้ยอยากได้รายได้สักปีละ 1 ล้าน ปัดโธ่ อะโด่ มันจะยากอะไร ก็แค่ขายให้ได้ 1,000 คนก็พอ

1,000 x 1,000 = 1,000,000 จริงปะ ?

ทีนี้ก็แค่มามองว่า เห้ยง่ายๆ เอง แค่วันละ 3 ราย ก็ได้แล้วนี่หว่า ปีละล้าน ใช่ครับ หมูไหมล่ะ ?

ทีนี้เกิดคำถามตามมาอีก อ้าวเวร คนใช้ซะเยอะขนาดนั้น แล้วจะบริการตอบคำถามยังไงหว่า เอางี้ครับเล่นกันแบบบ้านๆ ง่ายๆ ใครถามอะไรมา คุณทำคลิปอัดไว้ รายต่อไปถามคำถามเดิม คุณส่งลิงค์ให้เขาเลย (ผมก็ทำแบบนั้นแหละ)

ทีนี้ก็อาจจะมีนักวิชาการหย่ายยย จากไหนไม่รู้ล่ะ มาแย้งผม ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบทุกคำถามด้วยการส่ง คลิป ให้เขา ใช่ครับ มันก็ไม่ทุกคำถามจริงๆ แหละ เราก็จ้างคนมาบริการสิครับ ยากอะไร จริงปะ ไหนๆ ก็มีรายได้หมุนเวียน จนหอบเอาเงินไม่ทันแล้วนี่นา

แล้วไงต่อ น่านไงครับ นักวิชาการหย่ายยย ก็มาอีกละ พร้อมบอกว่า คุณจะบ้าเหรอ จะขายวันละ 3 รายได้ไง โม้ชัดๆ มันไม่ใช่โม้หรอกครับ มันทำได้จริงๆ อย่างแรกเลย ลงทุนนิดนึงครับ โฆษณาในเฟสบุค (ไม่แพง ผมก็เคยทำ เมื่อปีก่อน หมดไปแสนกว่าบาทเอง) เอาง่ายๆ แหละ มีเงินเท่าไหร่ ใส่ไปเท่านั้นก่อน

ทีนี้ก็จะเร่ิมมีลูกค้าละ คุณก็จัดหนักไปอีกครับ bumq บ้าง adword บ้าง อะไรบ้าง กระหน่ำเข้าไป ให้ระบบ internet หาลูกค้าให้คุณสิ (ให้ระบบทำงานแทนเรา ในสิ่งที่เราไม่ถนัด) ถ้าเริ่มมีรายได้ พอเห็นชัดเจน จัดหนักไปอีกครับ จ้างเลย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย คุณจะได้ไปนั่งเขียนแต่โค้ดไงครับ งานที่ไม่ถนัดเอาให้คนอื่นเขาทำ จริงปะ?

อ้ะๆๆๆ ช้าก่อน นักวิชาการหย่ายยยย ยังไม่หยุดครับ

เพราะพวกเขาน้อยคนแหละ ที่จะเคยทำจริงๆ จังๆ นอกจากอ่านตำรา วิเคราะห์จากประสบการณ์ของเขา แล้วดูคนอื่น แล้วเขาก็สรุปเอาเอง ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทำแบบนี้ เมื่อไหร่จะรวยวะ ขายแพงๆ ไปเลย เพราะมีต้นทุน โน่น นี่ นั่น โอ้ยยย เยอะ ไม่รู้พวกเขาคิดกันมาได้ไง คำศัพย์ยากๆ อะ

เอางี้ดีกว่า ฟังกันแบบเปิดใจนะ อย่าด่า อย่าดราม่า ย้ำ “อย่าดราม่า”

ถ้าลูกค้าคุณเยอะ ชนิดที่ว่า เป็นหมื่นๆ คน (ของผมขายก็ขายไปเป็นหมื่นแล้วนะ ไม่ได้โม้ครับ หรือจะหาว่าโม้ ก็ไม่เป็นไร) ทีนี้ล่ะครับ สนุกเลย เพราะว่าแต่ละราย ก็มักจะมียิบย่อย ให้คุณช่วยทำ ปรับโน่น แก้นี่ เล็กๆ น้อยๆ เราก็กินค่าปรับปรุงโค้ด ให้งานเข้ากับเขา เช่น แก้หัวบิลบ้างล่ะ หวานเลยครับ เก็บไปเลยทีละ 2,000 บ้าง 4,000 บ้าง แล้วแต่ความยากง่าย

ตรงนี้ “เม็ดเงิน มหาศาล” นะครับ ยิ่งคุณปรับ ทำตามใจเขา เขายิ่งชอบ

“แล้วไงต่อ”…

อะฮ่า ในปีที่สองครับ สินค้าเริ่มติดตลาดแล้ว ไม่ต้องไปเสียค่าโฆษณาแล้วล่ะ เพราะลูกค้าคุณเขาจะบอกต่อไปเอง โดยที่คุณไม่ต้องจ้างเขาเลยสักบาท ไม่มีต้นทุนทางการตลาดแล้ว ไอ้ค่า ให้ได้ลูกค้ามา ค่าอะไรที่นักวิชาการหย่ายยย เขาพูดน่ะ ไม่มีแล้วครับ รอรับได้เลย ไม่เคยบิดพร้ิววววว (เป็นพี่ติ้ก ซีโร่ ซะแว้ววว)

เอิ่ม ก็นั่นล่ะครับ กินกับค่าปรับแต่งโปรแกรมแล้วยังไม่พอนะ ใจเย็นๆ มีช่องทางให้กินต่ออีก นั่นคือ ขายตัวเสริม เช่นออก App สำหรับรองรับกับระบบเรา เก็บรายปีไปอีกก็ได้ ใครใช้ก็จ่ายเพิ่ม ใครไม่ใช้ก็ไม่ว่ากัน (เห็นมะ มีอะไรให้เราทำเงินได้อีก) จากนั้นก็อาจจะมีออกตัวเสริมต่างๆ ไปทำเงินกับลูกค้าเดิม เช่น มีระบบบัญชีไปพ่วงให้ มีระบบขนส่ง ขายเสริมอีก เขาเรียก Plug In อะไรทำนองนั้นแหละครับ

แล้วไงต่อดีนะ ก็หอบเอาเงินเลยสิครับงานนี้ ถ้าเริ่มเขียนโค้ดไม่ไหว เหนื่อย หรือว่าอยากไปจิบเบยลาวแซบๆ ที่เวียงจันทร์ (เผื่อได้เมียลาวแบบผม) ก็หาจ้างคนอื่นมาเขียนโค้ดแทนครับ แล้วคุณก็หันไปบริหารจัดการคน ในทีม ดูรายได้ รายจ่าย จัดการให้มันสมดุลย์ เห็นมะ หันไปเหนื่อยเรื่องอื่นแทน

“จบเนาะ”

ก่อนที่จะยาวเหยียดจนคนอ่าน รำคาญ ผมขอจบการเขียนบทความลงเพียงเท่านี้ และหวังว่าที่ผมเล่ามาทั้งหมด ทุกท่านจะพอเห็นภาพอะไรบางอย่าง

เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของคนเรา ผมก็ทำได้เพียงแค่บอกเล่า ในฐานะที่ผม “ทำมาแล้ว” กับการขายโปรแกรมราคาถูก และผมยืนตรงนี้มา 7–8 ปีแล้วครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้เขียนมันขึ้นมาจากการไปอ่านตำรา หรือฟังคนอื่น แต่ผมเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง

แบ่งปันได้ เห็นต่างได้ครับ แต่อยากให้แลกเปลี่ยนกันอย่างลูกผู้ชาย ไม่ปาขี้นะจ้ะ…

บ้ายยยย บายยยย ไว้มีโอกาสเหมาะๆ จะมาเขียนอีก จร้าาาา